(เกาะติดประมูลDigital TV) ธวัชชัยชี้จะแจกกล่อง ดูพื้นที่ก่อนว่าจะแจกพื้นที่ที่มีคลื่นหรือไมและจะนำร่องก่อนกี่กล่อง++ ไม่ใช้ให้ข่าวแจกทีเดียวทั้ง 22 ล้านกล่อง
ประเด็นหลัก
ด้านนายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และกรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจกคูปอง 22 ล้านครัวเรือนว่า กสท.ต้องดำเนินการอีกหลายเรื่อง อาทิ ราคาคูปอง และราคาที่จะให้ประชาชนซื้อทีวีเครื่องใหม่ได้ในราคาเท่าไร เงินส่วนต่างเอามาจากไหนบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากค่าประมูล อีกส่วนหนึ่งจากเงินของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) จากรัฐบาล ซึ่งต้องมีลำดับตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ใช่เป็นการนำเสนอที่ผูกกับนามธรรม แต่ไม่มีรูปธรรม อีกทั้งขอตำหนิการทำงานของอีกฝ่าย เพราะไม่ให้ฝั่งเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ แต่ให้ฝั่งเทคนิคเป็นคนทำ และไม่มีตัวเลขทางการเงิน โดยขอเสนอว่าควรเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ทำงานร่วมกับนักเทคนิค
"คูปอง ปริมาณเงินมูลค่า อย่าไปผูกกับการประมูลตั้งต้น ซึ่งหากพูดแบบนี้จะเหมือนไม่ได้ทำงาน เพราะตัวเลขกล่อง เรารู้ราคาอยู่แล้วว่าประมาณ 1,000 กว่าบาท และเรารู้อยู่แล้วว่าจะแจกคูปองให้ประชาชนคนละไม่เกิน 500 บาท ส่วนเกินทั้งหมดจะได้ประมูลถูกว่า จะนำร่องก่อนกี่กล่อง เพราะเป็นไปได้อยู่แล้ววว่าจะแจกทีเดียวทั้ง 22 ล้านกล่อง” กรรมการ กสทช. กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า เรื่องที่ กสท.ต้องดำเนินการหลักๆ คือ การทำการประมาณงบประมาณที่ต้องใช้ว่ากล่องปัจจุบันราคาเท่าไร และประชาชนต้องจ่ายราคาเท่าไร ปริมาณการคุมพื้นที่ออกอากาศในปีแรก ว่าต้องดูปีแรกออกอากาศในเมืองก่อนใช่มั้ย บริเวณไหน ให้ประชาชนรับทราบ ไม่ใช่ให้คนทั่วประเทศออกไปซื้อกล่อง และไม่มีสัญญาณมาให้บริการประชาชน เพราะบางแห่งยังไม่มีสัญญาณ ซึ่งหากทำรายละเอียดออกมาแล้ว จะมีความชัดเจนว่าปีแรกจะขายกี่กล่อง ราคาเท่าไร และเงินไม่พอจะทำอย่างไร
"22 ล้านคนจะซื้อในปีเดียว ไม่ใช่นะครับ อาจจะเริ่มที่ปีแรก 3 ล้านกล่องก่อน ปีที่สอง 5 ล้านกล่อง และเงินก็ทยอยจ่ายออกไป มันขึ้นอยู่กับพื้นที่และการปรับเปลี่ยนด้วย การรับของประชาชนต้องดูด้วยว่าเท่าไร ไม่ใช่วันแรกประชาชนเดินไปซื้อ 22 ล้านคน โครงการใหญ่ขนาดนี้ จะมาไม่มีรายละเอียดแบบบี้ ไม่ได้ คิดเอาเองดาบหน้าไม่ได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับวิธีแบบนี้ ในฐานะที่มาจากเศรษฐศาสตร์การเงิน" กรรมการ กสทช. กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
22 มกราคม 2556 (เกาะติดประมูลDigital TV) กสทช. ย้ำประชาชนไม่จำเป็นต้องทิ้งทีวีเก่า//กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ ติง กสทช. อย่าปล่อยข่าวราคาเริ่มต้นประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล
http://somagawn.blogspot.com/2013/01/22-2556-digital-tv.html
________________________________
ตำหนิ กสทช. ไร้ความชัดเจน แจกคูปองทีวีดิจิตอล 22 ล้านครัวเรือน
“ธวัชชัย จิตรภาษนันท์” จวก แจกคูปองทีวีดิจิตอลไร้รายละเอียดชัดเจน ทำผู้บริโภคสับสน เสมือนผูกติดกับราคาเริ่มต้นประมูลฯ แนะควรให้นักเศรษฐศาสตร์ศึกษามากกว่านักเทคนิค และออกเป็นรูปธรรม มากกว่านามธรรม...
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ยืนยันว่า เรื่องการแจกคูปองให้กับ 22 ล้านครัวเรือน ตามสำมะโนประชากรทั่วประเทศ เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ หรือเซตท็อปบ็อกซ์ (Set top box) ก่อนนำมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์อะนาล็อก รองรับการแพร่ภาพออกอากาศด้วยระบบดิจิตอล รวม 48 ช่อง ในปี 2556 นั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาราคาตั้งต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง รวมช่องเอชดี 4 ช่อง แต่เป็นแค่ราคาที่จะนำไปสู่การแจกคูปอง และเป็นเพียงข้อเสนอในการแจกคูปอง รวมทั้งเป็นสิ่งที่ดำเนินการในกระบวนการเท่านั้น
“ไม่ใช่ว่าราคาเริ่มต้นที่ยังไม่ออกมาจะกระทบการแจกคูปอง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต” พ.อ.นที กล่าว
ด้านนายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และกรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจกคูปอง 22 ล้านครัวเรือนว่า กสท.ต้องดำเนินการอีกหลายเรื่อง อาทิ ราคาคูปอง และราคาที่จะให้ประชาชนซื้อทีวีเครื่องใหม่ได้ในราคาเท่าไร เงินส่วนต่างเอามาจากไหนบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากค่าประมูล อีกส่วนหนึ่งจากเงินของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) จากรัฐบาล ซึ่งต้องมีลำดับตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ใช่เป็นการนำเสนอที่ผูกกับนามธรรม แต่ไม่มีรูปธรรม อีกทั้งขอตำหนิการทำงานของอีกฝ่าย เพราะไม่ให้ฝั่งเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ แต่ให้ฝั่งเทคนิคเป็นคนทำ และไม่มีตัวเลขทางการเงิน โดยขอเสนอว่าควรเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ทำงานร่วมกับนักเทคนิค
"คูปอง ปริมาณเงินมูลค่า อย่าไปผูกกับการประมูลตั้งต้น ซึ่งหากพูดแบบนี้จะเหมือนไม่ได้ทำงาน เพราะตัวเลขกล่อง เรารู้ราคาอยู่แล้วว่าประมาณ 1,000 กว่าบาท และเรารู้อยู่แล้วว่าจะแจกคูปองให้ประชาชนคนละไม่เกิน 500 บาท ส่วนเกินทั้งหมดจะได้ประมูลถูกว่า จะนำร่องก่อนกี่กล่อง เพราะเป็นไปได้อยู่แล้ววว่าจะแจกทีเดียวทั้ง 22 ล้านกล่อง” กรรมการ กสทช. กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า เรื่องที่ กสท.ต้องดำเนินการหลักๆ คือ การทำการประมาณงบประมาณที่ต้องใช้ว่ากล่องปัจจุบันราคาเท่าไร และประชาชนต้องจ่ายราคาเท่าไร ปริมาณการคุมพื้นที่ออกอากาศในปีแรก ว่าต้องดูปีแรกออกอากาศในเมืองก่อนใช่มั้ย บริเวณไหน ให้ประชาชนรับทราบ ไม่ใช่ให้คนทั่วประเทศออกไปซื้อกล่อง และไม่มีสัญญาณมาให้บริการประชาชน เพราะบางแห่งยังไม่มีสัญญาณ ซึ่งหากทำรายละเอียดออกมาแล้ว จะมีความชัดเจนว่าปีแรกจะขายกี่กล่อง ราคาเท่าไร และเงินไม่พอจะทำอย่างไร
"22 ล้านคนจะซื้อในปีเดียว ไม่ใช่นะครับ อาจจะเริ่มที่ปีแรก 3 ล้านกล่องก่อน ปีที่สอง 5 ล้านกล่อง และเงินก็ทยอยจ่ายออกไป มันขึ้นอยู่กับพื้นที่และการปรับเปลี่ยนด้วย การรับของประชาชนต้องดูด้วยว่าเท่าไร ไม่ใช่วันแรกประชาชนเดินไปซื้อ 22 ล้านคน โครงการใหญ่ขนาดนี้ จะมาไม่มีรายละเอียดแบบบี้ ไม่ได้ คิดเอาเองดาบหน้าไม่ได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับวิธีแบบนี้ ในฐานะที่มาจากเศรษฐศาสตร์การเงิน" กรรมการ กสทช. กล่าว
http://www.thairath.co.th/content/tech/324565
_________________________________________
กสทช.ด้านศศ.ไม่เอาแจกคูปอง
นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และกรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจกคูปองส่วนลด 22 ล้านครัวเรือน เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อรองรับการแพร่ภาพด้วยระบบดิจิตอลว่า ขอตำหนิการทำงานของอีกฝ่าย เพราะไม่ให้ฝั่งเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ แต่ให้ฝั่งเทคนิคเป็นคนทำ และไม่มีตัวเลขทางการเงิน โดยขอเสนอว่าควรเป็นนักเศรษฐศาสตร์ทำงานร่วมกับนักเทคนิคเรื่องที่ กสท.ต้องดำเนินการหลักๆ คือ การทำงบประมาณที่ต้องใช้ ว่ากล่องปัจจุบันราคาเท่าไร และประชาชนต้องจ่ายราคาเท่าไร ปริมาณการคุมพื้นที่ออกอากาศในปีแรก
"คูปองปริมาณเงินมูลค่า อย่าไปผูกกับการประมูลตั้งต้น ซึ่งหากพูดแบบนี้จะเหมือนไม่ได้ทำงาน เพราะตัวเลขกล่องเรารู้ราคาอยู่แล้วว่าประมาณ 1,000 กว่าบาท และเรารู้อยู่แล้วว่าจะแจกคูปองให้ประชาชนคนละไม่เกิน 500 บาท ส่วนเกินทั้งหมดจะได้ประมูลถูกกว่า จะนำร่องก่อนกี่กล่อง เพราะเป็นไปได้อยู่แล้วว่าจะแจกทีเดียวทั้ง 22 ล้านกล่อง โครงการใหญ่ขนาดนี้จะไม่มีรายละเอียดแบบบี้ไม่ได้ คิดเอาเองดาบหน้าไม่ได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับวิธีแบบนี้ ในฐานะที่มาจากเศรษฐศาสตร์การเงิน"
ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาตั้งต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือไลเซนส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง รวมช่องเอชดี 4 ช่อง แต่เป็นแค่ราคาที่จะนำไปสู่การแจกคูปอง และเป็นเพียงข้อเสนอในการแจกคูปอง รวมทั้งเป็นสิ่งที่ดำเนินการในกระบวนการเท่านั้น
นอกจากนี้ กสท.และคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลจะเชิญผู้ประกอบการประมาณ 12-13 ราย เข้าร่วมประชุมเพื่อขอรับฟังความเห็นในการกำหนดเพดานจำนวนช่องรายการสำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทกิจการทางธุรกิจ ในวันที่ 5 ก.พ.56 ก่อนจะให้คณะอนุกรรมการฯ สรุปผลทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม กสท. โดยจะสามารถสรุปผลประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ไม่เกิน มี.ค.56
บ้านเมือง
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1582989
___________________________________________
ชูอีออคชั่นประมูลทีวีดิจิตอล ยันไม่มีฮั้ว!กสทช.แตกคอแจกคูปอง
กสทช. เรียกหารือผู้ประกอบการ 13 ราย ถกเพดานช่องรายการทีวีดิจิตอล คาดประกาศฯ มี.ค.56 นี้ ชูวิธีการอีออคชั่น ไม่มีฮั้ว ถ้ามีคนประมูลเท่าใบอนุญาตจะล้มทันที บอร์ด กสท.เสียงแตก "ธวัชชัย" ตำหนิ กสทช. ไร้ความชัดเจน เรื่องแจกคูปองทีวีดิจิตอล 22 ล้านครัวเรือน ทำผู้บริโภคสับสน
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า กสท. และ คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล จะเชิญผู้ประกอบการประมาณ 12-13 ราย เข้าร่วมประชุมหารือข้อกำหนดเพดานจำนวนช่องรายการ สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลเข้าร่วมประชุม เพื่อขอรับฟังความเห็นในวาระแนวทางการกำหนดเพดานจำนวนช่องรายการสำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทกิจการทางธุรกิจ ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ และจะให้คณะอนุกรรมการฯ สรุปผลทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม กสท. เนื่องจากการประชุมที่ผ่านมาเป็นการรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการ โดยจะสามารถสรุปผลประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ไม่เกิน มี.ค.2556
ส่วนในกรณีราคาเริ่มต้นการประมูล พ.อ.นที กล่าวว่า กรอบเวลาการให้ใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิตอล ปลายไตรมาส 1/2556 และการคัดเลือกการประกวดราคาช่องบริการสาธารณะ พ.ค.นี้ ส่วนช่องบริการชุมชน ปลายปี 2556 ขณะที่ราคาเริ่มต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซนส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง รวมช่องเอชดี 4 ช่อง นั้น จะแล้วเสร็จเดือน ก.พ. ส่วนหลักเกณฑ์การประมูลช่องธุรกิจจะแล้วเสร็จเดือน มี.ค. และจะเปิดประมูลช่วง ก.ค.-ส.ค.2556
สำหรับการประมูลนั้นจะใช้วิธีการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออคชั่น (E-Auction) เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย ทุกคนเข้าใจดี และสามารถให้ผู้เข้าประมูลทุกคนเห็นรายละเอียดได้ โดยแยกการประมูลออกตามประเภทช่องรายการ แบ่งเป็น ข่าว 5 ช่อง เด็กและเยาวชน 5 ช่อง ทั่วไปแบบสแตนดาร์ด (เอสดี) 10 ช่อง และทั่วไปแบบไฮ-เดฟฟิเนชั่น (เอชดี) 4 ช่อง นอกจากนี้ ถ้าจำนวนผู้ประกอบการมีเท่ากับช่องที่ประมูล จะยกเลิกการประมูลทันที อย่างไรก็ตาม กสท. ยังไม่ได้เตรียมแผนรองรับหากการประมูลยังไม่เกิดขึ้น เพราะมั่นใจว่าจะต้องเกิดการประมูล เพื่อเดินไปข้างหน้าแน่นอน
พ.อ. นที กล่าวยืนยันว่า เรื่องการแจกคูปองให้กับ 22 ล้านครัวเรือน ตามสำมะโนประชากรทั่วประเทศ เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ หรือ เซตท็อปบ็อกซ์ (Set top box) ก่อนนำมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์อะนาล็อก รองรับการแพร่ภาพออกอากาศด้วยระบบดิจิตอล รวม 48 ช่องในปี 2556 นั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาตั้งต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซนส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจจำนวน 24 ช่อง รวมช่อง HD 4 ช่อง แต่เป็นแค่ราคาที่จะนำไปสู่การแจกคูปอง และเป็นเพียงข้อเสนอในการแจกคูปอง รวมทั้งเป็นสิ่งที่ดำเนินการในกระบวนการเท่านั้น
ด้าน นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และ กรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจ
(เกาะติดประมูลDigital TV) ธวัชชัยชี้จะแจกกล่อง ต้องดูพื้นที่คลื่นก่อนหรือไมและจะนำร่องก่อนกี่กล่อง+ไม่ใช้ให้ข่าวแจกทั่ว
ประเด็นหลัก
ด้านนายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และกรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจกคูปอง 22 ล้านครัวเรือนว่า กสท.ต้องดำเนินการอีกหลายเรื่อง อาทิ ราคาคูปอง และราคาที่จะให้ประชาชนซื้อทีวีเครื่องใหม่ได้ในราคาเท่าไร เงินส่วนต่างเอามาจากไหนบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากค่าประมูล อีกส่วนหนึ่งจากเงินของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) จากรัฐบาล ซึ่งต้องมีลำดับตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ใช่เป็นการนำเสนอที่ผูกกับนามธรรม แต่ไม่มีรูปธรรม อีกทั้งขอตำหนิการทำงานของอีกฝ่าย เพราะไม่ให้ฝั่งเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ แต่ให้ฝั่งเทคนิคเป็นคนทำ และไม่มีตัวเลขทางการเงิน โดยขอเสนอว่าควรเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ทำงานร่วมกับนักเทคนิค
"คูปอง ปริมาณเงินมูลค่า อย่าไปผูกกับการประมูลตั้งต้น ซึ่งหากพูดแบบนี้จะเหมือนไม่ได้ทำงาน เพราะตัวเลขกล่อง เรารู้ราคาอยู่แล้วว่าประมาณ 1,000 กว่าบาท และเรารู้อยู่แล้วว่าจะแจกคูปองให้ประชาชนคนละไม่เกิน 500 บาท ส่วนเกินทั้งหมดจะได้ประมูลถูกว่า จะนำร่องก่อนกี่กล่อง เพราะเป็นไปได้อยู่แล้ววว่าจะแจกทีเดียวทั้ง 22 ล้านกล่อง” กรรมการ กสทช. กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า เรื่องที่ กสท.ต้องดำเนินการหลักๆ คือ การทำการประมาณงบประมาณที่ต้องใช้ว่ากล่องปัจจุบันราคาเท่าไร และประชาชนต้องจ่ายราคาเท่าไร ปริมาณการคุมพื้นที่ออกอากาศในปีแรก ว่าต้องดูปีแรกออกอากาศในเมืองก่อนใช่มั้ย บริเวณไหน ให้ประชาชนรับทราบ ไม่ใช่ให้คนทั่วประเทศออกไปซื้อกล่อง และไม่มีสัญญาณมาให้บริการประชาชน เพราะบางแห่งยังไม่มีสัญญาณ ซึ่งหากทำรายละเอียดออกมาแล้ว จะมีความชัดเจนว่าปีแรกจะขายกี่กล่อง ราคาเท่าไร และเงินไม่พอจะทำอย่างไร
"22 ล้านคนจะซื้อในปีเดียว ไม่ใช่นะครับ อาจจะเริ่มที่ปีแรก 3 ล้านกล่องก่อน ปีที่สอง 5 ล้านกล่อง และเงินก็ทยอยจ่ายออกไป มันขึ้นอยู่กับพื้นที่และการปรับเปลี่ยนด้วย การรับของประชาชนต้องดูด้วยว่าเท่าไร ไม่ใช่วันแรกประชาชนเดินไปซื้อ 22 ล้านคน โครงการใหญ่ขนาดนี้ จะมาไม่มีรายละเอียดแบบบี้ ไม่ได้ คิดเอาเองดาบหน้าไม่ได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับวิธีแบบนี้ ในฐานะที่มาจากเศรษฐศาสตร์การเงิน" กรรมการ กสทช. กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
22 มกราคม 2556 (เกาะติดประมูลDigital TV) กสทช. ย้ำประชาชนไม่จำเป็นต้องทิ้งทีวีเก่า//กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ ติง กสทช. อย่าปล่อยข่าวราคาเริ่มต้นประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล
http://somagawn.blogspot.com/2013/01/22-2556-digital-tv.html
________________________________
ตำหนิ กสทช. ไร้ความชัดเจน แจกคูปองทีวีดิจิตอล 22 ล้านครัวเรือน
“ธวัชชัย จิตรภาษนันท์” จวก แจกคูปองทีวีดิจิตอลไร้รายละเอียดชัดเจน ทำผู้บริโภคสับสน เสมือนผูกติดกับราคาเริ่มต้นประมูลฯ แนะควรให้นักเศรษฐศาสตร์ศึกษามากกว่านักเทคนิค และออกเป็นรูปธรรม มากกว่านามธรรม...
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ยืนยันว่า เรื่องการแจกคูปองให้กับ 22 ล้านครัวเรือน ตามสำมะโนประชากรทั่วประเทศ เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ หรือเซตท็อปบ็อกซ์ (Set top box) ก่อนนำมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์อะนาล็อก รองรับการแพร่ภาพออกอากาศด้วยระบบดิจิตอล รวม 48 ช่อง ในปี 2556 นั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาราคาตั้งต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง รวมช่องเอชดี 4 ช่อง แต่เป็นแค่ราคาที่จะนำไปสู่การแจกคูปอง และเป็นเพียงข้อเสนอในการแจกคูปอง รวมทั้งเป็นสิ่งที่ดำเนินการในกระบวนการเท่านั้น
“ไม่ใช่ว่าราคาเริ่มต้นที่ยังไม่ออกมาจะกระทบการแจกคูปอง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต” พ.อ.นที กล่าว
ด้านนายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และกรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจกคูปอง 22 ล้านครัวเรือนว่า กสท.ต้องดำเนินการอีกหลายเรื่อง อาทิ ราคาคูปอง และราคาที่จะให้ประชาชนซื้อทีวีเครื่องใหม่ได้ในราคาเท่าไร เงินส่วนต่างเอามาจากไหนบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากค่าประมูล อีกส่วนหนึ่งจากเงินของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) จากรัฐบาล ซึ่งต้องมีลำดับตัวเลขที่ชัดเจน ไม่ใช่เป็นการนำเสนอที่ผูกกับนามธรรม แต่ไม่มีรูปธรรม อีกทั้งขอตำหนิการทำงานของอีกฝ่าย เพราะไม่ให้ฝั่งเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ แต่ให้ฝั่งเทคนิคเป็นคนทำ และไม่มีตัวเลขทางการเงิน โดยขอเสนอว่าควรเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ทำงานร่วมกับนักเทคนิค
"คูปอง ปริมาณเงินมูลค่า อย่าไปผูกกับการประมูลตั้งต้น ซึ่งหากพูดแบบนี้จะเหมือนไม่ได้ทำงาน เพราะตัวเลขกล่อง เรารู้ราคาอยู่แล้วว่าประมาณ 1,000 กว่าบาท และเรารู้อยู่แล้วว่าจะแจกคูปองให้ประชาชนคนละไม่เกิน 500 บาท ส่วนเกินทั้งหมดจะได้ประมูลถูกว่า จะนำร่องก่อนกี่กล่อง เพราะเป็นไปได้อยู่แล้ววว่าจะแจกทีเดียวทั้ง 22 ล้านกล่อง” กรรมการ กสทช. กล่าว
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า เรื่องที่ กสท.ต้องดำเนินการหลักๆ คือ การทำการประมาณงบประมาณที่ต้องใช้ว่ากล่องปัจจุบันราคาเท่าไร และประชาชนต้องจ่ายราคาเท่าไร ปริมาณการคุมพื้นที่ออกอากาศในปีแรก ว่าต้องดูปีแรกออกอากาศในเมืองก่อนใช่มั้ย บริเวณไหน ให้ประชาชนรับทราบ ไม่ใช่ให้คนทั่วประเทศออกไปซื้อกล่อง และไม่มีสัญญาณมาให้บริการประชาชน เพราะบางแห่งยังไม่มีสัญญาณ ซึ่งหากทำรายละเอียดออกมาแล้ว จะมีความชัดเจนว่าปีแรกจะขายกี่กล่อง ราคาเท่าไร และเงินไม่พอจะทำอย่างไร
"22 ล้านคนจะซื้อในปีเดียว ไม่ใช่นะครับ อาจจะเริ่มที่ปีแรก 3 ล้านกล่องก่อน ปีที่สอง 5 ล้านกล่อง และเงินก็ทยอยจ่ายออกไป มันขึ้นอยู่กับพื้นที่และการปรับเปลี่ยนด้วย การรับของประชาชนต้องดูด้วยว่าเท่าไร ไม่ใช่วันแรกประชาชนเดินไปซื้อ 22 ล้านคน โครงการใหญ่ขนาดนี้ จะมาไม่มีรายละเอียดแบบบี้ ไม่ได้ คิดเอาเองดาบหน้าไม่ได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับวิธีแบบนี้ ในฐานะที่มาจากเศรษฐศาสตร์การเงิน" กรรมการ กสทช. กล่าว
http://www.thairath.co.th/content/tech/324565
_________________________________________
กสทช.ด้านศศ.ไม่เอาแจกคูปอง
นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และกรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจกคูปองส่วนลด 22 ล้านครัวเรือน เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อรองรับการแพร่ภาพด้วยระบบดิจิตอลว่า ขอตำหนิการทำงานของอีกฝ่าย เพราะไม่ให้ฝั่งเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ แต่ให้ฝั่งเทคนิคเป็นคนทำ และไม่มีตัวเลขทางการเงิน โดยขอเสนอว่าควรเป็นนักเศรษฐศาสตร์ทำงานร่วมกับนักเทคนิคเรื่องที่ กสท.ต้องดำเนินการหลักๆ คือ การทำงบประมาณที่ต้องใช้ ว่ากล่องปัจจุบันราคาเท่าไร และประชาชนต้องจ่ายราคาเท่าไร ปริมาณการคุมพื้นที่ออกอากาศในปีแรก
"คูปองปริมาณเงินมูลค่า อย่าไปผูกกับการประมูลตั้งต้น ซึ่งหากพูดแบบนี้จะเหมือนไม่ได้ทำงาน เพราะตัวเลขกล่องเรารู้ราคาอยู่แล้วว่าประมาณ 1,000 กว่าบาท และเรารู้อยู่แล้วว่าจะแจกคูปองให้ประชาชนคนละไม่เกิน 500 บาท ส่วนเกินทั้งหมดจะได้ประมูลถูกกว่า จะนำร่องก่อนกี่กล่อง เพราะเป็นไปได้อยู่แล้วว่าจะแจกทีเดียวทั้ง 22 ล้านกล่อง โครงการใหญ่ขนาดนี้จะไม่มีรายละเอียดแบบบี้ไม่ได้ คิดเอาเองดาบหน้าไม่ได้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับวิธีแบบนี้ ในฐานะที่มาจากเศรษฐศาสตร์การเงิน"
ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาตั้งต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือไลเซนส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง รวมช่องเอชดี 4 ช่อง แต่เป็นแค่ราคาที่จะนำไปสู่การแจกคูปอง และเป็นเพียงข้อเสนอในการแจกคูปอง รวมทั้งเป็นสิ่งที่ดำเนินการในกระบวนการเท่านั้น
นอกจากนี้ กสท.และคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลจะเชิญผู้ประกอบการประมาณ 12-13 ราย เข้าร่วมประชุมเพื่อขอรับฟังความเห็นในการกำหนดเพดานจำนวนช่องรายการสำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทกิจการทางธุรกิจ ในวันที่ 5 ก.พ.56 ก่อนจะให้คณะอนุกรรมการฯ สรุปผลทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม กสท. โดยจะสามารถสรุปผลประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ไม่เกิน มี.ค.56
บ้านเมือง
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1582989
___________________________________________
ชูอีออคชั่นประมูลทีวีดิจิตอล ยันไม่มีฮั้ว!กสทช.แตกคอแจกคูปอง
กสทช. เรียกหารือผู้ประกอบการ 13 ราย ถกเพดานช่องรายการทีวีดิจิตอล คาดประกาศฯ มี.ค.56 นี้ ชูวิธีการอีออคชั่น ไม่มีฮั้ว ถ้ามีคนประมูลเท่าใบอนุญาตจะล้มทันที บอร์ด กสท.เสียงแตก "ธวัชชัย" ตำหนิ กสทช. ไร้ความชัดเจน เรื่องแจกคูปองทีวีดิจิตอล 22 ล้านครัวเรือน ทำผู้บริโภคสับสน
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กล่าวว่า กสท. และ คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล จะเชิญผู้ประกอบการประมาณ 12-13 ราย เข้าร่วมประชุมหารือข้อกำหนดเพดานจำนวนช่องรายการ สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลเข้าร่วมประชุม เพื่อขอรับฟังความเห็นในวาระแนวทางการกำหนดเพดานจำนวนช่องรายการสำหรับการให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทกิจการทางธุรกิจ ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ และจะให้คณะอนุกรรมการฯ สรุปผลทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม กสท. เนื่องจากการประชุมที่ผ่านมาเป็นการรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการ โดยจะสามารถสรุปผลประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ไม่เกิน มี.ค.2556
ส่วนในกรณีราคาเริ่มต้นการประมูล พ.อ.นที กล่าวว่า กรอบเวลาการให้ใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิตอล ปลายไตรมาส 1/2556 และการคัดเลือกการประกวดราคาช่องบริการสาธารณะ พ.ค.นี้ ส่วนช่องบริการชุมชน ปลายปี 2556 ขณะที่ราคาเริ่มต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซนส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง รวมช่องเอชดี 4 ช่อง นั้น จะแล้วเสร็จเดือน ก.พ. ส่วนหลักเกณฑ์การประมูลช่องธุรกิจจะแล้วเสร็จเดือน มี.ค. และจะเปิดประมูลช่วง ก.ค.-ส.ค.2556
สำหรับการประมูลนั้นจะใช้วิธีการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออคชั่น (E-Auction) เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย ทุกคนเข้าใจดี และสามารถให้ผู้เข้าประมูลทุกคนเห็นรายละเอียดได้ โดยแยกการประมูลออกตามประเภทช่องรายการ แบ่งเป็น ข่าว 5 ช่อง เด็กและเยาวชน 5 ช่อง ทั่วไปแบบสแตนดาร์ด (เอสดี) 10 ช่อง และทั่วไปแบบไฮ-เดฟฟิเนชั่น (เอชดี) 4 ช่อง นอกจากนี้ ถ้าจำนวนผู้ประกอบการมีเท่ากับช่องที่ประมูล จะยกเลิกการประมูลทันที อย่างไรก็ตาม กสท. ยังไม่ได้เตรียมแผนรองรับหากการประมูลยังไม่เกิดขึ้น เพราะมั่นใจว่าจะต้องเกิดการประมูล เพื่อเดินไปข้างหน้าแน่นอน
พ.อ. นที กล่าวยืนยันว่า เรื่องการแจกคูปองให้กับ 22 ล้านครัวเรือน ตามสำมะโนประชากรทั่วประเทศ เพื่อนำไปซื้อกล่องรับสัญญาณ หรือ เซตท็อปบ็อกซ์ (Set top box) ก่อนนำมาติดตั้งกับเครื่องรับโทรทัศน์อะนาล็อก รองรับการแพร่ภาพออกอากาศด้วยระบบดิจิตอล รวม 48 ช่องในปี 2556 นั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับราคาตั้งต้นในการประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซนส์ ทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจจำนวน 24 ช่อง รวมช่อง HD 4 ช่อง แต่เป็นแค่ราคาที่จะนำไปสู่การแจกคูปอง และเป็นเพียงข้อเสนอในการแจกคูปอง รวมทั้งเป็นสิ่งที่ดำเนินการในกระบวนการเท่านั้น
ด้าน นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และ กรรมการ กสท. กล่าวถึงกรณีการแจ