ก่อนวันพรุ่งนี้จะเตะ ก็ยังมีคอลัมน์พรรค์นี้ออกมาอีก ที่จัดเต็มกับการกล่าวโจมตีโค้ชวินนี่อีกหน และคราวนี้ยิ่งหนักกว่า คอลัมน์มุมที่ 5 ของเดลินิวส์นั่นอีก
http://www.siamsport.co.th/Column/130205_097.html
ผมจำได้ว่าตอนที่ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ เข้ามาทำทีมชาติไทยใหม่ๆ เห็นการเล่นในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แล้วผมเขียนเชียร์เขา ให้กำลังใจอยากให้ทำทีมชาติไทยนานๆ เพราะดูรูปแบบ ทรงฟุตบอลของทีมไทยไม่เลวเลยแม้เราจะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม ขณะที่ ''วินนี่'' เองก็ดูมีความมุ่งมั่น ทุ่มเทที่จะทำฟุตบอลไทยให้ได้ดีมากกว่าโค้ชต่างชาติคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ดูจากในแง่ของความใส่ใจ ความขยันที่ตามไปดูฟอร์มนักเตะในลีกอย่างละเอียดยิบ บางวันดู 2 นัดติดๆกัน
ผมเชื่อว่า ถ้าให้เวลาหน่อย "วินนี่" น่าจะพัฒนาทีมชาติไทยได้ แต่ผ่านมา 2 ปีผลงานของทีมชาติไทยภายใต้การทำทีมของวินนี่ ถือว่า "ล้มเหลว" อย่างสิ้นเชิง ทั้งตกรอบแรกฟุตบอลโลก, ได้รองแชมป์ซูซูกิ อาเซียน คัพ, อันดับ 4 และอันดับ 3 ร่วมฟุตบอลคิงส์ คัพ 2 ปีติดต่อกัน
อย่างที่รู้กันนะครับ นักข่าวกีฬาบ้านเรา มีหลายกลุ่ม หลายก๊วน ทั้งกลุ่มที่สนับสนุนสมาคมฟุตบอลฯ และกลุ่มที่โจมตี อัดสมาคมฟุตบอลหนักๆ 2 กลุ่มนี้ความเห็นมักจะตรงข้ามกัน...แต่กับกรณีของ "วินนี่" ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เหลือเชื่อนะครับ ที่ความเห็น คอมเมนต์ การวิพากษ์วิจารณ์จากนักข่าวกีฬากลุ่มไหนๆ ในเมืองไทยต่างก็ถล่ม "วินนี่" ราวกับนัดกันมา
เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่างแล้ว สำหรับโค้ชทีมชาติรายนี้ เป็นปัญหาที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า ไม่สมควรทำทีมชาติไทย ผมเลยต้องไปพลิกแฟ้มข้อมูล หาปัญหาของวินนี่ที่นักข่าวและคนในวงการไม่ยอมรับ...ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เรื่องในสนามในฐานะที่ไม่ได้จบวิชาโค้ชมา เราไม่อาจไปก้าวล่วงกุนซือผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยทำทีมในบุนเดสลีกา ทำทีมชาติแคเมอรูนและสารพัดโปรไฟล์ได้ แต่มีข้อสังเกตถึงฝีมือของกุนซือรายนี้หน่อยหนึ่ง
กรณีที่ทีมชาติไทยมีโปรแกรมอุ่นเครื่อง 3 นัดก่อนซูซูกิ คัพเป็นโปรแกรมทองที่วินนี่ถวิลหาและโจมตีสมาคมฟุตบอลมาตลอดว่าไม่หาแมตช์ให้ แต่เมื่อมีแมตช์ปรากฏว่า 2 นัดแรกวินนี่ใช้ผู้เล่นที่เรียกมาใหม่และคาดว่าจะไม่ได้ใช้งานจริงในทัวร์นาเมนต์ลงเล่นสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งทั้งหมดเพื่อเป็นการตัดตัว ทั้งที่ควรจะรู้ตั้งแต่เรียกตัวแล้วว่าใครควรติด ใครไม่ควรติดเพราะฟุตบอลลีกเตะกัน 34 นัด ไม่จำเป็นต้องมาใช้เวลาในการฝึกซ้อมของทีมชาติเป็นการคัดเลือกตัว สุดท้ายได้ใช้ผู้เล่น 11 คนที่จะใช้ในทัวร์นาเมนต์ก็ในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย
ทีมไทยตามหลังสิงคโปร์ 1-2 ในเกมรอบชิงชนะเลิศนัดแรกซูซูกิ คัพ เล่นในบ้านสิงคโปร์ สนามหญ้าเทียม ผู้เล่นลอดช่องหลายคนเป็นฝรั่งตัวราวกับตึก เกมนี้เล่นอะเวย์-โกล,เหย้า-เยือน สกอร์นี้น่าจะพอใจกลับมาเล่นในบ้านไทยขอชนะเม็ดเดียวเป็นแชมป์...วินนี่ สั่งเสริมเกมรุกเต็มตัว เอา พิภพ อ่อนโม้ ที่สูง 160 ซม. เท่าเอวกองหลังคู่ต่อสู้แถมเป็นไข้มาตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ลงเล่น แทนที่จะเป็นนักเตะตัวใหญ่ๆ เอาไปปักหลักสู้ สุดท้ายทีมไทยโดนลูก 3 กลับมาเล่นในบ้านชนะ 1 ลูกก็ไล่ไม่ทันแล้ว
คิงส์ คัพ "บิ๊กโต้ง" กิตติรัตน์ ณ ระนอง เข้ามารับตำแหน่ง 7 ม.ค.ต้องการจะเรียกนักเตะมาซ้อม 8 ม.ค. เพื่อให้มีเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนนัดแรก 23 ม.ค. แต่ "วินนี่" ติดพักผ่อนอยู่ที่เยอรมัน กลับมาเมืองไทย 14 ม.ค. แล้วเรียกมาซ้อม 16 ม.ค. เท่ากับมีเวลาเตรียมทีมก่อนเจอสวีเดน, ฟินแลนด์และเกาหลีเหนือแค่สัปดาห์เดียว
แทนที่วินนี่จะรู้ว่า ทีมไทยมีโปรแกรมเอเชียน คัพ 6 มี.ค. รออยู่แล้ว ใช้คิงส์ คัพเป็นรายการที่เตรียมทีม แต่วินนี่กลับเลือกที่จะใช้งานนักเตะที่เรียกมาจากสารพัดทั้งดิวิชั่น1, เยาวชน, ตัวสำรองของสโมสร ซึ่งนักเตะเหล่านั้นเกือบจะทั้งหมดแทบจะไม่ได้ใช้งานในเอเชียน คัพกับคูเวตเลย เสียโอกาสในการได้ซ้อมกับทีมแกร่งๆ ไปเปล่าๆ หากให้เหตุผลว่ากลัวนักเตะกรอบ นักเตะล้า ก็เลือกใช้งานได้นี่ครับ
พอจบคิงส์ คัพ วินนี่แถลงข่าวจวกสมาคมฯ ที่ทำให้ไม่ได้อุ่นเครื่องกับยูเออี ทั้งที่ยูเออีไม่ใช่แชมป์โลกสักหน่อย ที่จะเปลี่ยนสถานที่เตะจากฮ่องกง ไปสิงคโปร์ สุดท้ายไปลงที่จีน ทีมไทยต้องตามไปอุ่นเครื่องด้วยทุกที่ที่เขาต้องการอย่างงั้นหรือ แล้วบินไปอุ่นที่เมืองจีนต้องใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่ กลับเท่าไหร่ พอกลับมาไม่พร้อมก็ต้องโทษอีกว่านักเตะกรอบ ล้า แล้ววินนี่ไม่รู้เหรอว่าการจองตั๋วกรุ๊ปทีละ 20-30 คนจองแล้วยกเลิกตั๋ว 3 หนเนี่ย ต้องโดนสายการบินปรับเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาในการขอวีซ่ามากขนาดไหน
เรียกตัวเอเชียน คัพ เหลือเชื่อนะครับว่า วินนี่เรียกนักเตะหลายรายค้านสายตา อย่าง ยศพล เทียงดาห์ ผู้รักษาประตูมือ 2 ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่แทบจะไม่ได้ลงสนามในฤดูกาลที่ผ่านมา มาติดทีมได้ยังไง ทั้งที่ยังมีนายประตูดีๆ อย่างศิวรักษ์ เทศสูงเนินมือ 1 บุรีรัมย์, วีระ เกิดพุดซา, นริศ ทวีกูลหรือ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารเหล่านี้โชว์ฟอร์มได้ดีกับสโมสรในลีกแต่กลับไม่ถูกเรียก "วินนี่" อาจจะเก่ง แต่นักข่าวไทย นักเตะไทย คิดตามแผนเขาไม่ทันเองรึยังไงไม่รู้
พฤติกรรมที่คนทำทีมและบรรดาผู้สื่อข่าววงในรับไม่ได้มากที่สุด ก็คือการที่ "วินนี่" เอาทีมชาติไทยเป็นตัวประกันในหลายๆเรื่อง ครั้งหนึ่งหลังเกมที่ไทยชนะมาเลเซีย รอบรองฯ นัดแรก วินนี่ เรียกนักข่าวมาแถลงเลยว่าหากคุณทนุศักดิ์ ผจก.ทีมไม่ขอเวิร์กเพอร์มิตให้ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องของเอกสารที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ พรุ่งนี้จะไม่เอาทีมชาติไทยลงเล่นกับมาเลเซีย...ดูเขาทำ
อีกหน 11 ธ.ค.ทีมชาติไทยเสมอ มาเลเซีย นายกสมาคมฟุตบอลฯ มอบเงินอัดฉีดให้ 1 ล้านบาท ผ่านกัปตันทีมภานุพงศ์ วงศ์ษา ซึ่งนักเตะก็ตกลงกันเองว่าจะแบ่งคนละเท่าไหร่ แล้วให้เลขาฯ ของผู้จัดการทีมเอาไปจัดการใส่ซองมาแจกกันพรุ่งนี้ 5 ทุ่มวินนี่ เต้นเป็นเจ้าเข้า เรียกเจ้าหน้าที่เอาเงิน 1 ล้านบาทมากองให้เขาตอนนั้นเลย แม้จะดึกแค่ไหนก็ตามหากไม่เอาเงินมาจะเอาทีมชาติไทยเล่นรอบชิงชนะเลิศ...คุณเอาทีมชาติไทยของผม ของชาวไทยทุกคนที่จะลงเล่นเพื่อคนไทยมาเป็นตัวประกันต่อรองผลประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างนี้ได้ยังไง?
นักฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีเงินเดือนนะครับ ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 2 พันบาท วินนี่ได้เงินเดือนๆ ละ 1.7 ล้านบาท ทีมงานที่เป็นลูกเขย, ลูกชาย คนในครอบครัวอีกร่วมๆ 3 ล้าน แต่นักเตะได้ทองอัดฉีดจากผจก.ทีม วินนี่โวยว่าเขาต้องได้ด้วย และเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 2 พันเขาก็ต้องได้
กุนซือรายนี้เป็นเอาหนักครับ เดินเกมหาสโมสรหรือใครก็ได้ที่สามารถหาสปอนเซอร์มาแปะหน้าอกเขาและทีมงานได้ เขาขอ 1 ล้านบาท ไม่เกี่ยวกับสปอนเซอร์ของสมาคมฯ หรือทีมชาตินะครับ ใครที่มีเพาเวอร์พอจะหาได้ เขาไม่รอช้าที่จะปรี่เข้าไปเจรจา รถโตโยต้าแคมรี่ ที่โตโยต้าสนับสนุนให้สมาคมฯ เอามาให้วินนี่ ขี่อยู่ทุกวันนี้ เขาบอกว่าหมดสัญญาแล้วต้องจัดการส่งไปให้เขาที่เยอรมันนะครับ แสดงว่ารถคุณภาพดีจริง
ล่าสุดทีมชาติไทยไปเตะคิงส์ คัพ เช็กเอาต์นักเตะ, เจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องรับผิดชอบมินิบาร์ เครื่องดื่ม, ขนมในห้องของตัวเอง ตามกติกาทั่วไปซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่ ทั้งทีมไปสนามบินไม่ได้ เพราะห้องวินนี่ค้างค่า เบียร์และไวน์อยู่ 3,200 บาท เจ้าตัวไม่ยอมจ่ายยืนยันสมาคมฯ ต้องเป็นคนจ่าย กว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์ให้ได้แทบจะตกเครื่องบิน
เอาเถอะครับ ทั้งหมด ทั้งมวลเป็นเรื่องของคนๆ หนึ่งที่บังเอิญเข้ามารับผิดชอบคุมทีมชาติไทย ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ไม่มีอยู่ในโปรไฟล์ก่อนตัดสินใจจ้าง...โค้ชต่างชาติทุกคน เขามาแล้วก็ไป กอบโกยเงินทองแล้วก็เปิดตูด แต่คนไทยยังไงก็ต้องเชียร์ทีมชาติไทย
6 ก.พ. นี้ลืมเรื่องทุกอย่างชั่วคราวแล้วไปเชียร์ทีมชาติไทยกันให้มากๆนะครับ เพราะทีมชาติไทยเป็นของคนไทยทุกคน !!
ปูเป้
ถ้าคุณอ่านจบ บางคนสามารถปักใจเชื่อได้เลยว่า โค้ชคนนี้เป็นคนที่ไม่ควร ให้ความวางใจในการนำทีมเถลิงชัย สร้างความภาคภูมิใจแก่ทีมชาติไทยเรานี้ เพราะเขาทั้งหน้าเงิน อ้างสิทธิ์ต่างๆนานา เอาแต่ใจทั้งประดามีจนระอา แต่ตลกดี ตอนท้ายกลับบอกให้ไปเชียร์ทีมชาติ ที่พี่เขาได้ปลุกปั้น คืนศร้ทธาแก่แฟนบอลด้วยมือของเขาเอง โดยเหมือนกับอ้างสิทธิ์ว่า ทีมชาติมีศรัทธาอีกหนนั้น จริงๆเพราะสื่ออย่างพวกตน พวกพ้องของพวกตนต่างหาก ซึ่งเห็นแท้ทั้งคอลัมน์ว่า พวกเขาไม่เป็นกลาง และเลือกข้างผลประโยชน์ ฝั่งเดียวกับกลุ่มที่พยายามขัดขวางการทำงานของโค้ช โดยมีจุดประสงค์ละโมบ ไม่ดีไปกว่ากันเลย
ทีนี้ ผมจะค้านเนื้อหาทีละประเด็น ที่ผู้เขียนคอลัมน์นี้ เขียนโจมตีอย่างไร้ชั้นเชิง เพราะหลายๆอย่าง เคยถูกผมค้านมาแล้วจากตอนคอลัมน์มุมที่ 5 ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แต่เอามาเล่นซ้ำเพื่อจุดประสงค์ในการให้คนรังเกียจ โค้ชทีมชาติของตัวเอง....
....อย่างสกปรก
ทีมชาติไทย ตัวประกันของใครกันแน่!?! (กระทู้ค้านเนื้อหาคอลัมน์ของสยามกีฬา)
http://www.siamsport.co.th/Column/130205_097.html
ผมจำได้ว่าตอนที่ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ เข้ามาทำทีมชาติไทยใหม่ๆ เห็นการเล่นในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แล้วผมเขียนเชียร์เขา ให้กำลังใจอยากให้ทำทีมชาติไทยนานๆ เพราะดูรูปแบบ ทรงฟุตบอลของทีมไทยไม่เลวเลยแม้เราจะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม ขณะที่ ''วินนี่'' เองก็ดูมีความมุ่งมั่น ทุ่มเทที่จะทำฟุตบอลไทยให้ได้ดีมากกว่าโค้ชต่างชาติคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ดูจากในแง่ของความใส่ใจ ความขยันที่ตามไปดูฟอร์มนักเตะในลีกอย่างละเอียดยิบ บางวันดู 2 นัดติดๆกัน
ผมเชื่อว่า ถ้าให้เวลาหน่อย "วินนี่" น่าจะพัฒนาทีมชาติไทยได้ แต่ผ่านมา 2 ปีผลงานของทีมชาติไทยภายใต้การทำทีมของวินนี่ ถือว่า "ล้มเหลว" อย่างสิ้นเชิง ทั้งตกรอบแรกฟุตบอลโลก, ได้รองแชมป์ซูซูกิ อาเซียน คัพ, อันดับ 4 และอันดับ 3 ร่วมฟุตบอลคิงส์ คัพ 2 ปีติดต่อกัน
อย่างที่รู้กันนะครับ นักข่าวกีฬาบ้านเรา มีหลายกลุ่ม หลายก๊วน ทั้งกลุ่มที่สนับสนุนสมาคมฟุตบอลฯ และกลุ่มที่โจมตี อัดสมาคมฟุตบอลหนักๆ 2 กลุ่มนี้ความเห็นมักจะตรงข้ามกัน...แต่กับกรณีของ "วินนี่" ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เหลือเชื่อนะครับ ที่ความเห็น คอมเมนต์ การวิพากษ์วิจารณ์จากนักข่าวกีฬากลุ่มไหนๆ ในเมืองไทยต่างก็ถล่ม "วินนี่" ราวกับนัดกันมา
เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหาอะไรสักอย่างแล้ว สำหรับโค้ชทีมชาติรายนี้ เป็นปัญหาที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า ไม่สมควรทำทีมชาติไทย ผมเลยต้องไปพลิกแฟ้มข้อมูล หาปัญหาของวินนี่ที่นักข่าวและคนในวงการไม่ยอมรับ...ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
เรื่องในสนามในฐานะที่ไม่ได้จบวิชาโค้ชมา เราไม่อาจไปก้าวล่วงกุนซือผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยทำทีมในบุนเดสลีกา ทำทีมชาติแคเมอรูนและสารพัดโปรไฟล์ได้ แต่มีข้อสังเกตถึงฝีมือของกุนซือรายนี้หน่อยหนึ่ง
กรณีที่ทีมชาติไทยมีโปรแกรมอุ่นเครื่อง 3 นัดก่อนซูซูกิ คัพเป็นโปรแกรมทองที่วินนี่ถวิลหาและโจมตีสมาคมฟุตบอลมาตลอดว่าไม่หาแมตช์ให้ แต่เมื่อมีแมตช์ปรากฏว่า 2 นัดแรกวินนี่ใช้ผู้เล่นที่เรียกมาใหม่และคาดว่าจะไม่ได้ใช้งานจริงในทัวร์นาเมนต์ลงเล่นสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งทั้งหมดเพื่อเป็นการตัดตัว ทั้งที่ควรจะรู้ตั้งแต่เรียกตัวแล้วว่าใครควรติด ใครไม่ควรติดเพราะฟุตบอลลีกเตะกัน 34 นัด ไม่จำเป็นต้องมาใช้เวลาในการฝึกซ้อมของทีมชาติเป็นการคัดเลือกตัว สุดท้ายได้ใช้ผู้เล่น 11 คนที่จะใช้ในทัวร์นาเมนต์ก็ในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย
ทีมไทยตามหลังสิงคโปร์ 1-2 ในเกมรอบชิงชนะเลิศนัดแรกซูซูกิ คัพ เล่นในบ้านสิงคโปร์ สนามหญ้าเทียม ผู้เล่นลอดช่องหลายคนเป็นฝรั่งตัวราวกับตึก เกมนี้เล่นอะเวย์-โกล,เหย้า-เยือน สกอร์นี้น่าจะพอใจกลับมาเล่นในบ้านไทยขอชนะเม็ดเดียวเป็นแชมป์...วินนี่ สั่งเสริมเกมรุกเต็มตัว เอา พิภพ อ่อนโม้ ที่สูง 160 ซม. เท่าเอวกองหลังคู่ต่อสู้แถมเป็นไข้มาตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ลงเล่น แทนที่จะเป็นนักเตะตัวใหญ่ๆ เอาไปปักหลักสู้ สุดท้ายทีมไทยโดนลูก 3 กลับมาเล่นในบ้านชนะ 1 ลูกก็ไล่ไม่ทันแล้ว
คิงส์ คัพ "บิ๊กโต้ง" กิตติรัตน์ ณ ระนอง เข้ามารับตำแหน่ง 7 ม.ค.ต้องการจะเรียกนักเตะมาซ้อม 8 ม.ค. เพื่อให้มีเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนนัดแรก 23 ม.ค. แต่ "วินนี่" ติดพักผ่อนอยู่ที่เยอรมัน กลับมาเมืองไทย 14 ม.ค. แล้วเรียกมาซ้อม 16 ม.ค. เท่ากับมีเวลาเตรียมทีมก่อนเจอสวีเดน, ฟินแลนด์และเกาหลีเหนือแค่สัปดาห์เดียว
แทนที่วินนี่จะรู้ว่า ทีมไทยมีโปรแกรมเอเชียน คัพ 6 มี.ค. รออยู่แล้ว ใช้คิงส์ คัพเป็นรายการที่เตรียมทีม แต่วินนี่กลับเลือกที่จะใช้งานนักเตะที่เรียกมาจากสารพัดทั้งดิวิชั่น1, เยาวชน, ตัวสำรองของสโมสร ซึ่งนักเตะเหล่านั้นเกือบจะทั้งหมดแทบจะไม่ได้ใช้งานในเอเชียน คัพกับคูเวตเลย เสียโอกาสในการได้ซ้อมกับทีมแกร่งๆ ไปเปล่าๆ หากให้เหตุผลว่ากลัวนักเตะกรอบ นักเตะล้า ก็เลือกใช้งานได้นี่ครับ
พอจบคิงส์ คัพ วินนี่แถลงข่าวจวกสมาคมฯ ที่ทำให้ไม่ได้อุ่นเครื่องกับยูเออี ทั้งที่ยูเออีไม่ใช่แชมป์โลกสักหน่อย ที่จะเปลี่ยนสถานที่เตะจากฮ่องกง ไปสิงคโปร์ สุดท้ายไปลงที่จีน ทีมไทยต้องตามไปอุ่นเครื่องด้วยทุกที่ที่เขาต้องการอย่างงั้นหรือ แล้วบินไปอุ่นที่เมืองจีนต้องใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่ กลับเท่าไหร่ พอกลับมาไม่พร้อมก็ต้องโทษอีกว่านักเตะกรอบ ล้า แล้ววินนี่ไม่รู้เหรอว่าการจองตั๋วกรุ๊ปทีละ 20-30 คนจองแล้วยกเลิกตั๋ว 3 หนเนี่ย ต้องโดนสายการบินปรับเท่าไหร่ ต้องใช้เวลาในการขอวีซ่ามากขนาดไหน
เรียกตัวเอเชียน คัพ เหลือเชื่อนะครับว่า วินนี่เรียกนักเตะหลายรายค้านสายตา อย่าง ยศพล เทียงดาห์ ผู้รักษาประตูมือ 2 ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดที่แทบจะไม่ได้ลงสนามในฤดูกาลที่ผ่านมา มาติดทีมได้ยังไง ทั้งที่ยังมีนายประตูดีๆ อย่างศิวรักษ์ เทศสูงเนินมือ 1 บุรีรัมย์, วีระ เกิดพุดซา, นริศ ทวีกูลหรือ อุกฤษณ์ วงศ์มีมา นายทวารเหล่านี้โชว์ฟอร์มได้ดีกับสโมสรในลีกแต่กลับไม่ถูกเรียก "วินนี่" อาจจะเก่ง แต่นักข่าวไทย นักเตะไทย คิดตามแผนเขาไม่ทันเองรึยังไงไม่รู้
พฤติกรรมที่คนทำทีมและบรรดาผู้สื่อข่าววงในรับไม่ได้มากที่สุด ก็คือการที่ "วินนี่" เอาทีมชาติไทยเป็นตัวประกันในหลายๆเรื่อง ครั้งหนึ่งหลังเกมที่ไทยชนะมาเลเซีย รอบรองฯ นัดแรก วินนี่ เรียกนักข่าวมาแถลงเลยว่าหากคุณทนุศักดิ์ ผจก.ทีมไม่ขอเวิร์กเพอร์มิตให้ตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องของเอกสารที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ พรุ่งนี้จะไม่เอาทีมชาติไทยลงเล่นกับมาเลเซีย...ดูเขาทำ
อีกหน 11 ธ.ค.ทีมชาติไทยเสมอ มาเลเซีย นายกสมาคมฟุตบอลฯ มอบเงินอัดฉีดให้ 1 ล้านบาท ผ่านกัปตันทีมภานุพงศ์ วงศ์ษา ซึ่งนักเตะก็ตกลงกันเองว่าจะแบ่งคนละเท่าไหร่ แล้วให้เลขาฯ ของผู้จัดการทีมเอาไปจัดการใส่ซองมาแจกกันพรุ่งนี้ 5 ทุ่มวินนี่ เต้นเป็นเจ้าเข้า เรียกเจ้าหน้าที่เอาเงิน 1 ล้านบาทมากองให้เขาตอนนั้นเลย แม้จะดึกแค่ไหนก็ตามหากไม่เอาเงินมาจะเอาทีมชาติไทยเล่นรอบชิงชนะเลิศ...คุณเอาทีมชาติไทยของผม ของชาวไทยทุกคนที่จะลงเล่นเพื่อคนไทยมาเป็นตัวประกันต่อรองผลประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างนี้ได้ยังไง?
นักฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีเงินเดือนนะครับ ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 2 พันบาท วินนี่ได้เงินเดือนๆ ละ 1.7 ล้านบาท ทีมงานที่เป็นลูกเขย, ลูกชาย คนในครอบครัวอีกร่วมๆ 3 ล้าน แต่นักเตะได้ทองอัดฉีดจากผจก.ทีม วินนี่โวยว่าเขาต้องได้ด้วย และเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 2 พันเขาก็ต้องได้
กุนซือรายนี้เป็นเอาหนักครับ เดินเกมหาสโมสรหรือใครก็ได้ที่สามารถหาสปอนเซอร์มาแปะหน้าอกเขาและทีมงานได้ เขาขอ 1 ล้านบาท ไม่เกี่ยวกับสปอนเซอร์ของสมาคมฯ หรือทีมชาตินะครับ ใครที่มีเพาเวอร์พอจะหาได้ เขาไม่รอช้าที่จะปรี่เข้าไปเจรจา รถโตโยต้าแคมรี่ ที่โตโยต้าสนับสนุนให้สมาคมฯ เอามาให้วินนี่ ขี่อยู่ทุกวันนี้ เขาบอกว่าหมดสัญญาแล้วต้องจัดการส่งไปให้เขาที่เยอรมันนะครับ แสดงว่ารถคุณภาพดีจริง
ล่าสุดทีมชาติไทยไปเตะคิงส์ คัพ เช็กเอาต์นักเตะ, เจ้าหน้าที่ ทุกคนต้องรับผิดชอบมินิบาร์ เครื่องดื่ม, ขนมในห้องของตัวเอง ตามกติกาทั่วไปซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่ ทั้งทีมไปสนามบินไม่ได้ เพราะห้องวินนี่ค้างค่า เบียร์และไวน์อยู่ 3,200 บาท เจ้าตัวไม่ยอมจ่ายยืนยันสมาคมฯ ต้องเป็นคนจ่าย กว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์ให้ได้แทบจะตกเครื่องบิน
เอาเถอะครับ ทั้งหมด ทั้งมวลเป็นเรื่องของคนๆ หนึ่งที่บังเอิญเข้ามารับผิดชอบคุมทีมชาติไทย ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ไม่มีอยู่ในโปรไฟล์ก่อนตัดสินใจจ้าง...โค้ชต่างชาติทุกคน เขามาแล้วก็ไป กอบโกยเงินทองแล้วก็เปิดตูด แต่คนไทยยังไงก็ต้องเชียร์ทีมชาติไทย
6 ก.พ. นี้ลืมเรื่องทุกอย่างชั่วคราวแล้วไปเชียร์ทีมชาติไทยกันให้มากๆนะครับ เพราะทีมชาติไทยเป็นของคนไทยทุกคน !!
ปูเป้
ถ้าคุณอ่านจบ บางคนสามารถปักใจเชื่อได้เลยว่า โค้ชคนนี้เป็นคนที่ไม่ควร ให้ความวางใจในการนำทีมเถลิงชัย สร้างความภาคภูมิใจแก่ทีมชาติไทยเรานี้ เพราะเขาทั้งหน้าเงิน อ้างสิทธิ์ต่างๆนานา เอาแต่ใจทั้งประดามีจนระอา แต่ตลกดี ตอนท้ายกลับบอกให้ไปเชียร์ทีมชาติ ที่พี่เขาได้ปลุกปั้น คืนศร้ทธาแก่แฟนบอลด้วยมือของเขาเอง โดยเหมือนกับอ้างสิทธิ์ว่า ทีมชาติมีศรัทธาอีกหนนั้น จริงๆเพราะสื่ออย่างพวกตน พวกพ้องของพวกตนต่างหาก ซึ่งเห็นแท้ทั้งคอลัมน์ว่า พวกเขาไม่เป็นกลาง และเลือกข้างผลประโยชน์ ฝั่งเดียวกับกลุ่มที่พยายามขัดขวางการทำงานของโค้ช โดยมีจุดประสงค์ละโมบ ไม่ดีไปกว่ากันเลย
ทีนี้ ผมจะค้านเนื้อหาทีละประเด็น ที่ผู้เขียนคอลัมน์นี้ เขียนโจมตีอย่างไร้ชั้นเชิง เพราะหลายๆอย่าง เคยถูกผมค้านมาแล้วจากตอนคอลัมน์มุมที่ 5 ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แต่เอามาเล่นซ้ำเพื่อจุดประสงค์ในการให้คนรังเกียจ โค้ชทีมชาติของตัวเอง....
....อย่างสกปรก