ชำแหละ 6 พันล้าน หายไปไหน?ว่ะ...สุเทพ-เนวิน-อภิสิทธิ์

กระทู้สนทนา
ขุดคุ้ยเรื่องชั่วๆของคนอื่นดีนัก พอโดนตอกกลับ ทำเป็นเฉยซุกไว้ใต้พรม ปิดปากเงียบสนิท
สันดานประมาณว่ากูชั่วได้ แต่คนอื่นห้ามชั่ว นี่มันคนชัดๆ

6,672,000 ล้านบาท ไปอยู่ในกระเป๋าใครบ้าง?กับโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลไอ้มาร์ค ที่วันก่อนสำรอกคำว่า "เป็นนายกฯ ต้องรู้ทุกเรื่อง"อยู่เลย พอทีตัวเองโดนบ้าง ยิ้มพลิกลิ้นซะคนฟังงงกันไปทั้งประเทศ "นายกฯ ไม่ใช่เทวดา ที่จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่อง"

นี่งัยพระคุณท่านคือสันดานของคนปชป.

งานนี้คงต้องขอบคุณนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาแฉเรื่องราวทั้งหมด ใครจะไปรู้ บางทีเจ้าพ่ออ่างคนนี้ อาจช่วยรัฐบาลอยู่ก็เป็นได้ เพราะดูแต่ละชอตที่แฉ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน คนที่โดอนมากที่สุด เจ็บหนักที่สุด คือปชป.

สงสัยคงแค้นที่เคยโดนอุ้มไปรีดมาครั้งหนึ่ง หุหุ

ชำแหละบิ๊กเหลิมเพื่อตีกระทบชิ่งไปหาปชป.ด้วยการตอกหน้าผู้ดูแลรับผิดชอบตำรวจทั้งปร​ะเทศ ว่าไม่มีโรงพักให้ตำรวจทำงาน เพราะโรงพักที่กำลังดำเริรการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จเพราะความจริงก็คือโครงการนี้ค​ลอดมาจากช่องคลอดของรัฐบาลนายมาร์ค แต่คำตอบที่ได้รับคือ มาร์คโยนเผือกร้อนไปให้คนข้างกาย

2552-2554 บริษัทที่ได้รับสัญญามีเพียงรายเดียวคือ บ.พีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรั๊คชั่น จก. อยู่ที่เชียงใหม่ หากอยากรู้ว่าเป็นของใคร ให้ไปถามไอ้ห้อยร้อยยี่สิบแถวเมืองบุรีรัมย์ดู

มันเป็นหนึ่งในโครงการไทยเข้มแข็งที่มาร์คกู้เงิน 4 แสนล้านบาทมาใช้จ่ายเพื่อพัฒนาประเทศ...แต่เอ...หรือว่าเพื่อแบ่งปันกันไปตามสัญญาลั​บในการจัดตั้งรัฐบาล?

ปีนั้น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผบ.ตร. ได้เสนอโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจจำนวน 396 หลัง ขึ้นไปเพื่อเบิกเงิน

และไอ้ตัวที่ลงนามให้ความเห็นชอบจะเป็นใครไปไม่ได้ ไอ้เทือกสุบรรณ ที่ขณะนั้นปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีนั่นเอง และนี่คือสาเหตุว่าททำไมไอ้มาร์คจึงเลี่ยงและโยนเผือกร้อนนี้ออกไปจากตัว จนมันต้องสำรอกคำว่า "นายกฯ ไม่ใช่เทวดา ที่จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่อง"งัย


และนี่ก็กลายเป็นประเด็นที่ทำให้พล.ต.อ.พัชรวาทต้องถูกเด้งไปช่วยราชการที่สำนักนายก​ฯ พร้อมๆกับมาร์คได้เสนอชื่อพล.ต.อ.ปทีบ เป็นผบ.ตร.คนใหม่ แต่ถุกเบรคจาก กตช.หัวทิ่มกลับมา เพราะกตช.รู้ถึงข้อมูลสำคัญและเห้นว่าตำแหน่งผบ.ตร.นั้นควรเป็นของพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย

ไอ้มาร์คเลยใช้วิธีให้พล.ต.อ.ปทีปอยู่รักษาการผบ.ตร.จนเกษียณอายุราชการในปี 2553 ซึ่งไม่มีใครเขาทำกันมาก่อน เช่นนี้แล้วสิ่งที่ไอ้มาร์คสำรอกออกมาในทำนองว่า "กูไม่รู้เรื่องนั้น" มันยิ้มและตลบแตลงสิ้นดี



ดีเอสไอพบหลักฐานและพิรธมากมายจากการกระทำหาแดกกับงบประมาณภาษีของประชาชนในครั้งนี้​ เริ่มจาก....

การเสนอโครงการสร้างโรงพักนั้นให้แยกเป็น 12 สัญญา มีไอ้เทือกลงนามรับรองในวันที่ 9 มิ.ย. 52 ต่อมา 8 พ.ย. 52 ไอ้เทือกได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งเดิม เปลี่ยนให้เป็นการรวบประมูลสัญญาเดียวในส่วนกลาง

ตอนนั้นเพื่อไทยก็ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบเพราะเห็นความไม่ชอบมาพากลและไม่เห้นด้วย​ในเรื่องนี้ ปรากฏว่าสิ่งที่ได้รับคือความเงียบ

19 ก.ค. 53 พล.ต.อ.ปทีป รักษาการผบ.ตร.ได้ไปชี้แจงกับคณะกก.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 54 เกี่ยวกับการรวบให้เหลือสัยยาเดียวในเรื่องการก่อสร้างดรงพัก อ้างว่าช่วยประหยัดงบประมาณ

สุดท้ายเมื่อแผนการดำเนินไปตามที่วางไว้ จึงเสนอต่อนายเทือก ในฐานะรักษาการนายกฯให้ความเห้นชอบและอนุมัติให้จัดจ้าง บ.พีซีซีฯ เป็นผู้ก่อสร้างวงเงิน 5,848 ล้านบาท ณ วันที่ 11 ต.ค.2553

สัญญาดังกล่าวเริ่มต้นวันที่ 26 มี.ค. 54 สิ้นสุด 17 มิ.ย. 55 รวม 450 วัน แต่บ.พีซีซีฯได้ขอขยายสัญญา 3 ครั้งครั้งแรก 30 วัน ครั้งที่ 2 180 วันและครั้งสุดท้าย 60 วัน และจะครบกำหนดการก่อสร้างในวันที่ 14 มี.ค. 56 ที่จะถึงนี้ โดยในสัญญานั้นกำหนดให้จ่ายเงินล่วงหน้าแก่ผู้รับจ้าง ร้อยละ 15 ของราคาค่าจ้าง นั่นคือ 877.2 ล้านบาท พระเดชพระคุณเอ๋ย...วันนี้เราได้เห็นแต่เสา ไร้คนทำ ทิ้งงานไปอย่างหน้าด้านๆ เพราะอย่างไรเสีย เวลาอีกเดือนกว่าๆ ไม่มีทางสร้างเสร็จแน่นอน นอกเสียจากพ่อมันเป็นเทวดาที่สามารถเสกได้ทุกสิ่งที่ต้องการ

พิรุธเหล่านี้ นายธาริตจึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า

"ลักษณะการกระทำโดยจัดจ้างก่อสร้างอาคารรวมกันในครั้งเดียว อาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ม.13 ประกอบ ม.11 ซึ่งผุ้ดำรงตำปหน่งทางการเมืองกระทำความผิดโดยการกำหนดเงื่อนไข มุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการแข่งขันเสนอราคา​อย่างเป็นธรรม ซึ่งดีเอสไอ จะได้ดำเนินการสืบสวนต่อไป เพราะเป็นเรื่องผิดปกติ"

ทั้งหมดนี้คืือความชั่วชาติที่เกิดขึ้นในรัฐบาลคนดีของใครบางคน ที่ฮั้วและแอบกินเงินภาษีของประชาชนอย่างหน้าด้านๆ สุมหัวกับบริษัทที่อยู่ในอาณัติ ซึ่งบ.พีซีซีฯ นั้นเป็นของใครถ้าลองสาวลงไปให้ลึก ท่านจะร้องอ๋อ.....ไอ้ยิ้มคนนั้นเอง

ปากบอกเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแต่ตั้งบริษัท เข้ามา ใช้อำนาจอิทธิพลบีบคอคนอื่น โดยใช้ฐานอำนาจทางการเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่เช่นนั้นเงินมหาศาลที่หายไป อยู่ที่ไหนบ้าง คงไม่ต้องบอก ว่านั่นคือการฟอกเงินทางหนึ่ง กับสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่แถบอิสานตอนใต้และธุรกิจอื่นๆที่มองไม่เห็นอีกมากมาย

โครงการนี้เทือกมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องแบบเต็มๆเพราะเป็นคนอนุมัติซึ่งปฏิเสธความรับ​ผิดชอบไม่ได้ อย่าลืม สปก.4-01 มันก็ทำสำเร็จมาแล้ว

วันนี้มันยังสงบนิ่งอยู่ในรู ไม่ยอมออกมาโต้ตอบและให้สัมภาษณ์ใดๆซึ่งผิดปกติวิสัยตามสันดานของปชป.อย่างสิ้นเชิง

ส่วนไอ้นายกฯที่มาจากผลพลอยได้จากการรัฐประหารนั้น สำรอกไว้อย่างน่าถีบว่า

"ขอให้ถามรายละเอียดจากนายสุเทพ แต่ผมจะพยายามสอบถามจากคนที่ทำงานอยู่และกำลังรวบรวมข้อมูลและไม่ทราบว่าเรื่องนี้จะ​เกี่ยวข้องกับใครบ้าง เพราะต้องดูข้อหาก่อน แต่เชื่อว่านายสุเทพพร้อมชี้แจง"

"ผมไม่เคยรับทราบการฮั้วประมูลโครงการนี้เลยและยืนยันว่า กตช.ที่ตนเป็นประธานในสมัยที่เป็นนายกฯไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้"

สงสัยที่พูดออกมานั้นถูกต้องแล้วว่า "นายกฯ ไม่ใช่เทวดา ที่จะต้องรู้ไปหมดทุกเรื่อง" ท่าจะจริง ไอ้สันดานคนๆนี้ไม่เคยจดจำสิ่งที่มันพูดได้ซักเรื่องเดียวถ้าเรื่องนั้นพวกพ้้องตัวเ​องเป็นฝ่ายสูญเสียผลประโยชน์

ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ เพราะมันเป็นเงินจำนวนหลักพันล้าน จะออกมาแถว่าไม่รู้เรื่องง่ายๆแบบนี้เองหรือ? มันไม่เงินร้อย สองร้อยที่หยิบยืมกันได้ง่ายๆนะไอ้มาร์ค



พวกมันยิ้มเกินคำบรรยายจริงๆ

**ช่วยเผยแพร่ไปให้สาวกพวกมันอ่านดูกัน ก็จะดีไม่น้อยนะครับ เผื่อไอ้-อีสลิ่มที่หัวปักหัวปำกับนักการเมืองค่ายนี้ จะหูตาสว่างมากขึ้น ทุกครั้งที่ปชป.เข้ามาเป็นรัฐบาล มีเงินในแผ่นดินและรวมไปถึงที่ดิน หายไปอยู่ในการครอบครองของพวกมันไม่ใช่น้อย

พวกจะยังศรัทธาอยู่หรือเปล่า??? งานนี้คนที่ซวยอาจจะเป็นคุณทักษิณอีกครั้ง เพื่อกลบข่าวความของตัวเอง จริงมั๊ยครับ?

ผู้ที่ยิ่งใหญ่บนซากศพของประชาชน ไม่สมควรเรียกพวกมันว่า"คน"  สังคมแห่งความดัดจริต

ที่มา: http://forum.banrasdr.com/showthread.php?tid=20262
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่