วันนี้ 3 ก.พ. เมื่อเวลา 20.00 น. น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ พร้อมด้วย ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ และ นายตายแน่ มุ่งมาจน ผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ถูกกัมพูชาจับกุมตัวในข้อหาบุกรุกแผ่นดิน ได้ร่วมสนทนาในรายการ "ก่อนจะถึงจันทร์" ออกอากาศทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV
โดยน.ส.ราตรี ได้กล่าวว่า หลังจากศาลกัมพูชาตัดสินในวันที่ 1 ก.พ. 2554 วันที่ 4 ก.พ. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ได้เข้าพบตนกับนายวีระ โดยพูดว่ามาในฐานะเพื่อนไม่ได้มาในฐานะตำแหน่งรัฐมนตรี และเสนอว่าจะให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้บอกว่าจะช่วยรูปแบบไหน แต่ตนก็เข้าใจเองว่าคงเป็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลสองประเทศ แล้วจะได้รับการปล่อยตัว ระหว่างที่รอความช่วยเหลือตนก็ทวงถามตลอด ก็ได้คำตอบแต่ว่าต้องรอให้กัมพูชาพิจารณา แต่ติดเงื่อนไขการอภัยโทษ ซึ่งเรายังไม่เข้าหลักเกณฑ์ พออยู่ๆไปความหวังก็น้อยลงๆ จนกระทั่งอยู่ได้ 4 เดือนก็เลิกหวัง คิดว่าได้ออกเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น พอคิดอย่างนี้ได้ก็สบาย เพราะก่อนนี้คาดหวังว่าจะได้ออกวันนั้นวันนี้ แต่พอถึงเวลาแล้วมันไม่ได้ตามที่คิดก็ผิดหวัง จึงคิดว่าใช้เวลากับวันนี้ให้ดีที่สุด โดยระหว่างที่อยู่ในเรือนจำสถานทูตไทยในกัมพูชาก็คอยช่วยเหลือตลอดว่าขาด เหลืออะไร ไม่ได้เงียบหายไปเลยซะทีเดียว
น.ส.ราตรี เล่าถึงความเป็นอยู่ในเรือนจำว่า เนื่องจากเป็นชาวอโศก ถูกฝึกให้ลำบากอยู่แล้ว จึงปรับตัวได้ไม่ยาก แล้วทางเรือนจำก็ค่อนข้างดูแลดีกว่านักโทษคนอื่น ห้องที่ถูกขังจากเดิมอยู่กัน 20 คน พอตนเข้าไปเขาก็เคลียร์ให้ โดยอยู่ร่วมกับนักโทษชั้นดีอีก 3 คน
กิจกรรมที่ทำระหว่างอยู่ในเรือนจำก็คืออ่านหนังสือ ถ้าไม่ได้หนังสือคงแย่ แล้วก็ทำอาหารทานเอง เพราะทานมังสวิรัติ แต่มีการห้ามไม่ให้นักโทษคนอื่นมาคุยกับเรา ถ้ามาคุยเขาจะถูกลงโทษ แต่ด้านนายวีระจะลำบากกว่ามาก นอกจากไม่ให้คุยกับใครแล้วยังห้ามไม่ให้เอาหนังสือเข้าไปเลย
ตอนที่รู้ว่าต้องถูกจำคุก ตนห่วงอยู่สองเรื่อง คือเรื่องงาน กับ ความรู้สึกของครอบครัว ตลอดเวลาก็พยายามพูดคุยเฉพาะเรื่องที่ไม่ให้เขาเป็นห่วง
น.ส.ราตรี ยังกล่าวด้วยว่า การที่ได้รับการปล่อยตัวครั้งนี้ ยังไม่เข้าเงื่อนไขอภัยโทษ ที่ต้องรับโทษ 2 ใน 3 แต่นี่ยังไม่ถึง โดยข่าวที่ได้รับมาเขาบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอให้ถึง 3 ครั้ง ครั้งที่สาม 3 เลยอ้างถึงโอกาสพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ รัฐบาลกัมพูชาจึงยอม
------------------------------------------------------------------------------
เป็นนายกที่จิตใจดีจริงๆ ไม่ถือโกรธว่าอีกฝั่งจะเป็นใครพร้อมช่วยเหลือเสมอ ต่างจาก ร้อยตรีเก๊ พอช่วยเพื่อนมันเสร็จก็ทิ้งคนพวกนี้ทันที
ราตรี เผย ตัวเองยังไม่เข้าข่ายได้รับอภัยโทษ นายกยิ่งลักษณ์ต้องไปขอถึง 3 ครั้ง รัฐบาลกัมพูชาจึงยอม
โดยน.ส.ราตรี ได้กล่าวว่า หลังจากศาลกัมพูชาตัดสินในวันที่ 1 ก.พ. 2554 วันที่ 4 ก.พ. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ได้เข้าพบตนกับนายวีระ โดยพูดว่ามาในฐานะเพื่อนไม่ได้มาในฐานะตำแหน่งรัฐมนตรี และเสนอว่าจะให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้บอกว่าจะช่วยรูปแบบไหน แต่ตนก็เข้าใจเองว่าคงเป็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลสองประเทศ แล้วจะได้รับการปล่อยตัว ระหว่างที่รอความช่วยเหลือตนก็ทวงถามตลอด ก็ได้คำตอบแต่ว่าต้องรอให้กัมพูชาพิจารณา แต่ติดเงื่อนไขการอภัยโทษ ซึ่งเรายังไม่เข้าหลักเกณฑ์ พออยู่ๆไปความหวังก็น้อยลงๆ จนกระทั่งอยู่ได้ 4 เดือนก็เลิกหวัง คิดว่าได้ออกเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น พอคิดอย่างนี้ได้ก็สบาย เพราะก่อนนี้คาดหวังว่าจะได้ออกวันนั้นวันนี้ แต่พอถึงเวลาแล้วมันไม่ได้ตามที่คิดก็ผิดหวัง จึงคิดว่าใช้เวลากับวันนี้ให้ดีที่สุด โดยระหว่างที่อยู่ในเรือนจำสถานทูตไทยในกัมพูชาก็คอยช่วยเหลือตลอดว่าขาด เหลืออะไร ไม่ได้เงียบหายไปเลยซะทีเดียว
น.ส.ราตรี เล่าถึงความเป็นอยู่ในเรือนจำว่า เนื่องจากเป็นชาวอโศก ถูกฝึกให้ลำบากอยู่แล้ว จึงปรับตัวได้ไม่ยาก แล้วทางเรือนจำก็ค่อนข้างดูแลดีกว่านักโทษคนอื่น ห้องที่ถูกขังจากเดิมอยู่กัน 20 คน พอตนเข้าไปเขาก็เคลียร์ให้ โดยอยู่ร่วมกับนักโทษชั้นดีอีก 3 คน
กิจกรรมที่ทำระหว่างอยู่ในเรือนจำก็คืออ่านหนังสือ ถ้าไม่ได้หนังสือคงแย่ แล้วก็ทำอาหารทานเอง เพราะทานมังสวิรัติ แต่มีการห้ามไม่ให้นักโทษคนอื่นมาคุยกับเรา ถ้ามาคุยเขาจะถูกลงโทษ แต่ด้านนายวีระจะลำบากกว่ามาก นอกจากไม่ให้คุยกับใครแล้วยังห้ามไม่ให้เอาหนังสือเข้าไปเลย
ตอนที่รู้ว่าต้องถูกจำคุก ตนห่วงอยู่สองเรื่อง คือเรื่องงาน กับ ความรู้สึกของครอบครัว ตลอดเวลาก็พยายามพูดคุยเฉพาะเรื่องที่ไม่ให้เขาเป็นห่วง
น.ส.ราตรี ยังกล่าวด้วยว่า การที่ได้รับการปล่อยตัวครั้งนี้ ยังไม่เข้าเงื่อนไขอภัยโทษ ที่ต้องรับโทษ 2 ใน 3 แต่นี่ยังไม่ถึง โดยข่าวที่ได้รับมาเขาบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอให้ถึง 3 ครั้ง ครั้งที่สาม 3 เลยอ้างถึงโอกาสพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระนโรดม สีหนุ รัฐบาลกัมพูชาจึงยอม
------------------------------------------------------------------------------
เป็นนายกที่จิตใจดีจริงๆ ไม่ถือโกรธว่าอีกฝั่งจะเป็นใครพร้อมช่วยเหลือเสมอ ต่างจาก ร้อยตรีเก๊ พอช่วยเพื่อนมันเสร็จก็ทิ้งคนพวกนี้ทันที