เดินกินลม ชมรอบๆ ขอบเขตวัง (พระราชวังดุสิต)

ห่างหายจากพันทิปไปนานพอดู ยิ่งพอหลังปีใหม่กลับมา เจอโฉมใหม่พี่พันเข้าไป ทำเอาอิป้างง ไปไม่ถูกเลยทีเดียว เม่าแพนิค

หลังจากเก็บตัวทำใจอยู่พักใหญ่ ก็ได้เวลาเข็นกระทู้แรกของโฉมใหม่ออกมาซะที เป็นบันทึกเรื่องราวในการเดินชมเขตพระราชวังดุสิต กับเพื่อนๆ ในชมรมใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อชมรมพิพิธสยาม กิจกรรมของชมรมน่าสนใจทั้งนั้น (ในความเห็นของอิป้าผู้ชอบอะไรเก่าๆ แต่ไม่ชอบอะไรแก่ๆ อิอิอิ) จริงๆ แล้วทริปแรกที่ไปเที่ยวชมกับชมรมคือ "วัดบวรนิเวศวิหาร" แต่เนื่องจากรายละเอียดของวัดมีมากมายเหลือเกิน ยังมึนๆ กับข้อมูลและหาทางเรียบเรียงอยู่ ต้องขอเวลาอีกสักพักนะคะ แหะแหะ

วันที่เราได้ไปเที่ยวชมเขตพระราชวังดุสิต คือวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2555 สถานที่ที่เราจะเข้าชมประกอบด้วยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น พิพิธภัณฑ์ผ้าทอในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระที่นั่งอนันตสมาคม และพระราชอุทยานสวนสุนันทาค่ะ

เริ่มจากที่นี่ก่อนเลย "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น" ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังดุสิต ริมถนนอู่ทองใน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชมเฉพาะส่วนนี้ 5 บาท แต่ถ้าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าทอและพระที่นั่งอภิเศกดุสิตด้วย ค่าเข้าชม 75 บาท ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลต่างๆ จากหนังสือ เอกสารแผ่นพับ เว็บไซต์ปัญญาไทย วิทยากรพิเศษ และเพื่อนสมาชิกในชมรมค่ะ  อมยิ้ม17

โรงช้างต้นเป็นอาคารตึกชั้นเดียวลักษณะเหมือนกัน 2 หลัง ก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมไทย หน้าอาคารมีเสาตะเกียบ 3 คู่ ใช้เป็นที่ขัดดาลกั้นประตูอีกชั้นหนึ่ง อาคารทั้ง 2 หลังเป็นหลักฐานมรดกวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์กับราชธรรมเนียมอันเกี่ยวเนื่องด้วยช้างต้น ในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนโรงช้างต้นทั้งสองเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2517

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2531 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้โบราณสถานโรงช้างต้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ใช้ชื่อว่า "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ช้างต้น" จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องช้างเผือก การจับช้าง และพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างเผือกเป็นช้างต้น หรือช้างหลวงส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์



อาคารที่ 1:   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดฯ  ให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2449 พระราชทานพระเศวตอุดมวารณ์ฯ  ช้างเผือกที่เจ้าบุญวาทน์  วงศ์มานิต เจ้านครลำปางน้อมเกล้าฯ ถวาย ปัจจุบันจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเกี่ยวเนื่องกับคชกรรม เรื่องราวเกี่ยวกับกำเนิดช้างมงคล วิธีการจับช้าง และคติความเชื่อเกี่ยวกับช้างเผือก

คุณเจ้าหน้าที่ที่นี่ใจดี คอยอธิบายเรื่องราวให้เราฟังค่ะ



ประเภทของช้างในวงศ์ต่างๆ มีอีกเยอะเลยค่ะ คนโบราณนี่ช่างสังเกตและแยกแยะลักษณะจริงๆ



ช้างเผือกจำลอง



"พิสมร" เครื่องรางสำหรับช้าง ทำด้วยใบลาน



อาคารหลังที่ 2: พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2470 พระราชทานพระเศวตคชเดชน์ดิลกฯ ช้างเผือกที่นายดิ เอฟ แมคฟิ ผู้จัดการป่าไม้บริษัทบอร์เนียวจังหวัดเชียงใหม่ น้อมเกล้าฯ ถวาย ปัจจุบันภายในจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างเผือก ช้างเผือกจำลองทรงเครื่องคชาภรณ์ เครื่องพานพุ่มดอกไม้ เป็นต้น

ช้างเผือกจำลองทรงเครื่องคชาภรณ์ ยืนโรงบนแท่นเบญพาด



เพดานตรงแท่นเบญพาดแขวนเบญจาสี่เหลี่ยมผืนผ้าทำด้วยผ้าขาวลงยันต์เขียนเส้นทอง มีระบายสองชั้นขลิบทอง กลางเบญจาห้อยใบไม้กันภัยได้แก่ ใบเลียบ ใบเงิน ใบทอง ใบหญ้าพันงู  ใบรัก ใบมะเดื่อ ใบอุทุมพร ใบมะม่วง ใบทองกวาว ใบตะขบ ใบมะตูม  



เครื่องพานพุ่มดอกไม้



ป้ายนามช้างสำคัญ จะติดไว้หน้าโรงช้างต้นหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภช ซึ่งป้ายนามนี้เป็นของพระบรมนขทัศน์ฯ ช้างต้นคู่พระบารมีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ลำดับที่ 10 เป็นช้างสำคัญในตระกูล "วิษณุพงศ์" จำพวก "อัฏฐคช" ชื่อ "ครบกระจอก" พระบรมนขทัศน์ฯ ล้ม ณ โรงช้างต้น สวนจิตรลดา เมื่อ พ.ศ. 2523

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 จนถึงปัจจุบัน ไม่ปรากฏว่ามีการจัดพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างสำคัญขึ้นอีก ถึงแม้ว่าจะมีการพบช้างสำคัญอีกหลายช้าง แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็โปรดเกล้าฯ ให้เลี้ยงไว้ ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง



จากโรงช้างต้น เราจะไปชมผ้าสวยๆ กันต่อค่ะ อาคารนี้อยู่เยื้องๆ กับโรงช้างต้น ภายในจัดแสดงผ้าจากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย รวมถึงลวดลายผ้าต่างๆ ของเอเชีย ไม่สามารถถ่ายภาพได้นะคะ



ดูจบก็ออกมารอเพื่อนร่วมคณะ ระหว่างนั้นก็ส่องโน่นส่องนี้เรื่อยเปื่อย







สถานที่ต่อไปที่เราจะไปชมคือ "พระที่นั่งอภิเศกดุสิต" ซึ่งปัจจุบันภายในเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรม ของสมาชิกมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สถานที่นี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในและบริเวณด้านหน้าพระที่นั่งค่ะ

พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นพระที่นั่งองค์แรกๆ ที่สร้างขึ้นในเขตพระราชวังดุสิต ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของพระที่นั่งวิมานเมฆ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระสถิตย์นิมานการ (ชิต อิศรศักดิ์) เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายงานก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นท้องพระโรง เป็นที่ประชุมเสนาบดี และเป็นที่พระราชทานเลี้ยงแก่พระบรมวงศ์และข้าราชการ ในงานประจำปี สวนดุสิต



พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นพระที่นั่งโถงชั้นเดียวหลังยาว ก่ออิฐถือปูน เครื่องบนประกอบไม้ ทางเข้ามี 3 มุข มุขกลางเป็นมุขใหญ่สำหรับเสด็จพระราชดำเนิน



ลักษณะสถาปัตยกรรมของพระที่นั่งอภิเศกดุสิต ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมของแขกมัวร์ กล่าวคือ มีการฉลุลวดลายไม้ที่ชายคามุขทั้ง 3 เป็นลายขนมปังขิง



ชมลวดลายฉลุอันละเอียดงดงามกันต่อค่ะ สวยมากจริงๆ จนไม่สามารถหยุดถ่ายภาพได้เลย



ในส่วนของหน้าบันซึ่งเป็นลวดลายปูนปั้นตราพระราชลัญจกรในรัชกาลที่ 5 ไม่สามารถถ่ายรูปได้นะคะ มีรูปมาฝากได้แค่มุมด้านข้างและด้านหน้าไกลๆ นี่แหละค่ะ



ที่ต่อไปที่เราเข้าชม คือนิทรรศการงานศิลป์แผ่นดิน ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งก็ไม่สามารถถ่ายภาพได้ 5555



พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ในรัชมงคลสมัยที่ได้เถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 40 ปี สาเหตุสำคัญของการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคมมี 2 ประการคือ

ประการแรก ด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า พระที่นั่งต่างๆในพระราชวังสวนดุสิต ไม่กว้างขวางพอแก่การพระราชพิธีต่างๆ จึงเห็นควรให้ก่อสร้างพระที่นั่งองค์ใหม่นี้

ประการที่สอง พระราชมณเฑียรที่เรียกว่า "หมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์" ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถบำรุงรักษาต่อไปได้ ครั้นจะสร้างขึ้นใหม่ สถานที่ในพระบรมมหาราชวังก็คับแคบ

ด้วยสาเหตุ 2 ประการข้างต้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดให้สร้างท้องพระโรงขึ้นใหม่ทางทิศตะวันออกของพระที่นั่งอัมพรสถานในพระราชวังดุสิต และโปรดให้นำชื่อท้องพระโรงเดิมในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ที่เรียกชื่อว่า "พระที่นั่งอนันตสมาคม" มาใช้เรียกชื่อท้องพระโรงใหม่ในพระราชวังดุสิต



พระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนสมัยเรอเนสซอง ตัวอาคารทำด้วยหินอ่อนสีขาวมีริ้วลายสีน้ำตาลแก่แกมหม่น ซึ่งสั่งซื้อมาจากเมืองคาราราในประเทศอิตาลี เป็นอาคารสองชั้นมีโดมสูงใหญ่อยู่ตรงกลาง และมีโดมเล็กๆอีก 6 ยอด ภายในประดับประดาอย่างวิจิตรงดงามมากๆๆๆๆ อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าชมค่ะ อย่างที่เค้าบอกว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แต่เอาแค่ตาเห็นก็พอนะคะ ไม่ต้องขนาดเอามือคลำ เดี๋ยวสมบัติชาติจะเสียหายหมดค่ะ อิอิ



ออกจากพระที่นั่งอนันตสมาคม เราก็แว่บไปเติมพลังที่ร้านครัวอัปสร ข้างๆ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต ก่อนที่จะไปเดินชมพระราชอุทยานสวนสุนันทาต่อในภาคบ่าย เดี๋ยวมาพาเที่ยวต่อนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่