คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 16
ตัดสินใจดีๆนะคะ
สิ่งที่เราเสียไปแล้ว เราเอากลับมาไม่ได้นะ ชีวิตไม่ได้เหมือนในนิยายที่ทุกอย่างจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเนอะ มันมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นมาประกอบอีกมาก
...คุณศึกษาเขาดูแน่แล้วหรือ ว่านิสัยเข้ากันได้จริง บางทีเวลาน้อยๆ ทำให้เรายังไม่เห้นข้อเสียของคนๆนั้นหรอกว่าเป็นยังไง เพราะแน่นอน ใครจะเปิดเผยข้อเสียของเรากับคนที่ถูกใจล่ะถูกไหม
อันนี้พูดในแนวพระพุทธศาสนานะว่า บางทีก็เป็นเรื่องของบุพกรรมน่ะค่ะ พอเราเห็นหน้าเขาปุ๊บ ถูกใจใช่เลย ทั้งที่ไม่เคยเป็นกับคนอื่น บางทีมันก็เป็นบุพกรรมกันมา เช่นทำความดีร่วมกัน ทำความชั่วร่วมกันมา ก้ต้องดูเนอะว่าเราทำอะไรร่วมกันมา ถ้าเป็นการทำความดีร่วมกัน ผลที่ออกมาคืออยู่ด้วยกันแล้วใจเย็น สบายอกสบายใจเมื่อคุณคบเขาแล้ว นำมาชีวิตคุณเจริญรุ่งเรือง ไปในทางที่ดี เขาชักนำคุณไปทำสิ่งดีๆ ไม่ชักชวนคุณให้ผิดศีลผิดธรรม ถ้าทำความชั่วร่วมกัน บางทีพอเห็นหน้าปุ๊บถูกใจหลงไหล คลั่งไคล้อยากได้เป็นของตัวเอง จะเอาให้ได้ อยุ่ด้วยกันแล้วมีแต่ความกระวนกระวาย มันแต่ความหลงไหล ใจไม่สงบ ร้อนอกร้อนใจ ไม่นึกถึงศีลถึงธรรม และเป็นคนที่นำพาชีวิตเราไปในทางที่ไม่ดี ที่เสื่อม คุณก็ช่างใจเอาละกันนเนอะว่าเคยทำกรรมด้านไหนกันมา
พอเป็นเรื่องบุพกรรมนี้ ก็พอเข้าใจว่า การจะถอดใจออกจากกันมันยาก การจะตัดใจจากกันยิ่งยาก มันยิ่งร้อยยิ่งรัดให้คุณทรมานกับการคิดถึงเขามมากขึ้นอีก นั่งๆอยู่ก้คิดถึงเขา แวบขึ้นมาเอง อะไรทำนองนั้นน่ะ
ลองนิ่ง คือทำใจให้นอิ่ง สงบ ตัดทุกสิ่งทุกอย่างออกไป เหลือเพียงตัวเรา ใจเรา แล้วทบทวนดู ว่าคุณรักเขาเพราะอะไร เรพาะความดีของเขา หรือเพราะแค่ถูกใจ ...ถ้าอยู่ด้วยกันด้วยความดี ความรักมันก็ยั่งยืน แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแค่ความถูกใจ...คามรักจะยั่งยืนจริงหรือ?
ลองสาวหาต้อตอของความถูกใจนี้ ว่าเกิดเพราะอะไร หน้าตา ท่าทาง หรืออะไร หาดีๆ ถ้าให้ดีไปปฏิบัติธรรมเลย มันถึงจะสงบจนเห็นปัญหาแล้วเกิดปัญญาจริงๆ
...ที่จริงเราว่าคุณมีคำตอบอบู่แล้วล่ะว่าสิ่งที่คุณทำดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด ไม่งั้นคุณคงไม่ตั้งกระทู้หรอก จริงไหม^^
เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ
สิ่งที่เราเสียไปแล้ว เราเอากลับมาไม่ได้นะ ชีวิตไม่ได้เหมือนในนิยายที่ทุกอย่างจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเนอะ มันมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นมาประกอบอีกมาก
...คุณศึกษาเขาดูแน่แล้วหรือ ว่านิสัยเข้ากันได้จริง บางทีเวลาน้อยๆ ทำให้เรายังไม่เห้นข้อเสียของคนๆนั้นหรอกว่าเป็นยังไง เพราะแน่นอน ใครจะเปิดเผยข้อเสียของเรากับคนที่ถูกใจล่ะถูกไหม
อันนี้พูดในแนวพระพุทธศาสนานะว่า บางทีก็เป็นเรื่องของบุพกรรมน่ะค่ะ พอเราเห็นหน้าเขาปุ๊บ ถูกใจใช่เลย ทั้งที่ไม่เคยเป็นกับคนอื่น บางทีมันก็เป็นบุพกรรมกันมา เช่นทำความดีร่วมกัน ทำความชั่วร่วมกันมา ก้ต้องดูเนอะว่าเราทำอะไรร่วมกันมา ถ้าเป็นการทำความดีร่วมกัน ผลที่ออกมาคืออยู่ด้วยกันแล้วใจเย็น สบายอกสบายใจเมื่อคุณคบเขาแล้ว นำมาชีวิตคุณเจริญรุ่งเรือง ไปในทางที่ดี เขาชักนำคุณไปทำสิ่งดีๆ ไม่ชักชวนคุณให้ผิดศีลผิดธรรม ถ้าทำความชั่วร่วมกัน บางทีพอเห็นหน้าปุ๊บถูกใจหลงไหล คลั่งไคล้อยากได้เป็นของตัวเอง จะเอาให้ได้ อยุ่ด้วยกันแล้วมีแต่ความกระวนกระวาย มันแต่ความหลงไหล ใจไม่สงบ ร้อนอกร้อนใจ ไม่นึกถึงศีลถึงธรรม และเป็นคนที่นำพาชีวิตเราไปในทางที่ไม่ดี ที่เสื่อม คุณก็ช่างใจเอาละกันนเนอะว่าเคยทำกรรมด้านไหนกันมา
พอเป็นเรื่องบุพกรรมนี้ ก็พอเข้าใจว่า การจะถอดใจออกจากกันมันยาก การจะตัดใจจากกันยิ่งยาก มันยิ่งร้อยยิ่งรัดให้คุณทรมานกับการคิดถึงเขามมากขึ้นอีก นั่งๆอยู่ก้คิดถึงเขา แวบขึ้นมาเอง อะไรทำนองนั้นน่ะ
ลองนิ่ง คือทำใจให้นอิ่ง สงบ ตัดทุกสิ่งทุกอย่างออกไป เหลือเพียงตัวเรา ใจเรา แล้วทบทวนดู ว่าคุณรักเขาเพราะอะไร เรพาะความดีของเขา หรือเพราะแค่ถูกใจ ...ถ้าอยู่ด้วยกันด้วยความดี ความรักมันก็ยั่งยืน แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแค่ความถูกใจ...คามรักจะยั่งยืนจริงหรือ?
ลองสาวหาต้อตอของความถูกใจนี้ ว่าเกิดเพราะอะไร หน้าตา ท่าทาง หรืออะไร หาดีๆ ถ้าให้ดีไปปฏิบัติธรรมเลย มันถึงจะสงบจนเห็นปัญหาแล้วเกิดปัญญาจริงๆ
...ที่จริงเราว่าคุณมีคำตอบอบู่แล้วล่ะว่าสิ่งที่คุณทำดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด ไม่งั้นคุณคงไม่ตั้งกระทู้หรอก จริงไหม^^
เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
ปัญาเรื่องความรัก กับ คน 3 คน