คำสาปฟุตบอล..?? by...JackTheRipper

เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ผมได้หยิบหนังสือพิมพ์กีฬาฉบับหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับได้เห็นความเห็นหนึ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลอังกฤษของอดีตนักเตะศูนย์หน้าระดับตำนานคนหนึ่งของเกาะอังกฤษเช่นกัน
    เหตุมันเกิดมาจากการตกรอบฟุตบอลเอฟเอ คัพรอบ 4 ของทีมในลีกสูงสุดของประเทศอย่าง นอริช ซิตี้, ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส, แอสตัน วิลล่า, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หรือแม้แต่กระทั่งแชมป์ยุโรป 5 สมัยอย่าง ลิเวอร์พูล เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นเอง

    นักเตะที่ผมว่าไว้ข้างต้นคือยอดศูนย์หน้าตลอดกาลคนหนึ่งของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับฉายาว่า “ฮอตชอต” เขาคนนั้นคือ อลัน เชียร์เรอร์ จอมถล่มประตูหมายเลข 9 ระดับตำนานแห่งถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ขวัญใจเหล่าบรรดา ทูน อาร์มี่ ทั้งหลาย

    เชียร์เรอร์ซึ่งปัจจุบันว่างงานอยู่นั้น ได้หล่นความเห็นไว้ว่า มาตรฐานของทีมในลีกสูงสุดของประเทศตัวเองไม่ได้มีคุณภาพเหมือนเดิม อีกทั้งยังตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย ทำให้ทีมระดับล่างสามารถมีโอกาสเอาชนะได้ในเกมที่เป็นลักษณะที่เป็นแบบ Knock Out ได้อย่างฟุตบอลถ้วย เป็นต้น แม้ว่าบางทีมอาจจะใช้เหตุผลที่ว่าให้นักเตะตัวสำรองได้ลงสัมผัสเกมบ้าง จึงอาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ก็ตาม

    ฮอตชอต ยังกล่าวต่ออีกว่าการเข้ามามากมายของนักเตะต่างชาติ เป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการสกัดกั้นการพัฒนาความสามารถของนักเตะบริติช นอกจากนั้นอดีตศูนย์หน้าแบล็คเบิร์นและเซาธ์แธมป์ตันรายนี้ยังเห็นว่าทีมอย่าง เบรนท์ฟอร์ดก็ใกล้เคียงที่จะเขี่ยเชลซี แชมป์ยุโรปปีล่าสุดเข้ารอบมากเหลือเกิน

    อ่านแล้วคิดแทนผู้อ่านที่จะได้รับสารนี้เหมือนผมครับ ผมคิดว่าความเห็นของเชียร์เรอร์ อาจจะโดนใจใครหลายคน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะแตกสาขาออกไปมากมายหลายทางเลยทีเดียว เช่นเดียวกับความเห็นของผมต่อไปนี้ที่อาจจะตรงใจหรือไม่ตรงใจผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่เช่นกัน

    ส่วนตัวผมรู้จักและติดตามฟุตบอลอังกฤษมาเกือบ 15 ปี ผมคิดว่ามันไม่มากและไม่น้อยเกินไปที่จะขออนุญาตให้ความเห็นในประเด็นนี้ได้บ้างนะครับ

    ผมขอยกตัวอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลา ลีกา สเปน ที่ผมมองว่ามีความใกล้เคียงกันตรงประเด็นนี้ เริ่มที่ฟุตบอลอังกฤษ ทุกอย่างเป็นไปตามที่เชียร์เรอร์ได้กล่าวไว้ครับ แต่ผมเห็นต่างกับเชียร์เรอร์นิดนึงว่าไม่ใช่เพราะนักเตะต่างชาติที่ทำให้นักเตะอังกฤษไม่พัฒนา แต่เป็นเพราะนักเตะไม่มี ”ศักยภาพ” มากพอที่จะแทรกตัวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมหนึ่งต่างหาก

    ถ้ามองจุดนี้จะสามารถเห็นความแตกต่างได้ชัดเลยครับเมื่อเทียบกับ ลา ลีกา สเปน ที่มี บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด เป็นเอ้ครองความยิ่งใหญ่กันอยู่เพียงแค่สองทีมมายาวนาน ผมสังเกตว่าทีมในลา ลีกา จะมีนักเตะที่มาจากแอฟริกันมาสร้างชื่อที่แดนกระทิงดุมีจำนวนไม่น้อยเลยนะครับ ทีมระดับกลางของพวกเขาอย่าง บาเลนเซีย, เซบีย่า หรือแม้แต่กระทั่ง แอตเลติโก มาดริด ก็มีนักเตะต่างชาติอยู่มากมาย แต่ทีมเหล่านี้ก็มีนักเตะสัญชาติสเปนแทรกอยู่ในทีมอีกทั้งยังเป็นตัวหลักให้กับทีมอีกด้วย และทีมระดับกลางเหล่านี้มักจะไม่พลาดพลั้งกับทีมรองบ่อน หรือต่ำชั้นกว่าสักเท่าไหร่ เราจึงจะเห็นได้ว่าทีมที่หลุดเข้ามาในรอบลึก ๆ ของฟุตบอลถ้วยของสเปน จะหนีไม่พ้นทีมในลีกสูงสุดของพวกเขาเองเลย

    เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว เชียร์เรอร์ก็ได้เคยออกมาให้ความเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งนะครับว่าทีมใหญ่ๆ ในพรีเมียร์ลีกก็เปลี่ยนไปจากฤดูกาลที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้มีทีมที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วเลย ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่เหมือนกับทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเลย เป็นต้น

    โดยรวมแล้วความเห็นของเชียร์เรอร์ก็น่าคิดน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยครับ อย่างน้อยก็ในฐานะที่ตัวเขานั้นคลุกคลีอยู่กับฟุตบอลอังกฤษมาตลอดเวลาราว 20 ปีที่เล่นฟุตบอลมา จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรถ้าจะฟังความเห็นเกี่ยวกับวงการฟุตบอลอังกฤษของเขา

    ส่วนตัวแล้วนั้นแม้ว่าปัจจุบัน พรีเมียร์ลีกจะไม่มีนักเตะอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ อยู่ในลีกให้แฟนบอลตื่นตาตื่นใจเมื่อพวกเขาร่ายมนต์สะกดแฟนบอลที่มาชมพวกเขา แต่ในทุก ๆ ฤดูกาล ฟุตบอลอังกฤษยังลุ้นสนุกกว่าฟุตบอลสเปนอยู่มากโขครับ

    การตกรอบในฟุตบอลถ้วยอาจไม่ใช่มนต์ขลัง แต่เชื่อเถอะครับว่าน้อยคนนักที่จะชอบความจำเจ แม้ในโลกของฟุตบอลก็ตาม

เครดิต www.hikicker.com
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่