อยากฝากแชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองไปเจอมา(เกี่ยวกับการสมัครงานและทำงาน) ไม่อยากให้เพื่อน น้อง หรือใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนหรือทำงานแลกเงินต้องเจอแบบที่เราไปเจอมานะ
ต้องเกริ่นก่อนค่ะว่า เรากำลังหางานทำค่ะ เพราะว่างเว้นจากการทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว แล้วก็มีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ
ก็ตั้งหน้าตั้งตาหาที่ทำงานที่ไกล้บ้านและร่อนใบสมัครเลยค่ะ ทุกที่ที่คิดว่าไกล้บ้านและตัวเองสามารถทำงานนั้นได้
และแล้วก็มีบริษัทติดต่อกลับมาค่ะ เรารับโทรศัพท์ระหว่างที่นั้งทานข้าวกลางวันอยุ่ (นอกเรื่องแล้ว) ตกลงไปสัมภาษณ์งานไม่มีเอ๊ะใจเลย แม้แต่ชื่อเราเขายังจำไม่ได้ เราก็โอเค คนคงสมัครเยอะมั้ง คงเรียกทุกคน (โลกสวย) พอถึงวันไปสัมภาษณ์งาน บริษัทเป็นบ้านค่ะ เป็นบ้านในหมู่บ้านที่ใหญ่โต เดินเข้าไปในบริษัทไม่มีพนักงานสักคนเดียว ขึ้นไปสัมภาษณ์ เจ้าของบริษัทก็ถามนู้นนี้นั้น เรื่อยเปื้อย แนะนำบริษัทตัวเอง ลงหนังสือยังงั้นอย่างนี้ ทำงานได้มั๊ยแบบนี้ พี่เจอแต่คนไม่ดี เราทำได้มั๊ย พี่ได้คนไม่ดี ทำงานไม่เรียบร้อย เอางานมาโชว์ (อืม มันไม่เรียบร้อยจริงๆๆ) ฟังจนจบ พี่เขาก็บอกเมว่า พี่รับเราเข้าทำงานนะ เริ่มงานวันที่15 เราก็โอเคตกลง (คิดว่าได้แล้ว จะได้ไม่ต้องไปสัมภาษณืที่ไหนอีก ไกล้บ้านด้วย)
มาถึงวันที่มาทำงานจริง ก็ไม่มีใครเลย มีพี่เจ้าของบริษัทกับเราซึ่งมาทำงานในตำแหน่ง กราฟฟิกดีไซด์ พี่เขาคงรุ้ว่าเราส่งสัยแน่ๆ เลยบอกว่า ทนหน่อยนะ พี่จะรีบรับคนเพิ่ม พี่ไล่พนักงานเก่าออกหมดทุกคน เพราะปัญหาญาเสพติด พี่ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ไล่ออกแม้กระทั้งเซลล์(ทำไมไม่แอะใจนะ ว่าเซลล์ก็ไป) อ่อ!!เมลืมบอกว่าบริษัทนี้ขายปุ๋ยชีวภาพนะค่ะ ไปทำงานก็ไม่มีงานให้ทำเท่าไรหรอกค่ะ งานแรกคือออกแบบหนังสือ รูปเอ่ยอะไรเอ่ยให้เราหาเองทั้งหมด ก็ทำค่ะหน้าที่ แต่งานเราต้องติดต่อกับพี่กราฟฟิกคนเก่าซิค่ะ งานมันต้องต่อเนื่องกัน โทรคุยกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง พี่คนเก่าต้องกลับมาสอนงานให้ เลยได้คุยและได้รู้ประวัติบริษัทมาคราวๆ พี่เขาก็บอกเราให้เซ็นสัญญานะ มีอะไรจะได้ไม่เสียเปรียบ เราก็ไม่คิดไม่เอ๊ะใจอะไร ถามพี่เขาก็บอกเซ็นแต่เฉยไป แถมแนะนำเพื่อมาสมัครงานอีก เพื่อนก็ได้งานนี้ด้วย แต่ในตำแหน่งธุรการ ทำกันไปจนต้องเจอกับบริษัทที่รับทำบัญชีให้บริษัทนี้ คุยไปคุยมา พี่เขาหลุดปากออกมาอีกว่า บริษัทขาดทุนมา4-5เดือนแล้ว ใจคอไม่ดีเลย แต่ก็ยังคงทำงานต่อไป ในระหว่างนั้นหาข้อมูลด้วย เพื่อความไม่นิ่งนอนใจ ดูแฟ้มประวัติทำงานบริษัท จริงด้วยไม่มีเงินเข้ามาหลายเดือนแล้ว มีแต่รายจ่าย แถมเจอเงินเดือนพนักงานค้างจ่ายสองเดือน (จาก100%เหลือ30% ยังโลกสวยต่อไป) คิดว่าพี่เขาคงไม่กล้าทำเราหรอก เราเพิ่งเข้ามา สั่งงานเราทำไปเรื่อย มาถึงงานหนึ่งที่ต้องทำฉลากภาษาพม่า เอาซิ นึกว่าง่ายๆๆ ยากเหมือนกันไม่รู้จักภาษาพม่าเลย แต่ก็ทำ เพราะต้องขายของนิน่า จนจะสิ้นเดือน มาบอกว่าเงินเดือนเดือนนี้ไม่ออกนะ จะออกสิ้นเดือนกุมภา ในใจเราคิดแล้ว โดนแล้วแน่ๆ เพราะเราทำงานถ้าถึงสิ้นเดือนก็ครึ่งเดือนพอดี น่าจะจ่ายให้เราได้ อีกอย่างบริษัทก็เล็กๆน่าจะผ่อนปรนกฏระเบียบได้ มีพนักงานอยู่2คน เราก็คิดนะ ค่าบ้านค่าน้ำ ค่าไฟ ในจะกินเดือนต่อไป ค่ารถมาทำงาน จะเอาที่ไหนมาทำงาน ด้วยความสงสัย ถามซิค่ะว่าทำไมถึงไม่จ่ายเงินเดือนนี้ให้ พี่เขาก็เรียกเรากับเพื่อนขึ้นไปคุย เราก็คุย หน้ามือเป็นหลังเท้า เอากฎระเบียบมาอ้างกับเราและเพื่อน ว่าถ้าเข้ามาทำงานหลังวันที่10ของเดือน เงินจะออกเดือนถัดไป และถามเรากับเพื่อนว่ารู้มั๊ยว่ากี่วันถึงจะผ่านงาน เรารู้แต่เราไม่ตอบให้เพื่อนตอบ เพื่อนเราบอก3เดือน พี่เขาบอกว่าไม่ใช่ ต้อง120วันเท่ากับ4เดือน แล้วก็สั่งให้ไปเปิดบัญชีธนาคารหนึ่งเพื่อเอาไว้จ่ายเงินเดือน แล้วไล่เพื่อนเราลงมา เพื่อนคุยกับเราตัวต่อตัว แล้วก็บอกว่า เงินเดือนจ่ายเดือนต่อไป เราคิดว่า บริษัทไม่ได้ใหญ่โต มีพนักงานสองคน ทำไมถึงไม่ออกให้เรา ทั้งๆที่เราก็มีภาระ เราต้องใช้ในการเดินทางมาทำงาน พี่เขายิ้ม และพาเราเปลี่ยนเรื่อง เราไม่ว่า เอาไว้คุยที่หลังก็ได้ ถามเราว่ามีอคติอะไรในตัวเขา แล้วมาหาเรื่องเราด้วยเรื่องงานทั้งๆที่เราทำงานเสร็จตามที่สั่งทั้งหมด ว่าเราถอดหายใจ เราไม่มีสิทธิ์หรอ เราแค่รู้สึกว่าคนทำก็ไม่ได้เสกทุกอยากที่คนต้องการอยากได้ในเวลา2พริบตา เรายอม ว่าเราเรื่องเราไม่มีสิทธิ์คุยกับลูกค้า เรื่องของเรื่องคือ เราถามลูกค้าที่เป็นพ่อค้าแถวชายแดนไทยว่า คนพม่าเขาอ่านภาษาอังกฤษออกไม่ใช่หรอค่ะ (เพราะคนที่มาช่วยเราทำภาษาพม่านั้น เขาก็บอกว่า ที่นั้นอ่านภาษาอังกฤษกันได้ )แต่ลูกค้าก็ตอบเรามาว่า ชาวบ้านเขาอ่านกันไม่ค่อยได้หรอก จบค่ะ แต่เรากลับมาโดนว่า เราไม่ใช่EA ไม่มีสิทธิ์คุยกับลูกค้า เราก็ฟังค่ะ ต่อด้วยว่าเราเรื่องไม่คุยกับเขา เพราะงานต้องไปทำกับคนพม่าต้องไปทำนอกบริษัท เราก็อ้าว จะให้เราคุยอะไร(ปกติเรานั้งรถเราก็เงียบแบบนี้) แต่ไม่ใช่ระหว่างทางเราไม่คุยนะ เราก็พูดก็ถามนิดหน่อย พอเป็นพิธี แต่เราก็โดนจนได้ ไม่พอ ต่อว่าเราเรื่องคุยโทรศัพท์กับแฟน วันนั้นขอร้องให้เราเลิกงานช้าหน่อย เพราะงานเร่ง เราเข้าใจ เราก็นั้งทำงาน จนเย็นมาก แฟนเลยโทรมาถามว่าทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ ทำอะไรอยู่ ซึ่งเราตอบแฟนกลับไปว่า งานยังไม่เสร็จ แค่นี้นะรีบทำงาน แต่ด้วยน้ำเสียงเราจริงจัง โดนว่าค่ะ เราคิดในใจว่าหาเรื่องทะเลาะกับเราแล้วละ ทุกอย่างเริ่มตรงตามที่พี่กราฟฟิกเล่าให้เราฟังแล้ว(ขอเสริมนะค่ะ พี่เขาบอกเราว่า เขาก็ไม่ได้เงินเดือน ใครๆที่ทำงานที่นี้ก็ไม่ได้เงินเดือนและรายระเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับตัวเจ้าของบริษัท ซึ่งตรงดีจากที่เราประสบเหตุมา ) ต่อว่าเราเรื่องเล่นเฟสบุ๊ค เราก็อ้าว ถามกลับเลยค่ะว่าแล้วงานที่ให้ทำเสร็จมั๊ยค่ะ คิดในใจว่างานก็ไม่เยอะ จะให้เราทำงานเสร็จแล้วนั้งเฉยๆใช่มั๊ย ทั้งๆที่งานที่เราทำต้องใช้ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ ดูนู้นนี้นั้น ก่อนหน้านี้ก็บอกเราว่า พี่เขาใจนะว่ากราฟฟิกส่วนมากติส อ้าวแล้วมาว่าเราทำไม เราคิดว่า การเงินก็ไม่ดี ไม่มีเงินให้เราแล้วมาชวนเราทะเลาะแน่ๆ เราทำต่อไปอีกเดือนเงินเราจะได้มั๊ย มาบอกว่าออกมีนาอีกละ เราไม่เสียเวลาฟรีหรอ เราเลยถามว่าพี่จบมั๊บค่ะ เรายืนงานคืนให้ที่โต๊ะ และบอกว่างั้นหาคนทำใหม่แล้วกันนะค่ะ เราเดินลงมาเลย เก็บของ เรื่องเงินไม่พูดกับเราซักคำ เราเดินมาบอกเพื่อนเราว่าเราลาออก กระแทกเสียงใส่เราว่าเชิญ!! เราก็ไม่ว่าอะไร เก็บของเราต่อ แล้วหันไปสั่งงานเพื่อนเรา แต่เพื่อนเราก็หันไปบอกว่า พี่งั้นหนูลาออกพร้อมเพื่อนเลยนะค่ะ ทั้งๆที่พี่เขาสั่งงานอยู่ รักเพื่อนจัง แต่ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรนะค่ะ เราเสียใจมากที่พาเพื่อนมาเดือนร้อน เงินก็ไม่ได้ เสียเงินค่ารถค่าเดินทางอีก รู้สึกแย่มาก แต่เพื่อนก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก นี้จะได้เป็นประสบการณ์ให้เขาด้วย ที่เล่าทั้งหมดอาจจะไม่ละเอียดพอนะค่ะ แต่อยากจะเล่าให้เป็นประสบการณ์ ว่าไปสมัครงานที่ไหนต้องตรวจสอบให้ดี คุยหรือตกลงรายละเอียดให้ชัดเจน (อย่าโลกสวยเหมือนเรา) ทุกๆอย่างที่ตกลงกันต้องเป็นรายลักษณ์อักษร เรายอมรับเลยว่าเราไม่รอบคอบ (โลกสวย) เป็นประสบการณ์นะค่ะ ไม่อยากให้เจอเหมือนเรา ทำงานแต่ไม่ได้เงิน แถมเจอคนหัวหมอด้วย ระหว่างที่เราเก็บของก็ว่าเรายังเด็ก (เพราะเราเด็กและไว้ใจคนแก่แบบเขาไง) ทนแรงกดดันไม่ไว้ (มันไม่ใช่แรงกดดัน แต่มันเป็นเรื่องงี้เง่ามากกว่า ไม่รู้จะว่าเรื่องอะไรเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาว่าเรา) งานไม่ต้องลบซิ อย่าลบ เราบอกกลับไปเลยค่ะ ว่าไม่ลบหรอก ลบแต่รูปเราเท่านั้น (แต่เราไม่โง่เป็นครั้งที่สองแน่ๆ เราทำงานแลกเงิน ไม่จ่ายเงินเราก็ไม่ต้องได้งาน) เราเก็บงานเราออกจากเครื่องทั้งหมด แถมทวงกุญแจเปิดบริษัทคืน เราก็บอกว่า ไม่เอาหรอกค่ะพี่ ไม่รู้จะเอามาทำอะไร แล้วก็บริษัทที่เราเตือนเนี้ย อยู่แถวคลองหนึ่ง ปทุมธานีนะค่ะ ในหมู่บ้านหรูมีแพก๋วยเตี๋ยวแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของรังสิตอยู่หน้าหมู่บ้าน ทำเกี่ยวกับปุ๋ยชีวภาพ(ขอไม่บอกชื่อบริษัทนะค่ะ กลัวว่าจะผิดกฎหมาย)เรื่องนี้ให้ประสบการณ์เราตรงที่ว่า โลกไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดไปซะหมด แถมอย่ามองคนด้วยสายตา ขับรถเบนซ์ มีบ้านหลังใหญ่โต พูดจาดี มีการงานหรือบริษัทใหญ่โต ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนดีนะค่ะ ตอนนี้กลัวการสมัครงานไปเลย แต่ก็ขอพักทำใจซักพัก หางานใหม่ทำแน่นอน แต่เราไม่อยากให้ทุกคนกลัวบริษัทเล็กๆหรือโฮมออฟฟิสนะค่ะ บริษัทดีๆก็มีอีกเยอะค่ะ
(ไม่รู้แท็กผิดมั๊ย - -")
อยากฝากแชร์ประสบการณ์ที่ตัวเองไปเจอมา(เกี่ยวกับการสมัครงานและทำงาน)
ต้องเกริ่นก่อนค่ะว่า เรากำลังหางานทำค่ะ เพราะว่างเว้นจากการทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว แล้วก็มีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ
ก็ตั้งหน้าตั้งตาหาที่ทำงานที่ไกล้บ้านและร่อนใบสมัครเลยค่ะ ทุกที่ที่คิดว่าไกล้บ้านและตัวเองสามารถทำงานนั้นได้
และแล้วก็มีบริษัทติดต่อกลับมาค่ะ เรารับโทรศัพท์ระหว่างที่นั้งทานข้าวกลางวันอยุ่ (นอกเรื่องแล้ว) ตกลงไปสัมภาษณ์งานไม่มีเอ๊ะใจเลย แม้แต่ชื่อเราเขายังจำไม่ได้ เราก็โอเค คนคงสมัครเยอะมั้ง คงเรียกทุกคน (โลกสวย) พอถึงวันไปสัมภาษณ์งาน บริษัทเป็นบ้านค่ะ เป็นบ้านในหมู่บ้านที่ใหญ่โต เดินเข้าไปในบริษัทไม่มีพนักงานสักคนเดียว ขึ้นไปสัมภาษณ์ เจ้าของบริษัทก็ถามนู้นนี้นั้น เรื่อยเปื้อย แนะนำบริษัทตัวเอง ลงหนังสือยังงั้นอย่างนี้ ทำงานได้มั๊ยแบบนี้ พี่เจอแต่คนไม่ดี เราทำได้มั๊ย พี่ได้คนไม่ดี ทำงานไม่เรียบร้อย เอางานมาโชว์ (อืม มันไม่เรียบร้อยจริงๆๆ) ฟังจนจบ พี่เขาก็บอกเมว่า พี่รับเราเข้าทำงานนะ เริ่มงานวันที่15 เราก็โอเคตกลง (คิดว่าได้แล้ว จะได้ไม่ต้องไปสัมภาษณืที่ไหนอีก ไกล้บ้านด้วย)
มาถึงวันที่มาทำงานจริง ก็ไม่มีใครเลย มีพี่เจ้าของบริษัทกับเราซึ่งมาทำงานในตำแหน่ง กราฟฟิกดีไซด์ พี่เขาคงรุ้ว่าเราส่งสัยแน่ๆ เลยบอกว่า ทนหน่อยนะ พี่จะรีบรับคนเพิ่ม พี่ไล่พนักงานเก่าออกหมดทุกคน เพราะปัญหาญาเสพติด พี่ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ไล่ออกแม้กระทั้งเซลล์(ทำไมไม่แอะใจนะ ว่าเซลล์ก็ไป) อ่อ!!เมลืมบอกว่าบริษัทนี้ขายปุ๋ยชีวภาพนะค่ะ ไปทำงานก็ไม่มีงานให้ทำเท่าไรหรอกค่ะ งานแรกคือออกแบบหนังสือ รูปเอ่ยอะไรเอ่ยให้เราหาเองทั้งหมด ก็ทำค่ะหน้าที่ แต่งานเราต้องติดต่อกับพี่กราฟฟิกคนเก่าซิค่ะ งานมันต้องต่อเนื่องกัน โทรคุยกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง พี่คนเก่าต้องกลับมาสอนงานให้ เลยได้คุยและได้รู้ประวัติบริษัทมาคราวๆ พี่เขาก็บอกเราให้เซ็นสัญญานะ มีอะไรจะได้ไม่เสียเปรียบ เราก็ไม่คิดไม่เอ๊ะใจอะไร ถามพี่เขาก็บอกเซ็นแต่เฉยไป แถมแนะนำเพื่อมาสมัครงานอีก เพื่อนก็ได้งานนี้ด้วย แต่ในตำแหน่งธุรการ ทำกันไปจนต้องเจอกับบริษัทที่รับทำบัญชีให้บริษัทนี้ คุยไปคุยมา พี่เขาหลุดปากออกมาอีกว่า บริษัทขาดทุนมา4-5เดือนแล้ว ใจคอไม่ดีเลย แต่ก็ยังคงทำงานต่อไป ในระหว่างนั้นหาข้อมูลด้วย เพื่อความไม่นิ่งนอนใจ ดูแฟ้มประวัติทำงานบริษัท จริงด้วยไม่มีเงินเข้ามาหลายเดือนแล้ว มีแต่รายจ่าย แถมเจอเงินเดือนพนักงานค้างจ่ายสองเดือน (จาก100%เหลือ30% ยังโลกสวยต่อไป) คิดว่าพี่เขาคงไม่กล้าทำเราหรอก เราเพิ่งเข้ามา สั่งงานเราทำไปเรื่อย มาถึงงานหนึ่งที่ต้องทำฉลากภาษาพม่า เอาซิ นึกว่าง่ายๆๆ ยากเหมือนกันไม่รู้จักภาษาพม่าเลย แต่ก็ทำ เพราะต้องขายของนิน่า จนจะสิ้นเดือน มาบอกว่าเงินเดือนเดือนนี้ไม่ออกนะ จะออกสิ้นเดือนกุมภา ในใจเราคิดแล้ว โดนแล้วแน่ๆ เพราะเราทำงานถ้าถึงสิ้นเดือนก็ครึ่งเดือนพอดี น่าจะจ่ายให้เราได้ อีกอย่างบริษัทก็เล็กๆน่าจะผ่อนปรนกฏระเบียบได้ มีพนักงานอยู่2คน เราก็คิดนะ ค่าบ้านค่าน้ำ ค่าไฟ ในจะกินเดือนต่อไป ค่ารถมาทำงาน จะเอาที่ไหนมาทำงาน ด้วยความสงสัย ถามซิค่ะว่าทำไมถึงไม่จ่ายเงินเดือนนี้ให้ พี่เขาก็เรียกเรากับเพื่อนขึ้นไปคุย เราก็คุย หน้ามือเป็นหลังเท้า เอากฎระเบียบมาอ้างกับเราและเพื่อน ว่าถ้าเข้ามาทำงานหลังวันที่10ของเดือน เงินจะออกเดือนถัดไป และถามเรากับเพื่อนว่ารู้มั๊ยว่ากี่วันถึงจะผ่านงาน เรารู้แต่เราไม่ตอบให้เพื่อนตอบ เพื่อนเราบอก3เดือน พี่เขาบอกว่าไม่ใช่ ต้อง120วันเท่ากับ4เดือน แล้วก็สั่งให้ไปเปิดบัญชีธนาคารหนึ่งเพื่อเอาไว้จ่ายเงินเดือน แล้วไล่เพื่อนเราลงมา เพื่อนคุยกับเราตัวต่อตัว แล้วก็บอกว่า เงินเดือนจ่ายเดือนต่อไป เราคิดว่า บริษัทไม่ได้ใหญ่โต มีพนักงานสองคน ทำไมถึงไม่ออกให้เรา ทั้งๆที่เราก็มีภาระ เราต้องใช้ในการเดินทางมาทำงาน พี่เขายิ้ม และพาเราเปลี่ยนเรื่อง เราไม่ว่า เอาไว้คุยที่หลังก็ได้ ถามเราว่ามีอคติอะไรในตัวเขา แล้วมาหาเรื่องเราด้วยเรื่องงานทั้งๆที่เราทำงานเสร็จตามที่สั่งทั้งหมด ว่าเราถอดหายใจ เราไม่มีสิทธิ์หรอ เราแค่รู้สึกว่าคนทำก็ไม่ได้เสกทุกอยากที่คนต้องการอยากได้ในเวลา2พริบตา เรายอม ว่าเราเรื่องเราไม่มีสิทธิ์คุยกับลูกค้า เรื่องของเรื่องคือ เราถามลูกค้าที่เป็นพ่อค้าแถวชายแดนไทยว่า คนพม่าเขาอ่านภาษาอังกฤษออกไม่ใช่หรอค่ะ (เพราะคนที่มาช่วยเราทำภาษาพม่านั้น เขาก็บอกว่า ที่นั้นอ่านภาษาอังกฤษกันได้ )แต่ลูกค้าก็ตอบเรามาว่า ชาวบ้านเขาอ่านกันไม่ค่อยได้หรอก จบค่ะ แต่เรากลับมาโดนว่า เราไม่ใช่EA ไม่มีสิทธิ์คุยกับลูกค้า เราก็ฟังค่ะ ต่อด้วยว่าเราเรื่องไม่คุยกับเขา เพราะงานต้องไปทำกับคนพม่าต้องไปทำนอกบริษัท เราก็อ้าว จะให้เราคุยอะไร(ปกติเรานั้งรถเราก็เงียบแบบนี้) แต่ไม่ใช่ระหว่างทางเราไม่คุยนะ เราก็พูดก็ถามนิดหน่อย พอเป็นพิธี แต่เราก็โดนจนได้ ไม่พอ ต่อว่าเราเรื่องคุยโทรศัพท์กับแฟน วันนั้นขอร้องให้เราเลิกงานช้าหน่อย เพราะงานเร่ง เราเข้าใจ เราก็นั้งทำงาน จนเย็นมาก แฟนเลยโทรมาถามว่าทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ ทำอะไรอยู่ ซึ่งเราตอบแฟนกลับไปว่า งานยังไม่เสร็จ แค่นี้นะรีบทำงาน แต่ด้วยน้ำเสียงเราจริงจัง โดนว่าค่ะ เราคิดในใจว่าหาเรื่องทะเลาะกับเราแล้วละ ทุกอย่างเริ่มตรงตามที่พี่กราฟฟิกเล่าให้เราฟังแล้ว(ขอเสริมนะค่ะ พี่เขาบอกเราว่า เขาก็ไม่ได้เงินเดือน ใครๆที่ทำงานที่นี้ก็ไม่ได้เงินเดือนและรายระเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับตัวเจ้าของบริษัท ซึ่งตรงดีจากที่เราประสบเหตุมา ) ต่อว่าเราเรื่องเล่นเฟสบุ๊ค เราก็อ้าว ถามกลับเลยค่ะว่าแล้วงานที่ให้ทำเสร็จมั๊ยค่ะ คิดในใจว่างานก็ไม่เยอะ จะให้เราทำงานเสร็จแล้วนั้งเฉยๆใช่มั๊ย ทั้งๆที่งานที่เราทำต้องใช้ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ ดูนู้นนี้นั้น ก่อนหน้านี้ก็บอกเราว่า พี่เขาใจนะว่ากราฟฟิกส่วนมากติส อ้าวแล้วมาว่าเราทำไม เราคิดว่า การเงินก็ไม่ดี ไม่มีเงินให้เราแล้วมาชวนเราทะเลาะแน่ๆ เราทำต่อไปอีกเดือนเงินเราจะได้มั๊ย มาบอกว่าออกมีนาอีกละ เราไม่เสียเวลาฟรีหรอ เราเลยถามว่าพี่จบมั๊บค่ะ เรายืนงานคืนให้ที่โต๊ะ และบอกว่างั้นหาคนทำใหม่แล้วกันนะค่ะ เราเดินลงมาเลย เก็บของ เรื่องเงินไม่พูดกับเราซักคำ เราเดินมาบอกเพื่อนเราว่าเราลาออก กระแทกเสียงใส่เราว่าเชิญ!! เราก็ไม่ว่าอะไร เก็บของเราต่อ แล้วหันไปสั่งงานเพื่อนเรา แต่เพื่อนเราก็หันไปบอกว่า พี่งั้นหนูลาออกพร้อมเพื่อนเลยนะค่ะ ทั้งๆที่พี่เขาสั่งงานอยู่ รักเพื่อนจัง แต่ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรนะค่ะ เราเสียใจมากที่พาเพื่อนมาเดือนร้อน เงินก็ไม่ได้ เสียเงินค่ารถค่าเดินทางอีก รู้สึกแย่มาก แต่เพื่อนก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก นี้จะได้เป็นประสบการณ์ให้เขาด้วย ที่เล่าทั้งหมดอาจจะไม่ละเอียดพอนะค่ะ แต่อยากจะเล่าให้เป็นประสบการณ์ ว่าไปสมัครงานที่ไหนต้องตรวจสอบให้ดี คุยหรือตกลงรายละเอียดให้ชัดเจน (อย่าโลกสวยเหมือนเรา) ทุกๆอย่างที่ตกลงกันต้องเป็นรายลักษณ์อักษร เรายอมรับเลยว่าเราไม่รอบคอบ (โลกสวย) เป็นประสบการณ์นะค่ะ ไม่อยากให้เจอเหมือนเรา ทำงานแต่ไม่ได้เงิน แถมเจอคนหัวหมอด้วย ระหว่างที่เราเก็บของก็ว่าเรายังเด็ก (เพราะเราเด็กและไว้ใจคนแก่แบบเขาไง) ทนแรงกดดันไม่ไว้ (มันไม่ใช่แรงกดดัน แต่มันเป็นเรื่องงี้เง่ามากกว่า ไม่รู้จะว่าเรื่องอะไรเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาว่าเรา) งานไม่ต้องลบซิ อย่าลบ เราบอกกลับไปเลยค่ะ ว่าไม่ลบหรอก ลบแต่รูปเราเท่านั้น (แต่เราไม่โง่เป็นครั้งที่สองแน่ๆ เราทำงานแลกเงิน ไม่จ่ายเงินเราก็ไม่ต้องได้งาน) เราเก็บงานเราออกจากเครื่องทั้งหมด แถมทวงกุญแจเปิดบริษัทคืน เราก็บอกว่า ไม่เอาหรอกค่ะพี่ ไม่รู้จะเอามาทำอะไร แล้วก็บริษัทที่เราเตือนเนี้ย อยู่แถวคลองหนึ่ง ปทุมธานีนะค่ะ ในหมู่บ้านหรูมีแพก๋วยเตี๋ยวแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของรังสิตอยู่หน้าหมู่บ้าน ทำเกี่ยวกับปุ๋ยชีวภาพ(ขอไม่บอกชื่อบริษัทนะค่ะ กลัวว่าจะผิดกฎหมาย)เรื่องนี้ให้ประสบการณ์เราตรงที่ว่า โลกไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดไปซะหมด แถมอย่ามองคนด้วยสายตา ขับรถเบนซ์ มีบ้านหลังใหญ่โต พูดจาดี มีการงานหรือบริษัทใหญ่โต ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนดีนะค่ะ ตอนนี้กลัวการสมัครงานไปเลย แต่ก็ขอพักทำใจซักพัก หางานใหม่ทำแน่นอน แต่เราไม่อยากให้ทุกคนกลัวบริษัทเล็กๆหรือโฮมออฟฟิสนะค่ะ บริษัทดีๆก็มีอีกเยอะค่ะ
(ไม่รู้แท็กผิดมั๊ย - -")