กระแสการเมืองรังแก
วงค์ ตาวัน
มีข้อวิเคราะห์ว่า การที่ 2 ผู้นำศอฉ.ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมพนักงานสอบสวนคดี 99 ศพ นอกจากจะเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เมื่อเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสวนแล้ว
อาจจะต้องการให้เกิดกระแส การถูกรังแกจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์
เพราะ
ในคำฟ้องนั้นระบุว่า นายธาริตกับพวก ทำตัวเป็นเครื่องมือของรัฐบาลปัจจุบัน
กระแสนี้อาจต้องการกระตุ้นอารมณ์คนกรุงเทพฯ ซึ่งยังหลงกับภาพเหตุการณ์เสื้อแดงว่า เป็นวิกฤตเผาบ้านเผาเมือง
มีชนชั้นกลางที่ยึดถือฐานะทางชนชั้น ชิงชังคนเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่เป็นรากหญ้าจากต่างจังหวัด ยังเข้าใจว่าเป็นการเผาบ้านเผาเมือง
แต่
คนกรุงเทพฯที่ชาญฉลาด เข้าถึงข้อมูล ไม่เอาอคติเป็นตัวตั้ง ล้วนตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า
การเผาเกิดขึ้นในบ่ายของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553!!
การเผาเกิดหลังฆ่ากันนับร้อยศพไปแล้ว
การเผาเกิดขึ้นหลังจากม็อบสลาย แกนนำถูกคุมตัวหมดแล้ว
ดังนั้น
จะเรียกวิกฤตเผาบ้านเผาเมืองไม่ได้ หากต้องเรียกว่าเป็นเหตุการณ์ 99 ศพมากกว่า
แต่เมื่อยังมีชนชั้นกลางที่เอาอคติเป็นตัวกำหนดอยู่ส่วนหนึ่ง
โอกาสที่จะใช้กระแสผู้นำประชาธิปัตย์ถูกรังแกทางการเมือง มากระตุ้นคนจำนวนนี้ก็ยังมีอยู่
แล้วต้องนำมาใช้ในช่วงนี้ เพราะกำลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.พอดี!
เป็นไปได้มากว่า ช่วงโค้งท้ายๆ จะมีการโหมกระแสนี้ เพื่อกระตุ้นอารมณ์คนกรุงส่วนหนึ่งให้ร้อนรุ่ม เพื่อออกมาเทคะแนนกัน
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสียทีเดียว
เพราะบรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ขณะนี้
เป็นการต่อสู้เรื่องนโยบาย ไอเดีย!
ขณะที่คู่ต่อสู้ที่มีโอกาสชัดเจนสุดคือ สุขุมพันธุ์แชมป์เก่าจากประชาธิปัตย์ กับพงศพัศผู้ท้าชิงจากเพื่อไทย
แล้วการเลือกพงศพัศของเพื่อไทย เป็นภาพของคนทำงานมืออาชีพ ไม่ใช่นักการเมือง
การหาเสียงของพงศพัศ เน้นเข้าถึงชาวบ้าน เพราะมีภาพตำรวจขวัญใจมวลชนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ประกอบกับชูนโยบายพัฒนาเมืองหลวง ด้วยแนวคิดใหม่ บนความเป็นไปได้
ทำให้กลายเป็นเวทีการต่อสู้นโยบายเพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯล้วนๆ
กระแสการเมือง กระแสสีเสื้อ จึงทำอะไรพงศพัศไม่ได้
ที่มา...ข่าวสดออนไลน์ 29 ม.ค.56
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU9UTTROemN4T0E9PQ==§ionid=
????????????????????????????????
"....... แต่
คนกรุงเทพฯที่ชาญฉลาด เข้าถึงข้อมูล ไม่เอาอคติเป็นตัวตั้ง ล้วนตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า
การเผาเกิดขึ้นในบ่ายของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553!!
การเผาเกิดหลังฆ่ากันนับร้อยศพไปแล้ว
การเผาเกิดขึ้นหลังจากม็อบสลาย แกนนำถูกคุมตัวหมดแล้ว
ดังนั้น
จะเรียกวิกฤตเผาบ้านเผาเมืองไม่ได้ หากต้องเรียกว่าเป็นเหตุการณ์ 99 ศพมากกว่า......"
คนกรุงเทพฯที่ชาญฉลาดจริงเขาเข้าถึงข้อมูลจริง
แต่คนมีการฉึกฉาฉูงประชากรอีกส่วนหนึ่งของ กทม.เขาไม่ชาญฉลาดเหมือนที่วงค์ ตาวัน คาดหมาย
เขาก็เลยเลือก เอ๋อ ดัมมีละกระมัง......
มีใครบ้างเอ่ย...ยกมือขึ้น....
กระแสการเมืองรังแก โดย..วงค์ ตาวัน..ใครรังแกใคร แหลรังแกจนท.หรือ จนท.รังแกแหล ไม่มีความผิดจะกลัวอะไรแหล คุ้นไหมคำนี้
วงค์ ตาวัน
มีข้อวิเคราะห์ว่า การที่ 2 ผู้นำศอฉ.ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมพนักงานสอบสวนคดี 99 ศพ นอกจากจะเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เมื่อเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสวนแล้ว
อาจจะต้องการให้เกิดกระแส การถูกรังแกจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์
เพราะในคำฟ้องนั้นระบุว่า นายธาริตกับพวก ทำตัวเป็นเครื่องมือของรัฐบาลปัจจุบัน
กระแสนี้อาจต้องการกระตุ้นอารมณ์คนกรุงเทพฯ ซึ่งยังหลงกับภาพเหตุการณ์เสื้อแดงว่า เป็นวิกฤตเผาบ้านเผาเมือง
มีชนชั้นกลางที่ยึดถือฐานะทางชนชั้น ชิงชังคนเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่เป็นรากหญ้าจากต่างจังหวัด ยังเข้าใจว่าเป็นการเผาบ้านเผาเมือง
แต่คนกรุงเทพฯที่ชาญฉลาด เข้าถึงข้อมูล ไม่เอาอคติเป็นตัวตั้ง ล้วนตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า การเผาเกิดขึ้นในบ่ายของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553!!
การเผาเกิดหลังฆ่ากันนับร้อยศพไปแล้ว
การเผาเกิดขึ้นหลังจากม็อบสลาย แกนนำถูกคุมตัวหมดแล้ว
ดังนั้นจะเรียกวิกฤตเผาบ้านเผาเมืองไม่ได้ หากต้องเรียกว่าเป็นเหตุการณ์ 99 ศพมากกว่า
แต่เมื่อยังมีชนชั้นกลางที่เอาอคติเป็นตัวกำหนดอยู่ส่วนหนึ่ง
โอกาสที่จะใช้กระแสผู้นำประชาธิปัตย์ถูกรังแกทางการเมือง มากระตุ้นคนจำนวนนี้ก็ยังมีอยู่
แล้วต้องนำมาใช้ในช่วงนี้ เพราะกำลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.พอดี!
เป็นไปได้มากว่า ช่วงโค้งท้ายๆ จะมีการโหมกระแสนี้ เพื่อกระตุ้นอารมณ์คนกรุงส่วนหนึ่งให้ร้อนรุ่ม เพื่อออกมาเทคะแนนกัน
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสียทีเดียว
เพราะบรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ขณะนี้
เป็นการต่อสู้เรื่องนโยบาย ไอเดีย!
ขณะที่คู่ต่อสู้ที่มีโอกาสชัดเจนสุดคือ สุขุมพันธุ์แชมป์เก่าจากประชาธิปัตย์ กับพงศพัศผู้ท้าชิงจากเพื่อไทย
แล้วการเลือกพงศพัศของเพื่อไทย เป็นภาพของคนทำงานมืออาชีพ ไม่ใช่นักการเมือง
การหาเสียงของพงศพัศ เน้นเข้าถึงชาวบ้าน เพราะมีภาพตำรวจขวัญใจมวลชนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ประกอบกับชูนโยบายพัฒนาเมืองหลวง ด้วยแนวคิดใหม่ บนความเป็นไปได้
ทำให้กลายเป็นเวทีการต่อสู้นโยบายเพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯล้วนๆ
กระแสการเมือง กระแสสีเสื้อ จึงทำอะไรพงศพัศไม่ได้
ที่มา...ข่าวสดออนไลน์ 29 ม.ค.56
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU9UTTROemN4T0E9PQ==§ionid=
????????????????????????????????
"....... แต่คนกรุงเทพฯที่ชาญฉลาด เข้าถึงข้อมูล ไม่เอาอคติเป็นตัวตั้ง ล้วนตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า การเผาเกิดขึ้นในบ่ายของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553!!
การเผาเกิดหลังฆ่ากันนับร้อยศพไปแล้ว
การเผาเกิดขึ้นหลังจากม็อบสลาย แกนนำถูกคุมตัวหมดแล้ว
ดังนั้นจะเรียกวิกฤตเผาบ้านเผาเมืองไม่ได้ หากต้องเรียกว่าเป็นเหตุการณ์ 99 ศพมากกว่า......"
คนกรุงเทพฯที่ชาญฉลาดจริงเขาเข้าถึงข้อมูลจริง
แต่คนมีการฉึกฉาฉูงประชากรอีกส่วนหนึ่งของ กทม.เขาไม่ชาญฉลาดเหมือนที่วงค์ ตาวัน คาดหมาย
เขาก็เลยเลือก เอ๋อ ดัมมีละกระมัง......
มีใครบ้างเอ่ย...ยกมือขึ้น....