ทำไมคนไทยเติบโตมา ถึงตกเป็น "เหยื่อ" ด้วยความเชื่อแบบประหลาด?

* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะ
เช่น
เด็ก
ให้ไหว้พระ ใส่สร้อยพระ แล้วผีไม่หลอก ผีกลัว
ไปวัดแล้วต้องเสี่ยงเซียมซี ขอหวย ขอเลข เพื่อจะได้ถูกได้โชคลาภ
พระเดินกลางเมือง ก็ต้องไปนั่งเฝ้าท่ามกลางแดดร้อนจัด จะได้ "บุญ" เรียนหนังสือเก่ง
กินน้ำมนต์ วัดชื่อดัง จะได้ มีสิริมงคล เจริญแก่ตนเอง
ตีกลอง เคาะระฆัง ให้ดังๆ ชีวิตจะได้เจริญรุ่งเรือง
เป่ากะหม่อม โดนสะเก็ดน้ำมนต์ ไม้เคาะหัวแล้วจะเรียนเเก่ง
ไม่กินไข่ ช่วงที่เป็นแผลสด
ไม่ตัดผมวันพุธ
สอบต้องไปบนบานศาลกล่าวตามสถานที่ต่างๆ ที่คิดว่าศักดิ์สิทธิ์
ฯลฯ

วัยรุ่น
ดูดวง เนื้อคู่ การเรียน จากหมอดู คำทำนาย *1900 XXX ค่ายต่างๆ
จุดธูปไหว้ บูชาดอกไม้เวียน แล้วสิ่งศักดิ์จะรับรู้ได้
นอนหนุนหนังสือแล้วจะเรียนเก่ง
สักยันต์เก้ายอด ตีรันฟันแทงไม่เข้า
25 เบญจเพศ เป็นช่วงอันตรายของชีวิต
ฯลฯ

วัยทำงาน
ต้องทำบุญ ทำสังฆทาน เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร
เชื่อเรื่องดูดวงชะตา หน้าที่การงาน คู่ครอง เนื้อคู่ จากหมอดู คำทำนาย *1900 XXX ค่ายต่างๆ
ขอเลข แทงหวย หวังรวย
เจิมรถ แล้วขับขี่ปลอดภัย
เอาเงินลูกค้าตบของที่ขาย แล้วจะขายดี
ลงเสน่ห์ยาแฝด อักขระ สักยันต์ แล้วคนจะรักคนจะหลง
ฯลฯ

วัยชรา
น้ำหมัก เน่าร้อยวัน กินแล้วดี หูตาไม่มั่วไม่ตึง
จ่ายเงินเป็นเจ้าภาพ ยิ่งทำบุญมาก ยิ่งดี
ตั้งแถวเฝ้าขบวนพระสงฆ์ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเจตนาที่แน่ชัดว่าเนื้อแท้ของกิจกรรมคือสืบทอดพระพุทธศาสนาหรือไม่?
ฯลฯ

จนมีคนกลุ่มหนึ่ง พยายามจัดกิจกรรมทุกรูปแบบ ทุกสื่อแขนง เพื่อ
แปลงภาษาไทยให้ผิดเพี้ยน แปรเจตนาบุญให้กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เปลี่ยนผ่านวิถีแห่งพุทธะเข้าสู่กาลวิบัติ
เพื่อหาผลประโยชน์เข้าตนและพวกพ้อง

และถ้า หน่วยงานกำกับ คนที่มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องดูแล ก็ตกเป็น "เหยื่อ" เหมือนกันล่ะ
บ้านนี้เมืองนี้ จะเป็นอย่างไร? ท่านจะใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเชื่อแบบประหลาดนี้ได้อย่างไร?

มอมเมาคนทั้งประเทศทั้งแผ่นดิน = ดอกดาวเรือง คือ ดอกดาวรวย
จัดประชาสัมพันธ์องค์กร = เดินพาเหรดกลางเมือง ถือเป็นบุญของประเทศ
หาแนวรวมพันธมิตร (พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ทั้งพระเดชและพระคุณ หน่วยงานกำกับ (ท่านเลขาฯ เจ้ากรมเจ้ากระทรวง) สาวกใหม่ เศรษฐีกระเป๋าหนัก (เจ้าของกิจการห้างร้าน/เศรษฐีที่ดิน) ทุกข์เยอะ) = ใครเข้าร่วมงานถือว่า สั่งสมบารมี
ยิ่งเสียเงินมาก ทุ่มเงินมาก จนหมดเนื้อหมดตัว = ทำบุญมาก ยิ่งได้บุญมาก
เงื่อนไขการจ่ายเงินครบวงจร = ทำบุญเยอะ มีระบบบัญชีรายบุคคล ผ่อน มีสด มีชำระล่วงหน้า
มีการติดตามทวงถามเมื่อถึงกำหนดชำระ = ออกจดหมายเตือนให้ทำบุญทุกรายไตรมาสทุกรายเดือน
บุญสามารถวัดมูลค่าเชิงเศรษฐกิจได้ = ทำบุญด้วยเงินทองที่ดิน จะได้ เครื่องราง แก้ว แหวน จี้ สร้อย วิเศษ
จับต้อง ตรวจสอบไม่ได้ = ทำบุญได้บุญ เม็ดเงินมหาศาลหายไปไหน ไม่ต้องสนใจ สนใจแค่ คิดว่า "ได้บุญ" พอล่ะ
ฯลฯ

ความเชื่อประหลาด ไม่ได้อยู่ไกลที่ไหน แต่มันได้มาอยู่ใกล้แค่ปลายประสาทสัมผัสทั้งห้า
กลุ่มคนจิตอ่อนแอ ได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึมซับแนวคิดและวิธีการประหลาดโดยไม่สามารถหาเหตุผลมาเป็นหลักยึด
จนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้ และดำเนินชีวิต
ที่นี้ ก็อยู่ที่ ท่านล่ะ ว่าจะให้ คนที่ท่านรัก ญาติพี่น้องที่่ท่านเคารพ มีภูมิคุ้มกันด้านสติและปัญญา
ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ "ความเชื่อแบบประหลาด" นี้ได้อย่างไร?

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
เรามีชุดความเชื่อว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" แต่เราไม่ค่อยกล้า "ไม่เชื่อต้องศึกษา" กันเท่าไร
แต่คนบางกลุ่มก็จำเป็นต้องเชื่อแบบนี้เพราะเขาไม่มีที่พึ่งจริง ๆ เพราะทรัพยากรถูกเอารัดเอาเปรียบ
ก็ต้องรอให้เขาเรียนรู้เอาเอง เพราะคนเราต่างกัน

แต่ประเทศไทยปัจจุบันกลับสร้างเทพเองได้เป็นว่าเล่น มันเป็นที่น่าเสียดาย
พระพุทธเจ้าใช้เวลาทั้งชีวิตนำคนกลับมาสู่ธรรม แต่คนบางส่วนกลับพยายามนำคนกลับไปหาเทพ
สังเกตุดูบันไดวัดก็ได้ จะมีหัวพญานาคอยู่ทางขึ้น มันเป็นปริศนาธรรมว่าเทพก็ต้องรับใช้ธรรม
เราจะนับถือเทพก็ได้ แต่ต้องไม่มากกว่าการนับถือศักยภาพความเป็นมนุษย์ในตัวเราเอง ยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 2
ถ้าเข้าใจคำว่า "ความเชื่อ" และ คำว่า "ที่พึ่งทางจิตใจ"

ก็จะไม่มีกระทู้นี้เกิดขึ้นครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่