จนกระทั่งถึงเวลานี้ ตอบอย่างฟันธง โดยที่ไม่อ้อมค้อมได้ทันทีว่า ถ้าหากยังไม่มีผู้สมัครรายอื่นใดที่โดดเด่นมากไปกว่านี้ สุดท้ายแล้ว ผู้ชนะซึ่งต้องบอกว่า “นอนมา” ตั้งแต่เริ่มต้นก็เห็นจะหนีไม่พ้น
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่แข่งขันอย่างพรรคเพื่อไทยส่ง พล.ต.อ.พงศพัศลงสมัครด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นอนมาแบบไม่ต้องออกแรงให้ไขมันที่สะสมเอาไว้ในร่างกายต้องกระทบกระเทือนแต่อย่างใด
แน่นอน คำถามที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ อะไรคือเหตุและปัจจัยที่ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะคว้าชัยชนะมาแบบสบายๆ
ทั้งนี้ ถ้าหากตรวจสอบกระแสแนวความคิดตามสื่อหรือโลกออนไลน์ต่างๆ ก็จะพบ “สมการการเมือง” ที่กำลังแพร่หลายและกำลังถูกขยายความออกไปอย่างกว้างขวาง
ราวกับเผาพันธุ์แมลงสาบที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ตายยาก กระทั่งอยู่คู่กับโลกมนุษย์มานับเป็นร้อยเป็นพันปี นั่นก็คือแนวความคิดในทำนองว่า
เราสูญเสียประเทศไทยไปแล้ว ยังต้องสูญเสียเมืองหลวงอันเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายให้คนเสื้อแดงอีกหรือ
พรรคประชาธิปัตย์ย่อมรู้ซึ้งถึงสมการการเมืองดังกล่าวได้ดี
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตรเองก็รู้ซึ้งในกมลสันดานของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างดีว่า
พรรคแมลงสาบไม่อยากเสี่ยงที่จะแตกหัก ดังนั้น ยังไม่ทันที่พรรคจะมีมติส่งใครลงสมัคร คุณชายหมูก็ชิงประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ตัดหน้าอย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม เหมือนกับมัดมือชกว่า ถ้าพรรคไม่ส่งตนเองก็พร้อมลงสมัครในนามอิสระ ซึ่งนั่นจะเป็นการตัดคะแนนผู้สมัครของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เล่มเกมอย่างนี้
นายอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรคที่ไม่ปลื้ม ม.ร.ว.สุขุมพันธ์จึงต้องด้านหน้ากัดฟันสนับสนุน ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ได้สร้างความประทับใจให้คนกรุงเทพฯ เท่าใดนัก แต่ด้วยสมการการเมืองไม่เลือกเราเขามาแน่ เพราะภาพการเผาบ้านเผาเมืองที่คนเมืองหลวงยังจำได้ดี พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ที่ไม่ได้ตั้งใจส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ลงสมัครตั้งแต่แรกจึงส่งเสาไฟฟ้าเข้าชิงชัย เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วคนกรุงเทพฯ ก็ต้องเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์วันยังค่ำ
ประหนึ่งว่าเพื่อรักษาเมืองหลวงเอาไว้ไม่ให้ตกเป็นของคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน คนกรุงเทพฯ จำต้องข่มขืนใจตนเอง บังคับกล้ามเนื้อมือให้ลงคะแนนเลือกคุณชายสุขุมพันธ์ไปเพื่อรักษาเมืองหลวงไว้ไม่ให้ตกในอุ้งมือมาร เหมือนเช่นที่บิลลี่ โอแกนประกาศเจตนารมณ์
นั่นเท่ากับเป็นการเล่นละครหลอกลวงคนกรุงเทพฯไปวันๆ อย่างหน้าไม่อาย
ความจริง นอกจาก 2 ตัวเต็งคือ พล.ต.อ.พงศพัศและม.ร.ว.สุขุมพันธุ์แล้ว ผู้สมัครอิสระรายอื่นๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวสและโต้-สุหฤท สยามวาลา เพราะนโยบายที่ใช้หาเสียง ตลอดรวมถึงทีมงานก็เรียกว่าพร้อมที่จะบริหารกรุงเทพมหานครไม่แพ้ 2 ผู้สมัครจากพรรคการเมืองเช่นกัน
ดังนั้น อย่าให้ความหวาดกลัว บีบบังคับให้ต้องเลือก
อย่าให้ความหวาดกลัวมาครอบงำจิตใจจนต้องตัดสินใจยกเงินภาษีอากรที่ใช้ในการบริหารกรุงเทพมหานครร่วม 40,000-50,000 ล้านบาทในแต่ละปี รวมถึงเวลาอีกอย่างน้อย 4 ปีที่ ต้องฝากเมืองหลวงแห่งนี้ให้กับพ่อเมืองคนใหม่อย่างไร้อนาคต
คนกรุงเทพฯ กล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่
คนกรุงเทพฯ กล้าพอที่จะหลุดพ้นจากกับดักแห่งความหวาดกลัวหรือไม่
ถ้าไม่กล้า เมืองหลวงของประเทศไทยคงไม่อาจหลุดพ้นจากความเป็น “มหานครแห่งแมลงสาบ” ไปได้
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000010491
แมงสาบนอนมา มีขบวนแห่นำหน้า
แมลงสาบนอนมา
จนกระทั่งถึงเวลานี้ ตอบอย่างฟันธง โดยที่ไม่อ้อมค้อมได้ทันทีว่า ถ้าหากยังไม่มีผู้สมัครรายอื่นใดที่โดดเด่นมากไปกว่านี้ สุดท้ายแล้ว ผู้ชนะซึ่งต้องบอกว่า “นอนมา” ตั้งแต่เริ่มต้นก็เห็นจะหนีไม่พ้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคู่แข่งขันอย่างพรรคเพื่อไทยส่ง พล.ต.อ.พงศพัศลงสมัครด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์นอนมาแบบไม่ต้องออกแรงให้ไขมันที่สะสมเอาไว้ในร่างกายต้องกระทบกระเทือนแต่อย่างใด
แน่นอน คำถามที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ อะไรคือเหตุและปัจจัยที่ทำให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะคว้าชัยชนะมาแบบสบายๆ
ทั้งนี้ ถ้าหากตรวจสอบกระแสแนวความคิดตามสื่อหรือโลกออนไลน์ต่างๆ ก็จะพบ “สมการการเมือง” ที่กำลังแพร่หลายและกำลังถูกขยายความออกไปอย่างกว้างขวางราวกับเผาพันธุ์แมลงสาบที่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ตายยาก กระทั่งอยู่คู่กับโลกมนุษย์มานับเป็นร้อยเป็นพันปี นั่นก็คือแนวความคิดในทำนองว่า เราสูญเสียประเทศไทยไปแล้ว ยังต้องสูญเสียเมืองหลวงอันเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายให้คนเสื้อแดงอีกหรือ
พรรคประชาธิปัตย์ย่อมรู้ซึ้งถึงสมการการเมืองดังกล่าวได้ดี
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตรเองก็รู้ซึ้งในกมลสันดานของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างดีว่า พรรคแมลงสาบไม่อยากเสี่ยงที่จะแตกหัก ดังนั้น ยังไม่ทันที่พรรคจะมีมติส่งใครลงสมัคร คุณชายหมูก็ชิงประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ตัดหน้าอย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม เหมือนกับมัดมือชกว่า ถ้าพรรคไม่ส่งตนเองก็พร้อมลงสมัครในนามอิสระ ซึ่งนั่นจะเป็นการตัดคะแนนผู้สมัครของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เล่มเกมอย่างนี้ นายอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรคที่ไม่ปลื้ม ม.ร.ว.สุขุมพันธ์จึงต้องด้านหน้ากัดฟันสนับสนุน ทั้งๆ ที่รู้ว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ได้สร้างความประทับใจให้คนกรุงเทพฯ เท่าใดนัก แต่ด้วยสมการการเมืองไม่เลือกเราเขามาแน่ เพราะภาพการเผาบ้านเผาเมืองที่คนเมืองหลวงยังจำได้ดี พรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ที่ไม่ได้ตั้งใจส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ลงสมัครตั้งแต่แรกจึงส่งเสาไฟฟ้าเข้าชิงชัย เพราะรู้ว่าสุดท้ายแล้วคนกรุงเทพฯ ก็ต้องเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์วันยังค่ำ
ประหนึ่งว่าเพื่อรักษาเมืองหลวงเอาไว้ไม่ให้ตกเป็นของคนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน คนกรุงเทพฯ จำต้องข่มขืนใจตนเอง บังคับกล้ามเนื้อมือให้ลงคะแนนเลือกคุณชายสุขุมพันธ์ไปเพื่อรักษาเมืองหลวงไว้ไม่ให้ตกในอุ้งมือมาร เหมือนเช่นที่บิลลี่ โอแกนประกาศเจตนารมณ์
นั่นเท่ากับเป็นการเล่นละครหลอกลวงคนกรุงเทพฯไปวันๆ อย่างหน้าไม่อาย
ความจริง นอกจาก 2 ตัวเต็งคือ พล.ต.อ.พงศพัศและม.ร.ว.สุขุมพันธุ์แล้ว ผู้สมัครอิสระรายอื่นๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวสและโต้-สุหฤท สยามวาลา เพราะนโยบายที่ใช้หาเสียง ตลอดรวมถึงทีมงานก็เรียกว่าพร้อมที่จะบริหารกรุงเทพมหานครไม่แพ้ 2 ผู้สมัครจากพรรคการเมืองเช่นกัน
ดังนั้น อย่าให้ความหวาดกลัว บีบบังคับให้ต้องเลือก
อย่าให้ความหวาดกลัวมาครอบงำจิตใจจนต้องตัดสินใจยกเงินภาษีอากรที่ใช้ในการบริหารกรุงเทพมหานครร่วม 40,000-50,000 ล้านบาทในแต่ละปี รวมถึงเวลาอีกอย่างน้อย 4 ปีที่ ต้องฝากเมืองหลวงแห่งนี้ให้กับพ่อเมืองคนใหม่อย่างไร้อนาคต
คนกรุงเทพฯ กล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่
คนกรุงเทพฯ กล้าพอที่จะหลุดพ้นจากกับดักแห่งความหวาดกลัวหรือไม่
ถ้าไม่กล้า เมืองหลวงของประเทศไทยคงไม่อาจหลุดพ้นจากความเป็น “มหานครแห่งแมลงสาบ” ไปได้
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000010491
แมงสาบนอนมา มีขบวนแห่นำหน้า