ปลาบู่ อัดยับ "ปิ้ง บูชา เขมร" ปิ้ง คงลืมตัว ว่า กินเงินเดือน ภาษีของคนไทย

"ชวนนท์" โฆษก ปชป. ยก 7 ข้อสวน "สุรพงษ์" อัดยับไม่ทำการบ้าน รับลูกเขมรดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองภายในประเทศ ยันรัฐบาล ปชป. ยกเลิกเอ็มโอยู44 ...

ที่พรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 24 ม.ค. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ นำแถลงการณ์ของกัมพูชามาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยกล่าวหารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ตามที่เป็นข่าวว่า ตนมีข้อสังเกตดังนี้คือ 1.ขอเตือนนายสุรพงษ์ถึงหลักการทำงานว่า ขอให้พึงสำนึกไว้เสมอว่าการเป็น รมว.การต่างประเทศของไทย ไม่ใช่เป็น รมว.การต่างประเทศของกัมพูชา การนำข้อมูลด้านเดียวของกัมพูชา มาแปลเป็นภาษาไทยเพื่อกล่าวหา และดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองภายในประเทศนั้น เป็นการแสดงให้เห็นชัดถึงการแยกแยะไม่ออกระหว่างผลประโยชน์ของชาติ และผลประโยชน์ของส่วนบุคคล และไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบนโยบายการต่างประเทศของชาติไทย 2.ตนยืนยันว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเปิด เผยทุกประการ และไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้น ตรงกันข้ามพรรคประชาธิปัตย์นั้น ต่อสู้เพื่อรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ และแก้ไขปัญหาการที่รัฐบาลพรรคพลังประชาชนชุดก่อนยินยอมให้กัมพูชานั้นได้สิทธิ์ในการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว

ยันรัฐบาล ปชป. ยกเลิกเอ็มโอยู44

นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า 3. ผลประโยชน์เรื่องแก๊สและน้ำมันในอ่าวไทย เป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า บันทึกความเข้าใจปี 2544 (MOU 2544) นั้น มีความไม่ถูกต้อง ในเรื่องของหลักการการขีดเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเล ซึ่งไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ คือ เส้นเขตแดนทางทะเลของกัมพูชา เป็นเส้นที่ลากจากจุดแรกบนแผ่นดินของกัมพูชา บริเวณหลักเขตที่ 73 จ.ตราด และลากตรงมาทางทิศตะวันตกมุ่งสู่อ่าวไทย โดยผ่ากลางเกาะกูด ซึ่งเป็นพื้นแผ่นดินไทยชัดเจน จึงเป็นเส้นเขตแดนทางทะเลที่ไม่อาจรับฟังได้ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย หรือหลักการใดๆ จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ตัดสินใจที่จะยกเลิก MOU ฉบับดังกล่าว เพื่อที่จะหากรอบการเจรจาฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับประเทศไทย และเพื่อให้การแบ่งปันผลประโยชน์นั้น เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า 4. หลังจาก ครม. มีมติยกเลิก MOU 2544 แล้ว ก่อนที่จะมีการนำเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบนั้น กระทรวงการต่างประเทศจึงมีแนวคิดที่จะศึกษาหลักกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลระหว่าง 2 ชาติให้เป็นมาตรฐานสากลเพื่อที่จะได้นำเสนอสภา เพื่อให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาฉบับใหม่ไปในคราวเดียวกัน โดยก่อนที่จะสิ้นสุดอายุของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์นั้น กระทรวงการต่างประเทศยังดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงควรจะได้สานต่อเพื่อกำหนดท่าทีเพื่อเป็นประโยชน์ของชาติ มากกว่าที่จะหันกลับไปหา MOU หรือข้อตกลงที่ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

อัดยับไม่ทำการบ้านตรวจข้อมูล

"5. หลังจากที่ได้มีการยกเลิก MOU นี้แล้ว กัมพูชาเองเป็นฝ่ายต้องการที่จะเจรจาเพื่อหาความตกลง และทางออก เพราะกัมพูชามีความต้องการที่จะเร่งรีบเพื่อพัฒนาแหล่งแก๊ส และน้ำมันในอ่าวไทยมาก จนเป็นเหตุให้ในการพบปะอย่างไม่เป็นทางการตามที่นายกฯ ฮุน เซน กล่าวอ้างนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันที่ 27 มิ.ย. 2552 ที่ กัมพูชา ไม่ได้เป็นการพบปะหรือเจรจาลับแต่อย่างใด แต่เป็นการไปปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ของรองนายกฯ และรมว.กลาโหมในขณะนั้น หรือแม้แต่การพบปะที่ ประเทศฮ่องกง เดิมรองนายกฯ สก อาน เชิญคุณสุเทพไปพบที่ประเทศสิงคโปร์ แต่ คุณสุเทพ ได้แจ้งว่าไม่สะดวกที่จะไปพบที่สิงคโปร์ เพราะมีภารกิจที่ฮ่องกง ทำให้รองนายกฯ สก อาน ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางไปพบคุณสุเทพที่ฮ่องกง จึงอยากถามว่า ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายอยากขอพบ และเปิดการเจรจา หรือแม้แต่การพบกันที่คุนหมิง เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2553 ก็เป็นสิ่งที่นายกฯ ฮุน เซน โกหก และน่าเสียใจที่ รมว.การต่างประเทศของไทย กลับไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่นำข้อความเท็จนั้นมาปรักปรำคนไทยด้วยกันเอง โดยในการเดินทางไปคุนหมิงดังกล่าว เป็นการไปประชุมพรรคการเมืองของทวีปเอเชีย โดยประเทศจีนเป็นเจ้าภาพและคุณสุเทพ เป็นผู้แทนจากพรรคประชาธิปัตย์ และนายสก อาน เป็นตัวแทนจากพรรครัฐบาลกัมพูชา ซึ่งการพบปะนั้นก็เกิดขึ้นโดยมิได้มีการนัดหมายล่วงหน้า แต่เมื่อไปพบกันที่นั่นก็มีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ และไม่ได้มีการไปตกลงหรือเจรจาลับอะไรอย่างที่ฮุน เซน พยายามจะจินตนาการ" นายชวนนท์ กล่าว

ท้าฮุน เซน เปิดหลักฐานเจรจาลับ

นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า 6. ตนยืนยันอีกครั้งว่า การดำเนินการใดๆ ในเรื่องของการเจรจาผลประโยชน์ในทะเลนั้น ไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องลับหรือปิดบังประชาชนได้ เพราะพรรคเป็นผู้ยกเลิก MOU 44 และเป็นผู้ที่กำลังจะศึกษาถึงแนวทางการทำ MOU ฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างสูงสุด และการเจรจา ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร สุดท้ายรายละเอียดก็ต้องถูกส่งกลับมายังรัฐบาล ก่อนจะเสนอให้กับรัฐสภาให้ความเห็นชอบ จึงไม่เข้าใจว่านายสุรพงษ์ แกล้งไม่เข้าใจในกระบวนการปกตินี้ได้อย่างไร ถึงได้ไปเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ทางกัมพูชาพยายามใส่ร้ายประเทศไทย จนดูเหมือนทำหน้าที่เป็นโฆษกของประเทศกัมพูชา สาขาประเทศไทย 7. ทั้งหมดจึงเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในการดำเนินการทุกอย่างกับประเทศกัมพูชา และตนขอท้าว่า หากนายฮุน เซน มีหลักฐานว่ามีการเจรจาใดๆ ที่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเอาเรื่องส่วนตัวมาก่อนเรื่องของชาติ ก็ขอให้เปิดเผย แต่อย่าออกแถลงการณ์ไร้สาระให้ รมว.การต่างประเทศของไทยต้องเอาเวลาราชการ ภาษีของคนไทย ไปแปลคำพูดอย่างนี้ออกมาอีก หากมีเรื่องที่สามารถพิสูจน์ใดๆ ได้ก็ขอให้รีบดำเนินการ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่