"ตากุ้งยิง" ทำไมจึงได้ชื่อนี้ มันมีที่มา เรื่องมันเกิดตั้งแต่ พศ. 2504 ที่ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านก็มาชุมนุม มาชุมนุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี เรื่องมันมีอยู่ว่า...
หนึ่งวันก่อนผู้ใหญ่ลีจะเรียกประชุมนั้น ไอ้หลองลูกผู้ใหญ่ลีมันไปแอบดูลูกสาวตากุ้งอาบน้ำ ทีนี้ตากุ้งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกะผู้ใหญ่ลีมาเห็นเข้า ก็เลยไปหยิบปืนลูกซองมายิงเพื่อสั่งสอนไอ้หลอง แกยิงไปบนขื่อเหนือห้องน้ำซึ่งมีข้าวของวางไว้ ทีนี้ข้าวของพวกนั้นมันเขรอะไปด้วยฝุ่น
ฝุ่นมันก็เลยฝุ้งลงมาเข้าตาไอ้หลองจนตามันแดงอักเสบ เช้าวันประชุม ไอ้หลองมันต้องไปช่วยผู้ใหญ่ลีติดตั้งเครื่องเสียง แล้วชาวบ้านเขามาเห็นตามันแดงอักเสบ ถามไอ้หลองว่ามันเป็นอะไรมามันก็ไม่ตอบ
พอประชุมชาวบ้านก็เลยถามกับผู้ใหญ่ลีว่าตาไอ้หลองมันเป็นอะไร ผู้ใหญ่ลีเลยตอบไปว่า เป็นเพราะ "ตากุ้งยิง" น่ะสิ
แล้วผู้ใหญ่ลีแกก็เข้าเรื่องที่แกได้ไปประชุมมา...
ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด สุกรนั้นไซร้ คือหมาน้อยธรรมดา หมาน้อยหมาน้อยธรรมดา หมาน้อยหมาน้อยธรรมดา
เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้ฯ
"โรคตากุ้งยิง" กับความจริงสมัย พศ. 2504 ก่อนผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม
หนึ่งวันก่อนผู้ใหญ่ลีจะเรียกประชุมนั้น ไอ้หลองลูกผู้ใหญ่ลีมันไปแอบดูลูกสาวตากุ้งอาบน้ำ ทีนี้ตากุ้งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกะผู้ใหญ่ลีมาเห็นเข้า ก็เลยไปหยิบปืนลูกซองมายิงเพื่อสั่งสอนไอ้หลอง แกยิงไปบนขื่อเหนือห้องน้ำซึ่งมีข้าวของวางไว้ ทีนี้ข้าวของพวกนั้นมันเขรอะไปด้วยฝุ่น
ฝุ่นมันก็เลยฝุ้งลงมาเข้าตาไอ้หลองจนตามันแดงอักเสบ เช้าวันประชุม ไอ้หลองมันต้องไปช่วยผู้ใหญ่ลีติดตั้งเครื่องเสียง แล้วชาวบ้านเขามาเห็นตามันแดงอักเสบ ถามไอ้หลองว่ามันเป็นอะไรมามันก็ไม่ตอบ
พอประชุมชาวบ้านก็เลยถามกับผู้ใหญ่ลีว่าตาไอ้หลองมันเป็นอะไร ผู้ใหญ่ลีเลยตอบไปว่า เป็นเพราะ "ตากุ้งยิง" น่ะสิ
แล้วผู้ใหญ่ลีแกก็เข้าเรื่องที่แกได้ไปประชุมมา...
ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด สุกรนั้นไซร้ คือหมาน้อยธรรมดา หมาน้อยหมาน้อยธรรมดา หมาน้อยหมาน้อยธรรมดา
เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้ฯ