คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
แพงเกินพื้นฐานมากๆเลยครับ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
Fundamental Analysis
หุ้น
ข่าวล่าสุดของ AAV (Thai AirAsia)
จาก กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 18 ม.ค. (วันศุึกร์ที่แล้ว) โดย AAV ถือหุ้น 55% ใน Thai AirAsia
สรุปคือ ในปี 2555 มี ผู้โดยสาร 8.2 ล้านคน Load Factor ทั้งปี 82% โดยในปี 2556 ก็คาดหวังว่าจะได้ Load Factor ที่ 82% เหมือนกัน
โดย น่าจะมีผู้โดยสาร 10 ล้าน คน เติบโตประมาณ 22%
แต่ว่า อ้างอิงจาก ข่าวที่ AirAsia Berhad บริษัทแม่ ส่งตลาด Bursa Malay ตาม Link นี้
http://www.airasia.com/sites/my/en/about-us/ir-quarterly-reports.page
สรุปคือ Q4 Load Factor ลดลง โดยน่าจะประมาณ 80%(น้อยสุดใน ทุกไตรมาส) ตามที่คำนวน ไว้ใน Excel ข้างล่างนี้
ข้อมูลจาก บริษัทแม่ ทำให้คำนวน งบ Q4 ของ Thai AirAsia ได้ง่ายมาก และก็ เอามาคูณ 55% เป็นกำไรของ AAV ได้
ดังนั้น ราคา AAV ที่ 5.9 ก็ได้ PE ปี 2555 นี้ประมาณ 33 เท่า ปี 2556 ผู้โดยสารเยอะัขึ้น 22% และค่าใช้จ่ายลดลงจากการย้ายมาดอนเมือง ให้อย่างเก่งเลยก็ กำไรโตขึ้น 50% ดังนั้น PE ปี 56 ก็น่าจะ ลดเหลือ ประมาณ 22 เท่้า่
แต่ในขณะที่ Low Cost Airlines (LCA) เจ้่าอื่นๆ โดยเฉพาะ บริษัทแม่ AirAsia Berhad ซื้อขายกันอยู่ที่ PE ~8 เท่า (ปี2556นี้ TAA ต้องจ่าย 1% จากรายได้คืนให้บริษัทแม่เป็นค่า Royalty Fee)
และผู้บริหาร AAV ก็อาจจะเห็นด้วยที่หุ้นราคาแพงมาก ก็ขายหุ้น ในเดือน ม.ค. 56 ไปแล้ว เกือบ 8 ล้านหุ้น (พ้น Silence Periods)
ตอนนี้ มูลค่า Market Cap ของ Thai AirAsia ถ้านับจากมูลค่า ของ AAV ก็แซง การบินไทย (THAI) ไปเรียบร้อยแล้ว
และน่าจะถือได้ว่าเป็น หุ้นสายการบิน ที่ PE สูงที่สุดในโลก