อย่าเพิ่งมาม่านะค่ะ.. ขอเตือนสติสาวนักช็อปทั้งหลายด้วยความหวังดีจริงๆค่ะ

กระทู้สนทนา
ก่อนอื่น อย่าเพิ่งมาม่า หรือว่าเรา และขอให้เปิดใจรับฟังจริงๆนะค่ะ
เพราะเราไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการมาตั้งกระทู้นี้ แค่หวังดีจริงๆ
และขอความกรุณาอย่าเม้นท์ว่า.. เราอิจฉา เพราะเราไม่เคยอิจฉาใครค่ะ
เรารู้สึกพอดีกับทุกอย่างที่เรามี

เนื่องจากช่วงนี้ มีสาวๆนักช็อปรอบตัวเราหลายคน เงินไม่พอใช้
ทำให้ต้องมายืมเงินเราบ้าง หรือมีคนอื่นมายืมเงินคนใกล้ตัวเราบ้าง
และทุกนาง เป็นสาวกห้องแป้ง.. เราไม่ได้บอกว่า เป็นเพราะห้องแป้ง
เพราะเราก็สิงห้องนี้มานมนาน เข้าห้องนี้ทุกวัน แต่เพราะสาวๆ
บางคนขาดวิจารณญาณในการรับสื่อ เราเลยขอเตือนกันหน่อยค่ะ

1. ถ้าคุณมีเงินพอที่จะซื้อของที่คุณอยากได้ ก็ซื้อได้เลยค่ะ
ไม่มีใครว่าอะไร หรือคุณจะผ่อนบัตรเครดิตเพื่อซื้อของสิ่งนั้น
ก็เป็นเรื่องของคุณตราบใดที่คุณไม่ได้เบียดเบียนใคร
นอกจากเบียดเบียนตัวเอง เพราะทำความลำบากให้กับตัวเองแค่นั้น
แต่แค่ขอให้คุณลองกลับมาคิดซักนิดว่า คุณมีความสุขจริงๆที่ได้ซื้อรึเปล่า
แล้วหลังจากนี้ต่อไป คุณจะไม่ทุกข์ใช่ไหม ถ้าใช่ ก็ซื้อได้เลย
ตามใจคุณค่ะ

2. กรุณาอย่าช็อปของแบรนด์เนม เพียงเพราะคำว่า "อยากได้"
โดยลืมมองความสามารถในการจับจ่ายของตัวเอง เพราะมันก็แค่
"อยาก" ไม่ใช่ "ความจำเป็น" พอคุณได้มา มันก็แค่ทำให้คุณ
"หายอยาก" แต่ไม่ได้"เติมเต็ม" ..
เปรียบเทียบง่ายๆ เวลาที่คุณ"อยาก" ดื่มโค้ก พอคุณได้ดื่ม
คุณก็แค่หายอยาก แต่เวลาที่คุณ"กระหาย" พอคุณได้ดื่ม
มันช่วยดับกระหาย ช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่มันขาดหายไป
เพราะงั้น อันไหนที่คุณจะรู้สึกดีกว่ากัน...  

3. กรุณาอย่าช็อปของแบรนด์เนม เพราะ อยากมีเหมือนคนอื่นเค้า
โดยลืมมองความสามารถในการจับจ่ายของตัวเอง เพราะถ้าคุณทำแบบนั้น
ทั้งชีวิต คุณก็จะเป็นได้แค่ "เหยื่อ" ของสังคม และต้องไล่ตามคนที่เค้ามี
แล้วคุณก็จะไม่มีทางมีความสุขได้ด้วยตัวคุณเอง อีกอย่างต้นทุนชีวิต
ของคนเราไม่เท่ากัน จึงควรยอมรับในจุดนี้

เช่น พนักงานสองคน ทำงานตำแหน่งเดียวกัน เงินเดือนสตาร์ท
ตามวุฒิ ป.ตรี เท่ากัน แต่บ้านคนนึงรวยเป็นมหาเศรษฐี
การที่เค้าจะใช้กระเป๋าแบรนด์เนม ขับรถยนต์ราคาแพง
เข้าคอร์สความงามราคาหลายหมื่น ก็เป็นสิ่งที่เค้าทำได้
เพราะเค้ามีเงิน ในขณะที่อีกคน ทำใจไม่ได้ที่ตัวเองจะแย่กว่า
ทั้งๆที่บ้านตัวเองก็ไม่ได้ลำบาก พอมีพอใช้ และในบริษัท
ก็ตำแหน่งเท่ากัน เลยพยายามที่จะทำตัวให้เหมือนกับคนที่เค้ามี
สุดท้าย นอกจากตัวเองจะทุกข์ เพราะพยายามยังไงก็มีไม่เท่าเค้าแล้ว
ยังจะทุกข์ เพราะคำของคนรอบข้าง ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า
โลกใบนี้ไม่ได้มีแต่นางฟ้า ยังมีคนที่จ้องจะเหยียบเรา
เหมือนกัน

4. กรุณาอย่าช็อปของแบรนด์เนม เพราะ อยากให้คนอื่นชื่นชมว่า
คุณ"ไฮโซ" หรือ เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นคนในสังคมอีกระดับ

โดยลืมนึกถึงสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของตัวเอง
เพราะจากที่เห็นๆมา คนบางคนเค้าก็พูดคำนี้ แบบแฝงนัยแห่งการดูถูก
ในขณะที่คนในสังคมอีกระดับ ก็ใช่ว่า เค้าจะยอมรับคุณ
เข้าร่วมสังคมเค้าง่ายๆ บางทีเค้าอาจจะไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนของคุณ
เลยด้วยซ้ำ

5.  กรุณาอย่าช็อปของแบรนด์เนม เพราะ โดนดูถูก
เพราะคนที่ปกติ เค้าจะไม่ดูถูกใคร แค่เพราะไม่ใช้ของแบรนด์เนม
หรือมีไม่เหมือนเค้า เพราะงั้น คุณจะไปใส่ใจอะไรกับคนไม่ปกติ

  และสุดท้าย ถ้าช็อปจนเงินหมด จนต้องมาขอยืมคนอื่นใช้
คุณก็ต้องทำใจกับการถูกดุ ในกรณีที่เค้าหวังดีกับคุณ
หรือโดนเอาไปเม้าส์อย่างสนุกสนาน ในกรณีที่เค้าไม่ได้หวังดีกับคุณ
และอย่าคิดว่า คุณยืมเงินเค้าไป แล้วคุณจะเอาไปใช้อะไรก็ได้
คุณมีปัญญาใช้คืน เพราะถ้าคุณสามารถจริง คุณคงไม่ต้องมายืมเงินใครเค้า
ตั้งแต่แรก

  สุดท้ายเราก็แค่ขอพื้นที่ในการแชร์เฉยๆ จะฟังหรือไม่ฟัง
จะทำตาหรือไม่ทำตาม ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ขอความกรุณาอย่ามาม่าค่ะ

เพิ่มเติมนะค่ะ  คือ เราอาจจะเขียนไม่ชัดเจนตั้งแต่แรกนะค่ะ
ว่า เราตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อตั้งใจจะบอกกับคนที่ไม่มีเงินพอ หรือไม่มีเครดิตพอ
ที่จะซื้อของแบรนด์เนม แต่ก็ยังจะซื้อ ทั้งโดยการยืมเงินคนอื่นเพื่อไปซื้อ
หรือ ซื้อแล้ว เงินไม่พอใช้ในสิ่งที่จำเป็น จนต้องมาขอยืมคนอื่นนะค่ะ
และเหตุผลที่คนพวกนี้อ้างจะเป็นเหตุผลที่เราเขียนในกระทู้นี้ คือ
ความอยากทั้งหลาย ส่วนตัว จขกท เอง จขกทก็ชอบช็อปค่ะ
ตั้งแต่ของแบรนด์เนมยันของตามตลาดนัดค่ะ และก็ช็อปจนห้างปิด
เป็นประจำ แต่จขกท ก็ไม่เคยยืมเงินใคร และไม่เคยขอเงินพ่อกับแม่ค่ะ
เพราะฉะนั้น จขกท จึงไม่ได้ว่า คนที่ใช้ของแบรนด์เนมแต่อย่างใดนะค่ะ
จขกท แค่หมายถึงวิธีการใช้เงินค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่