source: หนังสือพิมพ์ฮอตสกอร์ ฉบับวันนี้ (พุธที่ 23 มกราคม 2556)ถ้าในเซเว่นยังไม่หมดก็ไปสอยได้
คอลัมน์ ฮอตสกอร์บอลไทย
"นิทานลูกหนัง..แดนสารขัณฑ์"
วันนี้เรามีนิทานเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ฟังฮะ จริงๆแล้วว่าจะเขียรตั้งนานแล้ว แต่ด้วยความขี้เกียจบวกข้ออ้างหลายๆอย่างทำให้เราบอกปัดไป
จนเห็นสถานการณ์ลูกหนังในประเทศเวลานี้เริ่มเดือดดาล บวกกับสื่อ (บางคน) ที่ออกหน้าออกตาเป็นพิเศษ เลยคิดถึงนิทานเรื่องนี้ขึ้นมาฉับพลัน
กาลครั้งหนึ่ง..ไม่นานมานี้ ณ ประเทศสารขัณฑ์ นาม "ดัดจริตแลนด์"
ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศ พวกเขาถือตัวเองเป็นผู้ดีแบบสุดขีด ทั้งในเรื่องการเมืองที่ไม่มีการโกงกิน (เล้ยย)
หรือกระทั่งวัฒนธรรมที่ผู้ใหญ่ในประเทศออกมาปกป้องความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศอย่างสุดโต่ง ทั้งๆที่โสเภณีเกลื่อนเมือง
แน่นอนว่ากีฬาในประเทศนี้ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยโดยเฉพาะ "ฟุตบอล"
ล่าสุด "ดัดจริตแลนด์" ทะลุเข้าชิงฟุตบอลในภูมิภาคกับเพื่อนบ้าน ก่อนทำได้เพียงรองแชมป์สร้างความโศกเศร้าให้แฟนๆ ในประเทศ ทั้งๆที่หวังถึงแชมป์ในรายการนี้ หลังร้างลาโทรฟี่มาร่วม 10 ปี
แน่นอนอารมณ์ร่วมของคนย่อมเสียใจ ทว่าหลังเกมในระหว่างที่
"เดอะ พูห์" กุนซือประเทศดัดจริตแลนด์ กำลังให้โอวาทพูดคุยกับนักเตะอยู่ในห้องพัก จู่ๆกลับมีผู้ใหญ่รายหนึ่งที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงนายกสมาคมหนึ่งในประเทศ ปิดประตูเข้ามาบ่นแทรกแซงนักเตะแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ด้วยอารมณ์ร่วมของ
"เดอะ พูห์" จึงตอกกลับไปตามประสาคนกำลังหัวเสีย และด้วยความไร้มารญาติของนายกสมาคมคนนั้น
ทว่านายกสมาคมคนนั้นไม่พอใจที่โดนกุนซือต่างชาติรายนี้มาลูบคม จึงได้สั่งให้พรรคพวกสื่อกีฬาลงข่าวจวก
"เดอะ พูห์" อย่างบ้าคลั่ง
แน่นอนว่าได้ผล บรรดา "สื่อ" ที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ผู้ใหญ่คนดังกล่าวพากันวิจารณ์ "เดอะ พูห์" อย่างเมามันส์ ทั้งในเรื่องการคุมทีมที่ล้มเหลว ทำงานไม่คุ้มเงินเดือนที่ให้ เอาลูกชายมาเป็นเลขาส่วนตัว แต่ได้เงินเดือนสูงเว่อร์ๆ หน้าเงิน บลาๆๆ
"เดอะ พูห์" โดนสื่อในโอวาทพวกเขาถาโถมอย่างหนัก จนแฟนบอลและสื่อที่เหลือของเมือง "ดัดจริตแลนด์" เริ่มเป็นห่วงว่า เก้าอี้กุนซือของเขาจะหลุดลงในไม่ช้า
ตอนนี้
"เดอะ พูห์" มีเพียงแฟนบอลของพวกเขาที่ยังศรัทธา และถือหางเขาอยู่เคียงข้างเขา เพราะแฟนบอลเหล่านี้มองเห็นด้วยตาว่าผลงานของทีมชาติพวกเขากำลังไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะปราศจากความสำเร็จก็ตาม
แม้นายกสมาคมฟุตบอลของประเทศนี้ จะออกมาบอกว่ายังไม่มีความคิดที่จะปลดตัว
"เดอะ พูห์" ออก ทว่าคลื่นใต้น้ำของนายกสมาคมอีกคนยังคงเคลื่อนไหวเป็นระลอก สาดสีละเลงวิจารณ์การทำงานในแง่ลบของ
"เดอะ พูห์" อยู่ตลอด
ทั้งที่การบริหารของสมาคมฟุตบอลประเทศนี้กากเสียยิ่งกว่าอะไร แต่ทำไมพวกสื่อที่พากันออกตัวอย่างสุดโต่ง กลับไม่ยักวิจารณ์สมาคมบ้างล่ะ (ยิ่งบางคนน่าจะสถาปนาตัวเองได้ว่าเป็นสื่อสองหัว)
ฤๅผลประโยชน์ + พวกพ้อง อาจเป็นนิสัยของสื่อ (หลายคน) ในประเทศนี้
นิทานเรื่องนี้อาจไม่ได้สอนหรือให้ข้อคิดอะไรมากมาย และเป็นเรื่องแต่งในจินตนาการถึงประเทศๆหนึ่งนาม "ดัดจริตแลนด์" เท่านั้นเอง (จริงๆนะ)
แต่..เรื่องในนิทางมันจะไปตรงกับโลกความจริงของประเทศไหนบ้างมั้ยหนอ?
คอลัมน์นี้มีนายกสมาคมสองคน...นายกสมาคมคนที่มีเรื่องนั้น เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงค์ตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3..
ถ้าได้แชมป์คิงส์คัพอาจจะเลิกทำข่าวแบบนี้ซักที ทัวร์นาเม้นท์นี้ก็ช่วยกันชม ช่วยกันบอกต่อด้วยนะครับ (กลับไม่ทันถ่ายสดก็ดูย้อนหลัง)
อย่างน้อยที่สุด ก็ยังมีสื่อที่เข้าข้างเขาคนนั้น....
คอลัมน์ ฮอตสกอร์บอลไทย
"นิทานลูกหนัง..แดนสารขัณฑ์"
วันนี้เรามีนิทานเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ฟังฮะ จริงๆแล้วว่าจะเขียรตั้งนานแล้ว แต่ด้วยความขี้เกียจบวกข้ออ้างหลายๆอย่างทำให้เราบอกปัดไป
จนเห็นสถานการณ์ลูกหนังในประเทศเวลานี้เริ่มเดือดดาล บวกกับสื่อ (บางคน) ที่ออกหน้าออกตาเป็นพิเศษ เลยคิดถึงนิทานเรื่องนี้ขึ้นมาฉับพลัน
กาลครั้งหนึ่ง..ไม่นานมานี้ ณ ประเทศสารขัณฑ์ นาม "ดัดจริตแลนด์"
ประชากรส่วนใหญ่ในประเทศ พวกเขาถือตัวเองเป็นผู้ดีแบบสุดขีด ทั้งในเรื่องการเมืองที่ไม่มีการโกงกิน (เล้ยย)
หรือกระทั่งวัฒนธรรมที่ผู้ใหญ่ในประเทศออกมาปกป้องความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศอย่างสุดโต่ง ทั้งๆที่โสเภณีเกลื่อนเมือง
แน่นอนว่ากีฬาในประเทศนี้ก็เป็นที่นิยมไม่น้อยโดยเฉพาะ "ฟุตบอล"
ล่าสุด "ดัดจริตแลนด์" ทะลุเข้าชิงฟุตบอลในภูมิภาคกับเพื่อนบ้าน ก่อนทำได้เพียงรองแชมป์สร้างความโศกเศร้าให้แฟนๆ ในประเทศ ทั้งๆที่หวังถึงแชมป์ในรายการนี้ หลังร้างลาโทรฟี่มาร่วม 10 ปี
แน่นอนอารมณ์ร่วมของคนย่อมเสียใจ ทว่าหลังเกมในระหว่างที่ "เดอะ พูห์" กุนซือประเทศดัดจริตแลนด์ กำลังให้โอวาทพูดคุยกับนักเตะอยู่ในห้องพัก จู่ๆกลับมีผู้ใหญ่รายหนึ่งที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงนายกสมาคมหนึ่งในประเทศ ปิดประตูเข้ามาบ่นแทรกแซงนักเตะแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ด้วยอารมณ์ร่วมของ "เดอะ พูห์" จึงตอกกลับไปตามประสาคนกำลังหัวเสีย และด้วยความไร้มารญาติของนายกสมาคมคนนั้น
ทว่านายกสมาคมคนนั้นไม่พอใจที่โดนกุนซือต่างชาติรายนี้มาลูบคม จึงได้สั่งให้พรรคพวกสื่อกีฬาลงข่าวจวก "เดอะ พูห์" อย่างบ้าคลั่ง
แน่นอนว่าได้ผล บรรดา "สื่อ" ที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ผู้ใหญ่คนดังกล่าวพากันวิจารณ์ "เดอะ พูห์" อย่างเมามันส์ ทั้งในเรื่องการคุมทีมที่ล้มเหลว ทำงานไม่คุ้มเงินเดือนที่ให้ เอาลูกชายมาเป็นเลขาส่วนตัว แต่ได้เงินเดือนสูงเว่อร์ๆ หน้าเงิน บลาๆๆ
"เดอะ พูห์" โดนสื่อในโอวาทพวกเขาถาโถมอย่างหนัก จนแฟนบอลและสื่อที่เหลือของเมือง "ดัดจริตแลนด์" เริ่มเป็นห่วงว่า เก้าอี้กุนซือของเขาจะหลุดลงในไม่ช้า
ตอนนี้ "เดอะ พูห์" มีเพียงแฟนบอลของพวกเขาที่ยังศรัทธา และถือหางเขาอยู่เคียงข้างเขา เพราะแฟนบอลเหล่านี้มองเห็นด้วยตาว่าผลงานของทีมชาติพวกเขากำลังไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะปราศจากความสำเร็จก็ตาม
แม้นายกสมาคมฟุตบอลของประเทศนี้ จะออกมาบอกว่ายังไม่มีความคิดที่จะปลดตัว "เดอะ พูห์" ออก ทว่าคลื่นใต้น้ำของนายกสมาคมอีกคนยังคงเคลื่อนไหวเป็นระลอก สาดสีละเลงวิจารณ์การทำงานในแง่ลบของ "เดอะ พูห์" อยู่ตลอด
ทั้งที่การบริหารของสมาคมฟุตบอลประเทศนี้กากเสียยิ่งกว่าอะไร แต่ทำไมพวกสื่อที่พากันออกตัวอย่างสุดโต่ง กลับไม่ยักวิจารณ์สมาคมบ้างล่ะ (ยิ่งบางคนน่าจะสถาปนาตัวเองได้ว่าเป็นสื่อสองหัว)
ฤๅผลประโยชน์ + พวกพ้อง อาจเป็นนิสัยของสื่อ (หลายคน) ในประเทศนี้
นิทานเรื่องนี้อาจไม่ได้สอนหรือให้ข้อคิดอะไรมากมาย และเป็นเรื่องแต่งในจินตนาการถึงประเทศๆหนึ่งนาม "ดัดจริตแลนด์" เท่านั้นเอง (จริงๆนะ)
แต่..เรื่องในนิทางมันจะไปตรงกับโลกความจริงของประเทศไหนบ้างมั้ยหนอ?
คอลัมน์นี้มีนายกสมาคมสองคน...นายกสมาคมคนที่มีเรื่องนั้น เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงค์ตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3..
ถ้าได้แชมป์คิงส์คัพอาจจะเลิกทำข่าวแบบนี้ซักที ทัวร์นาเม้นท์นี้ก็ช่วยกันชม ช่วยกันบอกต่อด้วยนะครับ (กลับไม่ทันถ่ายสดก็ดูย้อนหลัง)