จริงหรือเปล่า.... ที่พวกเสี่ยเซียนหุ้นในห้องค้า VIP เขาคุยกันว่า เล่นหุ้นเหมือน เอาเมียเช่า เมื่อเอาไม่มัน ก้เฉดหัวทิ้งไป (ใจร้ายจัง)
ตำนานเมียเช่า The Legend Of House-girls
อุทิศ สกุลภักดี
การเข้าสู่บริบทของความเป็นเมียเช่า
เราต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่าเมียเช่าเสียก่อน ขอเรียนว่าคำจำกัดความนี้ใช้กับยุคสมัยในช่วงปีพ.ศ.2508 หรือ 1964- พ.ศ.2520 หรือ1976 เท่านั้น เพราะนอกเหนือหรือออกจากกรอบเวลานี้แล้วคำว่าเมียเช่าอาจมีคำจำกัดความเป็นอย่างอื่นไปแล้วแต่ยุคสมัย เมียเช่า หมายถึง เมียเก็บหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เมียเช่า มีความหมายเช่นเดียวกันกับโสเภณี หรือ Prostitute,หรือ Whore หรือ ไม่ คำตอบคือมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง แต่มีเมียเช่าไม่ได้หมายถึงพวกหญิงประเภท Street Walkersที่ผู้ชายสามารถหาเก็บเอาตามบาร์หรือตามข้างถนนเพื่อไปนอนค้างคืนเพียงชั่วครั้งคราว เมียเช่าไม่ใช่ผู้หญิงหากินที่มาจากซ่อง หรือ The house of the rising sun หรือ whores'houses แต่เมียเช่าคือผู้หญิงที่มีวิถีการดำเนินชีวิตด้วยการหาเลี้ยงชีพจากการเป็นคู่นอนหรือ เมียของทหาร G.I.หรือทหารอเมริกันประเภทอื่นๆ อย่างมีระยะเวลา มีช่วงเวลาแล้วแต่ความพึงพอใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนมากแล้วจะอยู่ด้วยกันค่อนข้างนาน 6 เดือนขึ้นไป จนกว่าทหารอเมริกันคนนั้นจะถูกเรียกกลับ หรือถูกเรียกไปประจำการที่อื่น หรือไม่ก็ตายห่าจากการไปปฏิบัติภาระกิจที่ลาว หรือเวียตนามเหนือเสียก่อน
ก่อนหน้าที่จะมีฐานทัพอเมริกาและทหารอเมริกันตามพื้นที่จังหวัดต่างๆที่กล่าวมาในช่วงแรกนั้น ในบ้านเรามีผู้หญิงที่หาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัวอยู่ก่อนแล้วซึ่งเราเรียกว่า โสเภณีบ้าง ผู้หญิงหากินบ้าง ถ้ามีระดับหน่อยก็เรียกว่า พวก พาร์ทเนอร์ ซึ่งจริงๆแล้วคำๆนี้ในภาษาอังกฤษไม่ได้มีความหมายอย่างนั้น แต่พอมาใช้กันในเมืองไทยแล้วความหมายเปลี่ยนไปหมด พอมีฐานทัพและทหารอเมริกันเข้ามาก็เกิดปรากฏการณ์เมียเช่าขึ้น เริ่มแรกก็จะเป็นผู้หญิงหากินจากบาร์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเพื่อตอบสนองความต้องการของทหารอเมริกัน (ถ้าไม่ขี้เกียจโปรดอ่านwebsiteที่ใช้keyword ว่าThaibar girls) ก็เป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้วโดยเฉพาะในภาวะสงครามอย่างนั้น ในพื้นที่บ้านเรานั้นมันเป็นแนวหลังที่ทหารไม่ว่าจะเป็นชาติใหนมันก็จะมี เหล้า ดนตรี ผู้หญิง ประกอบกันไป ไปๆมาๆ การเช่าผู้หญิงแบบ one nignt คงจะสร้างความยุ่งยากหรือน่าเบื่อหน่ายที่จะเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ หรือประกอบกับธรรมชาติของผู้ชายที่ต้องการการเอาอกเอาใจ ต้องการเพื่อนคู่ใจในยามที่จากบ้านจากเมืองมา การรบก็ไม่ได้อยู่ในแนวหน้าด้วย ก็เลยตัดสินใจเช่าบ้าน หรือ บังกาโลว์อยู่ด้วยกันซะเลย บ้านเช่าฝรั่งหรือเรียกกันติดปากว่า บังกาโลว์ เกิดขึ้นอย่างมากมายตามจังหวัดที่มีฐานทัพ( ผมเองครอบครัวมีบ้านให้ฝรั่งเช่าและเติบโตมากับวัฒนธรรมเหล่านี้) ผมไม่ทราบว่ามันเป็นธรรมชาติหรือเป็นแรงจูงใจที่สำคัญอะไร หรือเป็นอัตลักษณ์ทางระบบคิดของคนไทยโดยเฉพาะคนอิสานที่เห่อฝรั่งกันเอามากๆ ผู้หญิงจากชานเมืองหลั่งไหลกันเข้ามาเป็นเมียเช่าทั้งๆที่พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นเลยมาเป็นเอาทีหลังและผมสามารถยืนยันได้ว่าในบรรดาเมีย 100 คน ไม่มีโสเภณีจากซ่องถึง3คนเลย หรือแทบไม่มีเลย ในยุคนั้นประเทศไทยยังไม่ได้ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ เหมือนทุกวันนี้ น้องนางบ้านนาต่างๆ หากอยู่ที่บ้านทำงานตัวเองไปก็คงไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก แต่ผมอยากจะเรียนท่านว่าในยุคนั้น เงินหนึ่งดอลลาร์มีค่าเท่ากับยี่สิบบาท ในขณะที่ทอง หนึ่งบาทราคาไม่ถึงพันเลย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อลูกชิ้นอย่างดีไม่มีแป้งผสมจนเป็นลูกชิ้นแป้งราคาชามละ3-5 บาทนั้นเองครับ นี่คงเป็นแรงจูงใจประเด็นหนึ่งที่ผู้หญิงไทยก้าวเข้าสู่บริบทของความเป็นเมียเช่า คราวนี้มาพูดคำศัพย์พวกนี้ก่อน บริบท มันหมายถึงอะไรเห็นพวกนักวิชาการพูดบ่อยๆ คำว่า บริบท หรือ Context หมายถึง สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆที่รายล้อมเหตุการณ์หนึ่ง เรื่องหนึ่งหรือประเด็นหนึ่ง ฯลฯ (เสรี พงษ์พิศ,2547) ส่วนคำว่า Housegirls ฝรั่งหน้าแค้มป์จะออกเสียงเป็น ฮัสเกิร์ล หมายถึง เมียเช่า ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่ทำงานตามบ้าน
เครดิต:
http://www.thaiblogonline.com/winner.blog?PostID=5493
หุ้น เหมือน เมียเช่า
ตำนานเมียเช่า The Legend Of House-girls
อุทิศ สกุลภักดี
การเข้าสู่บริบทของความเป็นเมียเช่า
เราต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่าเมียเช่าเสียก่อน ขอเรียนว่าคำจำกัดความนี้ใช้กับยุคสมัยในช่วงปีพ.ศ.2508 หรือ 1964- พ.ศ.2520 หรือ1976 เท่านั้น เพราะนอกเหนือหรือออกจากกรอบเวลานี้แล้วคำว่าเมียเช่าอาจมีคำจำกัดความเป็นอย่างอื่นไปแล้วแต่ยุคสมัย เมียเช่า หมายถึง เมียเก็บหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่ เมียเช่า มีความหมายเช่นเดียวกันกับโสเภณี หรือ Prostitute,หรือ Whore หรือ ไม่ คำตอบคือมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง แต่มีเมียเช่าไม่ได้หมายถึงพวกหญิงประเภท Street Walkersที่ผู้ชายสามารถหาเก็บเอาตามบาร์หรือตามข้างถนนเพื่อไปนอนค้างคืนเพียงชั่วครั้งคราว เมียเช่าไม่ใช่ผู้หญิงหากินที่มาจากซ่อง หรือ The house of the rising sun หรือ whores'houses แต่เมียเช่าคือผู้หญิงที่มีวิถีการดำเนินชีวิตด้วยการหาเลี้ยงชีพจากการเป็นคู่นอนหรือ เมียของทหาร G.I.หรือทหารอเมริกันประเภทอื่นๆ อย่างมีระยะเวลา มีช่วงเวลาแล้วแต่ความพึงพอใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่วนมากแล้วจะอยู่ด้วยกันค่อนข้างนาน 6 เดือนขึ้นไป จนกว่าทหารอเมริกันคนนั้นจะถูกเรียกกลับ หรือถูกเรียกไปประจำการที่อื่น หรือไม่ก็ตายห่าจากการไปปฏิบัติภาระกิจที่ลาว หรือเวียตนามเหนือเสียก่อน
ก่อนหน้าที่จะมีฐานทัพอเมริกาและทหารอเมริกันตามพื้นที่จังหวัดต่างๆที่กล่าวมาในช่วงแรกนั้น ในบ้านเรามีผู้หญิงที่หาเลี้ยงชีพด้วยการขายตัวอยู่ก่อนแล้วซึ่งเราเรียกว่า โสเภณีบ้าง ผู้หญิงหากินบ้าง ถ้ามีระดับหน่อยก็เรียกว่า พวก พาร์ทเนอร์ ซึ่งจริงๆแล้วคำๆนี้ในภาษาอังกฤษไม่ได้มีความหมายอย่างนั้น แต่พอมาใช้กันในเมืองไทยแล้วความหมายเปลี่ยนไปหมด พอมีฐานทัพและทหารอเมริกันเข้ามาก็เกิดปรากฏการณ์เมียเช่าขึ้น เริ่มแรกก็จะเป็นผู้หญิงหากินจากบาร์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเพื่อตอบสนองความต้องการของทหารอเมริกัน (ถ้าไม่ขี้เกียจโปรดอ่านwebsiteที่ใช้keyword ว่าThaibar girls) ก็เป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้วโดยเฉพาะในภาวะสงครามอย่างนั้น ในพื้นที่บ้านเรานั้นมันเป็นแนวหลังที่ทหารไม่ว่าจะเป็นชาติใหนมันก็จะมี เหล้า ดนตรี ผู้หญิง ประกอบกันไป ไปๆมาๆ การเช่าผู้หญิงแบบ one nignt คงจะสร้างความยุ่งยากหรือน่าเบื่อหน่ายที่จะเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ หรือประกอบกับธรรมชาติของผู้ชายที่ต้องการการเอาอกเอาใจ ต้องการเพื่อนคู่ใจในยามที่จากบ้านจากเมืองมา การรบก็ไม่ได้อยู่ในแนวหน้าด้วย ก็เลยตัดสินใจเช่าบ้าน หรือ บังกาโลว์อยู่ด้วยกันซะเลย บ้านเช่าฝรั่งหรือเรียกกันติดปากว่า บังกาโลว์ เกิดขึ้นอย่างมากมายตามจังหวัดที่มีฐานทัพ( ผมเองครอบครัวมีบ้านให้ฝรั่งเช่าและเติบโตมากับวัฒนธรรมเหล่านี้) ผมไม่ทราบว่ามันเป็นธรรมชาติหรือเป็นแรงจูงใจที่สำคัญอะไร หรือเป็นอัตลักษณ์ทางระบบคิดของคนไทยโดยเฉพาะคนอิสานที่เห่อฝรั่งกันเอามากๆ ผู้หญิงจากชานเมืองหลั่งไหลกันเข้ามาเป็นเมียเช่าทั้งๆที่พูดภาษาอังกฤษไม่เป็นเลยมาเป็นเอาทีหลังและผมสามารถยืนยันได้ว่าในบรรดาเมีย 100 คน ไม่มีโสเภณีจากซ่องถึง3คนเลย หรือแทบไม่มีเลย ในยุคนั้นประเทศไทยยังไม่ได้ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ เหมือนทุกวันนี้ น้องนางบ้านนาต่างๆ หากอยู่ที่บ้านทำงานตัวเองไปก็คงไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก แต่ผมอยากจะเรียนท่านว่าในยุคนั้น เงินหนึ่งดอลลาร์มีค่าเท่ากับยี่สิบบาท ในขณะที่ทอง หนึ่งบาทราคาไม่ถึงพันเลย ก๋วยเตี๋ยวเนื้อลูกชิ้นอย่างดีไม่มีแป้งผสมจนเป็นลูกชิ้นแป้งราคาชามละ3-5 บาทนั้นเองครับ นี่คงเป็นแรงจูงใจประเด็นหนึ่งที่ผู้หญิงไทยก้าวเข้าสู่บริบทของความเป็นเมียเช่า คราวนี้มาพูดคำศัพย์พวกนี้ก่อน บริบท มันหมายถึงอะไรเห็นพวกนักวิชาการพูดบ่อยๆ คำว่า บริบท หรือ Context หมายถึง สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆที่รายล้อมเหตุการณ์หนึ่ง เรื่องหนึ่งหรือประเด็นหนึ่ง ฯลฯ (เสรี พงษ์พิศ,2547) ส่วนคำว่า Housegirls ฝรั่งหน้าแค้มป์จะออกเสียงเป็น ฮัสเกิร์ล หมายถึง เมียเช่า ไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่ทำงานตามบ้าน
เครดิต: http://www.thaiblogonline.com/winner.blog?PostID=5493