เป็นเรื่องแล้วครับ โรฮิงญา เมื่อสว.ลากตั้ง นำเรื่องนี้ เข้าสภา เสนอเป็นวาระแห่งชาติ ให้รัฐบาลตั้งศูนย์อบพยบชั่วคราว เพื่อรับพวกนี้ไว้แล้วหาทางส่งกลับ(คงเพิ่งออกจากรูมัีงว่า ถึงไม่รู้ว่าตั้งศุนย์พวกนี้แล้ว มันปิดยาก มีแต่เพิ่ม.ทั้งที่มีตัวอย่างมาแล้วจากสวนผึ้ง)
ที่นี้แหล่ะ เตรียมตัวรับได้เลย จะมีพวกนี้หลั่งไหลมาอีกนับหมื่น นับแสนคน.มากับเรือลำเล็กๆ /เด็กตัวน้อยๆ/คนแก่ผอมๆ ผู้หยิงแม่ลูกอ่อนเพียบ..สื่อ/ผู้นำศาสนาจะถ่ายภาพเหล่านี้มาลงแล้วก้นำเข้าศุนย์อบพยบไปเรื่อยๆ..ๆ..ๆ..ๆ..ๆ
พวกเล็กรอดได้ก็หนีไปเข้ามาเลย์ ที่หนีไปแต่เข้าไม่ได้ก็ไปไหนล่ะ นอกจาก กองโจร งามใส้ล่ะครับ ประเทศไทยคนไทย
สว.สมองสุนัข มันคิดได้ไงครับ ที่ยกเอาเรื่องนี้/ทำให้เรื่องนี้เป้นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ควรจะทำแบบเงียบๆคือ ส่งกลับแบบที่เขาทำกันมา
เอ้า พี่น้องโรฮิงญา มาได้เลยครับ ประเทศไทยเปิดศุนย์อบพยบ พร้อมรับแล้วโว้ยยยยยยย คนไทยใจบุญครับ
ส.ว.เสนอ "โรฮิงญา" เป็นวาระแห่งชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา หารือว่า กรณีที่ชาวโรฮิงญาอพยพหนีการสู้รบจากประเทศพม่าเข้ามายังประเทศไทยมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีการปะทะระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในแคว้นยะไข่ ขอเสนอแนะรัฐบาล ดังนี้ 1.ขอให้นายกรัฐมนตรียกเรื่องการหนีจากการสู้รบเป็นวาระแห่งชาติ โดยเจรจากับประเทศที่เกี่ยวข้อง ทั้งพม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบังกลาเทศ 2.ประเทศไทยอาจต้องตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวแม้ไม่อยากทำ เพราะการส่งต่อไปประเทศที่ 3 เป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ที่เลวร้ายจากศูนย์ดูแล ม้ง ลาว กะเหรี่ยง โดยอยู่กันนานถึง 20 ปี และมีปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีชาวพม่าอพยพหนีการสู้รบถึง 1.3 แสนคน
นพ.เจตน์ กล่าวว่า 3.ปัญหาที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างหลักมนุษยชนและความมั่นคง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศต้องเป็นเจ้าภาพ ต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม ที่ผ่านมาเราถือว่า การอพยพของคนพม่าเป็นการหนีจากการสู้รบมาโดยตลอด แต่ต้องระวังจะถูกโยงเป็นเรื่องการค้ามนุษย์โดยเฉพาะ จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจจะส่งผลถึงการกีดกันทางการค้า 4. รัฐบาลไทยต้องหารือกับ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน(ไอโอเอ็ม ) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ ) กาชาดสากล 4.ต้องเร่งดำเนินการส่งชาวโรฮิงญาไปประเทศที่ 3 ที่เป็นประเทศมุสลิมให้เร็วที่สุด
" สรุปแล้วเราต้องรับชาวโรฮิงญาไว้ตามหลักมนุษยธรรม แต่ต้องรีบดำเนินการส่งต่อประเทศที่ 3 ป้องกันการหลบหนีเข้ามาเพิ่ม และต้องมีการกวาดล้าง ปราบปรามนายหน้าค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด " นพ.เจตน์ กล่าว
โรฮินญาเฮ..เตรียมเข้าไทย/สว.ลากตั้งนำเรื่องเข้าสภา เสนอรัฐ"เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งศูนย์อบพยบ" เพื่อมนุษยธรรม อวดชาวโลก
ที่นี้แหล่ะ เตรียมตัวรับได้เลย จะมีพวกนี้หลั่งไหลมาอีกนับหมื่น นับแสนคน.มากับเรือลำเล็กๆ /เด็กตัวน้อยๆ/คนแก่ผอมๆ ผู้หยิงแม่ลูกอ่อนเพียบ..สื่อ/ผู้นำศาสนาจะถ่ายภาพเหล่านี้มาลงแล้วก้นำเข้าศุนย์อบพยบไปเรื่อยๆ..ๆ..ๆ..ๆ..ๆ
พวกเล็กรอดได้ก็หนีไปเข้ามาเลย์ ที่หนีไปแต่เข้าไม่ได้ก็ไปไหนล่ะ นอกจาก กองโจร งามใส้ล่ะครับ ประเทศไทยคนไทย
สว.สมองสุนัข มันคิดได้ไงครับ ที่ยกเอาเรื่องนี้/ทำให้เรื่องนี้เป้นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ควรจะทำแบบเงียบๆคือ ส่งกลับแบบที่เขาทำกันมา
เอ้า พี่น้องโรฮิงญา มาได้เลยครับ ประเทศไทยเปิดศุนย์อบพยบ พร้อมรับแล้วโว้ยยยยยยย คนไทยใจบุญครับ
ส.ว.เสนอ "โรฮิงญา" เป็นวาระแห่งชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวุฒิสภา ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา หารือว่า กรณีที่ชาวโรฮิงญาอพยพหนีการสู้รบจากประเทศพม่าเข้ามายังประเทศไทยมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีการปะทะระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในแคว้นยะไข่ ขอเสนอแนะรัฐบาล ดังนี้ 1.ขอให้นายกรัฐมนตรียกเรื่องการหนีจากการสู้รบเป็นวาระแห่งชาติ โดยเจรจากับประเทศที่เกี่ยวข้อง ทั้งพม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบังกลาเทศ 2.ประเทศไทยอาจต้องตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวแม้ไม่อยากทำ เพราะการส่งต่อไปประเทศที่ 3 เป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ที่เลวร้ายจากศูนย์ดูแล ม้ง ลาว กะเหรี่ยง โดยอยู่กันนานถึง 20 ปี และมีปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีชาวพม่าอพยพหนีการสู้รบถึง 1.3 แสนคน
นพ.เจตน์ กล่าวว่า 3.ปัญหาที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างหลักมนุษยชนและความมั่นคง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศต้องเป็นเจ้าภาพ ต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม ที่ผ่านมาเราถือว่า การอพยพของคนพม่าเป็นการหนีจากการสู้รบมาโดยตลอด แต่ต้องระวังจะถูกโยงเป็นเรื่องการค้ามนุษย์โดยเฉพาะ จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจจะส่งผลถึงการกีดกันทางการค้า 4. รัฐบาลไทยต้องหารือกับ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน(ไอโอเอ็ม ) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ ) กาชาดสากล 4.ต้องเร่งดำเนินการส่งชาวโรฮิงญาไปประเทศที่ 3 ที่เป็นประเทศมุสลิมให้เร็วที่สุด
" สรุปแล้วเราต้องรับชาวโรฮิงญาไว้ตามหลักมนุษยธรรม แต่ต้องรีบดำเนินการส่งต่อประเทศที่ 3 ป้องกันการหลบหนีเข้ามาเพิ่ม และต้องมีการกวาดล้าง ปราบปรามนายหน้าค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด " นพ.เจตน์ กล่าว