กร่าง! นิติกรศาลฎีกา คว้าปืนตบ วิน จยย. ขู่"จับไปก็ต้องปล่อย" ขู่ซ้ำ"ย้าย ตร.ทั้งโรงพัก"

http://news.voicetv.co.th/thailand/60956



กร่าง! นิติกรศาลฎีกา คว้าปืนตบ วิน จยย.ขู่ย้าย ตร.ทั้งโรงพัก

กร่าง! นิติกรศาลฎีกาคว้าปืนตบหน้าวิน จยย. ขู่ ตร.จับไปยังไงก็ต้องปล่อย พร้อมทั้งยังขู่สั่งย้ายตำรวจ สน. หัวหมาก ทั้ง สน.
  
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย ที่บริเวณปากซอยรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามเข้าไประงับเหตุดังกล่าว
  
ทั้งนี้ เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุ พบกลุ่มชาย 3 คน พกอาวุธปืนและกำลังจะทำร้ายร่างกาย นายปรัชญา รู้หลัก อายุ 19 ปี วินจักรยานยนต์ หน้าซอยรามคำแหง 24 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าล้อม พร้อมบังคับให้วางอาวุธ ก่อนที่จะช่วยเหลือนายปรัชญาออกมาได้ จากนั้นก็ได้ควบคุมทั้งหมด มายังที่ สน. ทันที  นอกจากนี้  ยังพบว่า มีผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งรายคือ นายอนุชา ห่วงพิมล อายุ 25 ปี ถูกอาวุธปืนตบเข้าที่หน้า เป็นเหตุให้คิ้วซ้ายแตก ปากฉีก และฟันหัก หน้าช้ำ และจากการสอบสวนพบว่า กลุ่มชายที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 3 คน มีดังนี้
  
- นายสมปอง คำอ่อน อายุ 31 ปี ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ตำแหน่งนิติกรปฏิบัติการสำนักอำนวยการประจำศาลฎีกา
  
- นายอัฐพล เพ็ญภูเวียง อายุ 25 ปี วินจักรยานยนต์ หน้าซอยรามคำแหง 24
  
- นายรชต กลิ่นสว่าง อายุ 33 ปี วินจักรยานยนต์ หน้าซอยรามคำแหง 24
  
โดยมีของกลางคือ อาวุธปืนขนาด 11 มม. เครื่องกระสุนปืนจำนวน 16 นัด อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุน 2 นัด
  
ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายอนุชา ผู้ได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ตนเป็นวินจักรยานยนต์ในซอยดังกล่าว โดยตนรู้จักกับนายอัฐพลและนายรชต เพราะขับวินเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ทะเลาะกับทั้งสองคน เรื่องการจอดรถจักรยานยนต์ เนื่องจากทั้งคู่ชอบจอดแบบไม่เป็ยระเบียบ เป็นเหตุให้จราจรภายในซอยติดขัด โดยตนได้ตักเตือนไปหลายครั้งแล้ว
  
นายอนุชา เล่าต่อว่า ต่อมาช่วงวันก่อนเกิดเหตุ ตนขับวินจักรยานยนต์ตามปกติ ส่วนพวกนายอัฐพลและนายรชตนั่งดื่มเหล้าอยู่บริเวณใกล้เคียง จู่ ๆ นายสมปองก็เอาปืนมาตบหน้าตนจำนวนหลายครั้ง ซึ่งตนไม่เคยรู้จักนายสมปองมาก่อน ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บ คิ้วซ้ายแตก ปากฉีก และฟันหัก หน้าช้ำ ซึ่งเพื่อนของตนได้พาตนส่งโรงพยาบาลเพื่อไปทำแผล ขณะที่ นายปรัชญา เพื่อนของตนนั้น ก็ถูกล้อมและถูกขู่ด้วยอาวุธปืนเช่นกัน จนเพื่อนวินคนอื่นต้องแจ้งตำรวจ จึงสามารถออกมาจากวงล้อมดังกล่าวได้
  
อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เบื้่องต้นให้การภาคเสธ และอ้างว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย นายอนุชา และนายปรัชญา แต่นายสมปอง ยอมรับว่า อาวุธปืนขนาด 11 มม. เป็นของตนเอง ส่วนทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่มีใบอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและกักขังหน่วงเหนี่ยวบังคับจิตใจผู้อื่น  
  
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไประงับเหตุนั้น นายสมปอง ได้อวดอ้างว่าตนเป็นอัยการ และพูดจาว่า หากถูกจับไปก็โดนปล่อยอยู่ดี พร้อมขู่สั่งย้ายตำรวจ สน.หัวหมาก ทั้ง สน. อีกด้วย
  
Source : http://hilight.kapook.com/view/81026

by Supatsorn
19 มกราคม 2556 เวลา 17:12 น.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่