เเนะนำลูกวัยรุ่นยังไง เมื่อเค้ากำลังมีความรัก

แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ขึ้นอยู่กับโรงเรียน เพื่อน ฯลฯ
ก่อนหน้านี้เราก็เคยบอกลูกเราว่า มันยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะมีแฟน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความลับ ปกปิด
เมื่อเป็นความลับแล้ว หากมีปัญหาอะไร เราจะตามแก้ได้ยาก

โชคดีที่ลูกของเราแค่ แอบไปดูหนังกันเป็นกลุ่มเท่านั้น ยังไม่ทันได้เข้าโรงเลยค่ะ
เราแอบสะกดรอยตั้งแต่ออกจากบ้านไป วีนแตก แล้วจากนั้นเขาก็เลิกกันไปเพราะ แม่เธอดุเกินไป
เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เราพิจารณาว่า วัยรุ่น เป็นวัยที่ห้ามยาก
แต่การสอนให้เขารู้ว่า ความถูกต้องอะไรควรทำ อะไรไม่ควร ง่ายกว่า

เราก็เลยอนุญาต ลุกจะมีแฟน มีได้ แต่ต้องพามาให้แม่รู้จักและต้องคบกันอยู่ในกรอบที่แม่วางไว้
เขาดีใจมาก พอดีรุ่นพี่มาจีบ เขาพามาเจอเลยค่ะ เวลาคุยโทรศัพท์กันก็เปิดเผย คุยชั้นบน แม่อยู่ชั้นล่างได้ยินหมดคุยอะไรกัน
เราก็สอน พัพพี่เลิฟนะลูก มันไม่จีรัง ให้อยู่ในขอบเขต เวลาที่ลูกต้องเจอกับคนอื่นยังมีอีกเยอะ ฯลฯ เขาฟัง เขาสัญญา
แต่ไม่ค่อยจะเข้าใจความหมาย โลกของเขามันเหมือน จะหยุดที่คนๆนี้ไม่มีคนใหม่แล้ว

จนกระทั่ง เด็กผู้ชายอาการรัก หนักขึ้นเรื่อยๆ โทรเวลาเรียน ไปหาทุกคาบที่ว่าง ทุกเลิกเรียนต้องเดินมาส่งป้ายรถเมล์  โทรมาต้องรับ
ไม่รับก็โทรเบอร์แม่ เบอร์ยาย ฯลฯ

จากรักมาก เราต้องรั้งไว้สุดชีวิต เธอก็เริ่มเบื่อ.. แต่กลายเป็นว่าฝ่ายชายไม่ยอมเลิก
ทะเลาะกันทุกครั้งที่โทรคุยกัน  เราก็บอก มันแย่มากนะลูก โทรมาทีไรก็ทะเลาะกัน เลิกเหอะ หาใหม่ เขาก็บอกว่า เขาจัดการเองได้

จนวันนึงได้คุยกับเพื่อนสนิทลูก เด็กจะเล่าให้กันฟังหมด ... การรู้จักกับเพื่อนลูกในลักษณะสนิทแบบเพื่อน จะเป็นวิธีสืบข่าวที่ได้ผลมาก
แม่..ไอ้พี่... มันโทรจิกแม้กระทั่งหนู  มันขู่ไม่ให้....เลิกกับมัน ไม่งั้นมันจะเอาก้อนหินไปขว้างรถแม่

เหรอ งี้เองเหรอ
เราซื้อซิมมือถือใหม่ให้ลูกเลย..  ....เล่าให้แม่ฟังหมดแล้วลูก นึกว่าแม่กลัวเหรอ อย่าปกป้องแม่ด้วยวิธีนี้
มันอยากขว้างก็ให้มันมา

เหตุเพราะเด็กผู้ชายจบ ม.3 ไปแล้วแต่ลูกเรายังอยุ่ ม.3 มันระแวงกลัวลูกเรามีแฟนใหม่ มันโดดเรียนที่ใหม่ มานั่งเฝ้าลูกเราหน้าโรงเรียน
วันแรก เพื่อนพาหนึขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน ตลอดเวลาเราจะคุยโทรศัพท์กับลูก กับเพื่อนลูกตลอด แนะนำว่า ควรจะทำยังไง ไปเส้นทางไหน
วันที่สอง เพื่อนพาหนึขึ้นแท็กซี่ไปบ้านเพื่อน เราตามไปรับ
วันที่ 3 เราสั่งให้ออกทางหลังโรงเรียน เราไปรอรับเขาทั้งแก๊ง พอไม่เจอลูกเราหน้าโรงเรียน ก็มีส่งข้อความเข้ามือถือเพื่อนลูก ในแนวขู่ด้วย ส่งเด็กๆเสร็จ เราเดินเข้า สน. พาตำรวจไปหาพ่อเด็กผู้ชายถึงบ้าน เราคุยดี ไม่มีข่มขู่ ไปอย่างหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องการเฝ้าระวังปัญหาวับรุ่น  
พ่อเด็กผู้ชายรับปากจะไม่ให้มีเหตุการณ์อย่างนี้อีก เขาจัดการกันเองในครอบครัวได้จริงๆ

หลังจากนั้น มีส่งตุ๊กตามา มีงั้นงี้มา ลูกเอามาบอกเราตลอด จดหมายที่ฝากคนนั้นคนนี้มาให้ เราได้อ่านตลอด
เราถือโอกาสสอน สอนทุกอย่างที่ควรสอน  ฯลฯ

มีเพื่อน เอาจดหมายมาใส่ไว้ในกระเป๋าลูกเรา
ใกล้วันเกิดพี่.... อยากให้โทรไปที่เบอร์..... อวยพรวันเกิดให้หน่อย
ลูกเราเขียนตอบว่า กว่าจะหลุดมาได้ ต้องทำอะไรตั้งหลายอย่าง อย่าทำให้ทุกอย่างที่ทำมา ต้องกลายเป็นศูนย์เลยนะ จากนั้นก็เอาจดหมายสอดไว้ใต้โต๊ะ หวังว่า คนที่เอาจดหมายมาหย่อนคงจะได้อ่านข้อความ

เขาคิดได้จริงๆ และเขาผ่านช่วงเวลาที่เราห่วงที่สุดมาได้แล้วจริงๆ  
การที่เราเปิดใจให้ลูก เวลาเขามีปัญหา เขาจะมาปรึกษา และแก้ปัญหาร่วมกัน
แต่ถ้าเราปิด บอกว่าไม่ใช่วัยของลูก ห้ามมีแฟนนะ ถ้าเขาเชื่อก็ดีไป แต่ถ้าเขาแอบมี
สิ่งที่เรากลัวก็คือ เขาจะแก้ปัญหาที่เขาปิดเป็นความลับนั้นด้วยตัวเอง
และเราจะไม่มีวันรู้เลยว่า ปัญหาที่เขาเผชิญอยู่คืออะไร หนักเบาอย่างไร

ที่สำคัญ เลิกไม่ถึงอาทิตย์ มีแฟนใหม่อีก เพื่อนที่เรียนโรงเรียนเดียวกันในชั้นประถม มาจีบ
เรียนโรงเรียนดีกว่า เป็นนักดนตรี เป็นนักกีฬา  ฯลฯ เราก็ถือโอกาสสอน ถ้าลูกเห็นแล้วว่าเขาไม่ดี แล้วไม่กล้าเลิก ลูกจะได้เจอคนที่ดีกว่ามั๊ย

เขายิ้ม เราก็เห็นแล้วว่า เขารู้ว่าเขาควรจะจัดการกับความรักของเขายังไง
เหมือนคำสอนของเราครึ่งหนึ่ง และประสบการณ์ของเขาเองอีกครึ่งหนึ่ง สอนเขา
ทุกวันนี้ เรามั่นใจ ลูกเราไม่ออกนอกลู่นอกทาง แยกแยะเรียนกับความรักได้
ไปไหนมาไหนบอกหมด ไม่มีความลับ  โทรศัพท์ FACEBOOK ได้หมด
เหมือนเราช่วยประคับประคองเขาให้ผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมาได้แล้ว
เราว่าเรามีความสุขกว่ามานั่งระแวงนะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่