ไปเรียนต่อที่เยอรมันยังไง ไม่ให้เกินงบปีละ สามแสน

กระทู้นี้เกิดขึ้นมาได้เพราะกระทู้ ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นยังไง ไม่ให้เกินงบหกแสนห้า
ผมเห็นก็เอ๊ะ เรื่องพวกนี้เค้าเล่ากันด้วยรึ ก็เลยคิดว่าน่าจะพอเป็นประโยชน์บ้าง จาก
ปสก ส่วนตัวที่ได้เจอมาถ้าจะเล่าๆสู่กันฟัง เผื่อในนี้จะมีน้องๆ หรือผู้ปกครองที่อยากจะ
ให้ลูก หลานไปเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนอื่นมาทําความเข้าใจหลักคิดของผมก่อนนิดนึงว่า
ทําไมต้องเยอรมัน

อันดับแรก เรียนเมืองนอกเรียนที่ไหนมันก็ยากเหมือนกันหมด
ทําไมไม่หาที่เรียนที่มันถูกๆล่ะ  ถ้าถูกๆเห็นเค้าว่าแถบสแกนพวกสวีเดนก็ถูกนี่ทําไมไม่ไป
ก็เพราะเยอรมันน่าอยู่กว่า อากาศไม่หนาวเท่า อยู่ใกล้กับประเทศอื่นๆในภาคพื้นยุโรป
ไปเที่ยวนู่นนี่ได้สะดวกกว่า

อันดับสอง เมื่อปีสองปีก่อนเกาะสมุยนํ้าท่วม มีการอพยพนักท่องเที่ยวเยอรมันออกเป็นหมื่นคน
นักท่องเที่ยวเยอรมันใช้จ่ายในเมืองไทยเป็นอันดับต้นๆ เศรษฐกิจแข็งแกร่ง รู้ภาษาเยอรมันไว้
จะได้เปรียบ เพราะใช้ได้ทั้งกับสวิส(ไม่ทุกคน) และออสเตรีย เพราะพวกนี้ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง

อันดับสาม ชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่าอยู่ที่อื่นเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่เสียไป เยอรมันเป็นประเทศที่มี
ความปลอดภัยสูง อาชญากรรมตํ่า ถึงแม้นานๆทีจะมีข่าวปล้นธนาคารด้วยการขุดอุโมงค์บ้างก็ตาม
อากาศดี มลพิษตํ่าเพราะเอา อุตสาหกรรมสกปรกออกมาทิ้งไว้ในประเทศด้อย ทั้งหลายแล้ว

อับดับสี่ เยอรมันเป้นประเทศที่มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา เป็นการฝึกตนที่ดี ระบบขนส่งมงลชน
สมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ได้ออกไปอยู่ในป่า ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการเดินทาง

@@@สี่ข้อหลักๆที่ผมชี้ว่าเป็นข้อได้เปรียบของเยอรมัน ในการที่เราจะเลือกไปเรียนต่อ




คราวนี้จะไปเรียนที่เยอรมันจะต้องทําไงบ้าง? จะเรียนอะไร? ขั้นตอนเป็นยังไง? จะไปอยู่ที่ไหนดี?.....

ก่อนแรกเลยผมจะอธิบายถึงพวกที่จะไปเรียนต่อหลังจากจบ ป.ตรีและจะไปเรียนต่อโทMaster แบบสากลนะ
พวกเด็กจบมัธยม หก ใหม่ๆ หรือพวกไปเรียนต่อ Diplom อันนี้
ถ้ามีคนสนใจผมถึงจะเล่านะ

เมื่อเราจบตรีแล้ว และต้องการจะเรียนต่อเมืองนอก ซึ่งผมก็แนะนําว่าลองดูเยอรมันไว้เป็นตัวเลือก
ถ้าตกลงปลงใจแล้วว่าเอาวะ เยอรมันก็ได้ สิ่งแรกที่จะต้องทําคือ ไปเรียนภาษาซะ!!! เพราะเราจะได้
จ่ายค่าเทอมสูงสุดไม่เกินเทอมละ 500 Euro เป็นเงินไทยก็ราว สองหมื่นบาท!!!

รัฐบาลเยอรมันเค้าสนับสุนการศึกษา เราก็จะพลอยได้อานิสงค์กะเค้าไปด้วย ถ้าเราเรียนในหลักสูตร
ภาษาเยอรมัน ค่าเทอมถูกกว่าหลายๆมหาวิทยาลัยในเมืองไทยเสียอีก อันนี้คือข้อดีของการรู้ภาษาเยอรมัน
อ่อ ข้างบนเขียนว่าสูงสุด 500 Euro เพราะบางมหาลัยทางฝั่งตะวันออกยังไม่เก็บค่าเทอมก็มี เก็บตํ่ากว่าก็มี

คราวนี้ผมพูดถึง ตะวันออก ตะวันตก ใช่มะ เพราะเมื่อก่อนเยอรมันถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ออกกะตก แบ่งกัน
ระหว่าง USSA โซเวียตเก่านั่นแหละ กับพวกเมกา อังกิด ฝรั่งเศษ  
ทางตะวันออกก็พวกเบอร์ลิน ไลป์ซิก เดรสเดน ฝั่งพวกนี้ค่าครองชีพจะไม่แพงเท่าทางฝั่งตะวันตก
หรือทางตอนใต้ของเยอรมัน  อย่างพวก มิวนิค(อยู่ทางใต้) ดุซเซลดอรฟ แฟรงค์เฟิร์ต ชตุทการ์ด ฮัมบวร์ก
พวกนี้ค่าครองชีพจะแพงกว่าอีกฝั่งนิดหน่อย

ตัวอย่างเช่น ผมหาที่พักในเบอร์ลินได้ราคา 15 Euro ต่อคืน แต่ผมหาที่พักในมิวนิคได้ที่ราคา 29Euro ต่อคืน
ซึ่งมันพอบอกอะไรได้ว่า ค่าที่พักทางฝั่งตะวันออกจะถูกกว่าทางฝั่งตะวันตก อันนี้ก็สุดแท้แต่จะเลือกไป

กลับมาเรื่องเรียน ถามว่าจะเรียนที่ไหนดี? ผมก็คงจะบอกว่าที่ไหนก็ดีเหมือนกันแหละ คุณภาพมหาวิทยาลัย
ใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมาก ต่างกันแค่ความเก่าแก่ และชื่อเสียงเก่าๆ เราก็เลือกเอาที่สบายกระเป๋าเราเป็นดี
หรืออยากเรียนที่ดังๆ ก็เช่น Ludwig-Maximilians-Universität , Heidelberg , Freiberg , Aachen เป็นต้น

การพิจราณาการเข้าเรียนก็จะดูองค์ประกอบหลายๆอย่างเช่น เกรดที่จบมา ก็เคยเห็นบอกไว้ว่าไม่ตํ่ากว่า 2.50
ในหลายๆมหาวิทยาลัย ข้อมูลเกี่ยวกับคณะที่เรียน มหาวิทยาลัยที่จะเรียนเข้าไปดูได้ที่
http://www.uni-assist.de/   หรือเข้าไปดูได้ในเว็บของมหาลัยที่สนใจได้โดยตรง

กลับมาเรื่องแรกที่บอกไว้คือ สิ่งแรกที่จะต้องทําคือไปเรียนภาษาซะ!!! จะเรียนภาษาที่ไหนดี? เรียนยังไง?
เรียนถึงระดับไหน?

Geothe ดีมั๊ย? อยู่สาทรซอย 1 การเรียนการสอนดูไฮโซดี เรียนเป็นกลุ่ม ได้เพื่อนดี
โรงเรียนสอนภาษาตามห้าง ? แพงโคตรๆ แพงกว่าเรียนที่เยอรมันอีก
ติวเตอร์ส่วนตัว? ตาดีได้ ตาร้ายเสีย เก่งๆมี แต่ห่วยๆสอนเอาตังค์ลูกเดียวก็มี
โรงเรียนสอนภาษาในเน็ต? อ่านข้างบน

แล้วจะรู้ได้ไงว่าจะเรียนที่ไหนดี : ถ้าเอาพอมั่นใจได้ก็เกอเธ่ แต่นาน แอบแพงนิดๆ ถ้าโชคดี
ได้ติวเตอร์ส่วนตัวเก่งๆ ชํานาญเรื่องการสอนจริงๆ ไม่เกินสามสี่เดือน เห็นผล

เพราะต้องเรียนจนถึง B1 ???!!! อะไรคือ B1? กล้วยหอมรึเปล่า?

มาตรฐานการจัดลําดับของภาษาเยอรมันเป็นดังนี้

Oberstufe : C1 C2  สูง
Mittelstufe : B1 B2  กลาง
Grundstufe: A1 A2 พื้นฐาน

อธิบายง่ายๆ เร็วๆก็ A1 สอบเพื่อขอแต่งงานกะชาวเยอรมัน
                         A2 สอบเอาไว้ว่า เรียนไวยากรณ์สูงกว่า  A1แล้ว 555
                         B1 สอบเอาไว้ขอใบ Zulassung เพื่อศึกษาต่อในหมาลัย
                         B2 สอบเอาไว้ขอทํางานวิชาชีพ
                         C1 สอบเอาไว้ยื่นเข้ามหาลัย
                         C2 อันนี้ช่างมันเหอะ

เพราะฉะนั้นเราจะต้องเรียน ภาษาเยอรมันจนถึงระดับ B1 เป็นอย่างน้อยเพื่อจะได้เอาไว้ยื่นขอวีซ่า
และขอใบ  Zulassung จากมหาลัย

!!! อ่อไม่ใช่เรียนอย่างเดียวนะครับ ต้องสอบวัดระดับด้วย สอบที่เกอเธ่ครับ ไม่จําเป็นต้องสอบเป็น
ขั้นๆ ไปก็ได้ครับ จะสอบทีเดียวเลยที่ B1 ก็ได้ครับ ประหยัดเงินไปได้อีกห้าหกพันบาท  สอบ B1นี่
ราวๆห้าพันนะครับค่าสอบ แพงเอาเรื่อง มีรอบสอบเดือนละครั้ง ถ้ามีคนสอบก็ราวๆสี่ห้าคนต่อรอบ
วังเวงอยู่

แล้วใบ  Zulassung มันคืออะไร สําคัญยังไง?
มันก็คือหลักฐานแสดงเจตุจํานงค์ว่า เราต้องการจะไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในเยอรมันนั่นเอง
ถ้าไม่มีใบนี้เราก็จะไม่ได้วีซ่าจากสถานฑูต

แล้วจะไปเอามันมาได้ยังไง?
สมัครครับโดยตรงเลยกับมหาวิทยาลัยเลยก็ได้ สมมิตผมอยากเรียนที่ Ruhr Uni Bochum เพราะมีคณะที่ตรง
กับที่เรียนมาพอดี อยากดูบอลด้วยเพราะมีทีมโบคุ่ม และอีก บลา บลา บลา

ผมก็เข้าไปที่เว็บเค้าครับ หาฝ่ายรับนักศึกษาใหม่ หาอีเมล์เค้าให้เจอครับ
นี่ผมเจอแล้ว zulassungsstelle@uv.rub.de เสร็จก็เมล์ไปถามครับว่าที่นี่เอาเอกสารอะไรบ้าง
เค้าก็น่ารักครับตอบกลับมาทันควันพร้อมแบบฟอร์มสมัครขอใบ Zulassung ว่า

ยื่นขอโดยการส่งเอกสารโดยการส่งเอกสารดังนี้
1. สําเนาหลักฐานการศึกษาระดับ มัธยม มหาวิทยาลัย
2. ใบรับรองเอกสารทางการศึกษา ก็ไปติดต่อกระทรวงต่างประเทศครับ หาในอากู๋ mfa.go.th
3. เอกสารแสดงความรู้ทางภาษาเยอรมันขั้นตํ่าสุดที่ A1

ให้เรากรอกขอเรียนภาษาในขั้นสูงต่อไป จากที่เราเรียนไปจากเมืองไทย
โดยจะมีการทดสอบระดับทางภาษาก่อนเข้าเรียน แบบฟอร์มที่เค้าส่งมาให้จะมีให้กรอกครับ
เค้าแนะนําการกรอกมาด้วยในเอกสารที่ส่งมาให้ น่ารักจริงๆ

แล้วเค้าบอกว่าให้ส่งเอกสารไปที่มหาลัยโดยตรงเลยครับ จากนั้นเค้าจะเช็คเอกสาร พอเช็คเสร็จเค้าจะ
แจ้งกลับมาเรื่องการชําระเงิน 500 Euro สําหรับค่าเรียนภาษา ถูกโคตรๆครับ!!! เท่านั้นยังไม่หนําใจ
เค้ายังจะออกบัตรนักศึกษาให้เราด้วย ซึ่งบัตรนี้สามารถเดินทางในแค้วน Nord-Rhein Westfahlen
ในราคา ฟรี!!!!! ครับพี่น้อง มันจอร์จขนาดไหนลองดูกันเอาเองครับ http://www.vrr.de/en/index.html

หรือจะเปรี้ยวไม่เรียนภาษากะเค้าก็ได้ครับ ไปเรียนโรงเรียนข้างนอก หรือถ้ารวยมากๆก็เกอเธ่ครับ ในเยอรมัน
ค่าเรียนนี่แบบว่า ถ้าไม่ได้ทุนมา หรือมาจากญี่ปุ่นนี่ คิดหนักครับ 555

เรียนกะมหาลัยสอบจบ C1 เรียกว่า DSH สอนเองจัดสอบเองสอบตกก็กลับบ้านเหอะครับ
ส่วนถ้าเรียนข้างนอก จะต้องสอบกับเกอเธ่ เรียกว่า Testdaf ซึ่งถ้าเรียนโรงเรียนสอนภาษา
ทั่วไป ไม่ได้เรียนกะเกอเธ่(เพราะแพง) แล้วมันจะรู้เหรอว่าเค้าจะสอบอะไรบ้าง

สรุปเรียนกะมหาลัยดีที่สุด สอนเอง สอบเอง กินกันเองข้างใน 555 อันนี้พูดเล่นนะ


สรุปว่า
1. หาที่เรียนภาษา ที่ไหนก็ได้ ลองเรียนดูเดี๋ยวจะเจอที่ดีๆเอง สอบให้ได้ที่ B1
2. หามหาลัยที่อยากเรียน คณะที่ชอบ เมืองที่อยากอยู่ ติดต่อขอระเบียบการ
3. จัดการเอกสารตามที่มหาลัยนั้นๆร้องขอให้เรียบร้อย
4. ส่งเอกสารพร้อมระบุ ขอเข้าคอร์สเรียนภาษากะเค้าด้วย โอกาสผ่านมากๆๆ

เราก็จะได้ความรู้ภาษาเยอรมันมาถึงระดับ B1 ได้ใบ Zulassung บวกกับที่เรียนภาษาราคาย่อมเยาว์
พร้อมตั๋วเดินทาง(สําหรับบางมหาลัยนะ)

ทีนี้ก็ยื่นขอวีซ่า!!!!!!!!
ซึ่งมีเอกสารดังนี้ พร้อมกําตังค์ไปอีกซักสามพัน เรื่องการขอวีซ่าก็เข้าไปดูรายละเอียดที่เว็บสถานฑูตครับ
ข้อที่ 4. นั่นก็คือใบ Zulassung ที่ผมได้อธิบายเอาไว้ข้างต้นแล้วนะครับ เอกสารอื่นก็ทั่วไปครับจัดการกันเอง

1. หนังสือเดินทางฉบับจริงที่ยังมีอายุการใช้ พร้อมสำเนา 2 ชุด (เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลส่วนบุคคล)
2. รูปถ่ายแบบไบโอเมตริก 2 ใบ
3. แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าประเภท National Visa ที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ฉบับ
(ทั้งนี้ต้องตอบคำถามทุกข้อ โปรดแจ้งที่อยู่ อีเมล์ และโทรศัทพ์ที่ติดต่อได้
พร้อมลงลายเซ็นที่หน้า 4 ของคำร้องด้วย)
4. หนังสือตอบรับให้เข้าศึกษา/ใบตอบรับการจองที่เรียนล่วงหน้าจากมหาวิทยาลัย
หรือสถาบันเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาต่างชาติ
(Studienkolleg) พร้อมสำเนา 2 ชุด
5. หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา และคำแปลภาษาเยอรมัน พร้อมสำเนา 2 ชุด
6. หลักฐานการเงินอย่างน้อยเดือนละ 659,-- เหรียญยูโร ตลอดเวลาที่ศึกษา พร้อมสำเนา 2 ชุด
7. หลักฐานแสดงความรู้ภาษาเยอรมัน ระดับ B1ตามกรอบอ้างอิงร่วมกันของยุโรป
ว่าด้วยระดับมาตราฐานภาษาต่างประเทศ หรือ GER (Gemeinsamer Europäischer Referenzrahmen)
พร้อมสำเนา 2 ชุด

พอยื่นขอวีซ่าแล้ว ก็นั่งรอนอนรอฟังผลครับ ถ้าเอกสารครบ ถูกต้อง ก็ไม่มีปัญหาครับ
หลักๆเลยที่มีปัญหากับการขอวีซ่าคือเรื่องเงินครับ ไม่แนะนําสําหรับคนที่ไม่พร้อมด้าน
การเงินนะครับ ผมหมายถึงว่าไม่มีเงินในบัญชีจนต้องไปกู้ยืมมา หรือเมคบัญชีขึ้นมา
เพื่อผลทางวีซ่าครับ งานนี้ต้องคนที่พอมีครับ สามารถส่งเสียให้ได้ซักเดือนละสองหมื่น
แต่เงินที่โชว์ไว้ก็เป็นอีกเรื่องนึงนะครับ เพราะผมกําลังจะเล่าถึงเรื่องการหาที่พัก
การกินอยู่ เที่ยว แบบที่ว่าที่บ้านส่งมาสองหมื่นอยู่ได้ครับใน 1 เดือน แบบไม่ต้องทํางาน

พักแปปเดี๋ยวกลับมาต่อครับ...

ข้อมูลข้างบนผิดพลาดประการใด ท่านใดรู้ช่วยรบกวน เสริม แก้ ให้ด้วยนะครับ
จะได้เป็นวิทยาทานแก่น้องๆ ต่อไป
แสดงความคิดเห็น
Preview