ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า จขกท.เป็นบุคคลในวงการหนังสือ ซึ่งคลุกคลีงานนี้มานานกว่า7ปี อยากจะเผยแพร่ข้อมูลอีกด้านที่เพื่อนนักอ่านอาจยังไม่ทราบ หรือถ้าทราบแล้วก็อ่านได้ครับเป็นประสบการณ์ตรง เข้าเรื่องเลยนะครับ
เชื่อว่าหนอนหนังสือทุกท่านเมื่อเห็นร้านหนังสือเมื่อใดเป็นต้องปรี่เข้าหาโดยไม่สนสิ่งรอบข้าง ถึงไม่ได้ซื้อก็ขอให้ไปเปิดดูก็ยังดีแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว จริงไหมครับ ธุรกิจหนังสือก็เช่นเดียวกับธุรกิจการค้าอื่นๆ ที่มีทั้งร้านมือหนึ่งและร้านมือสอง
ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ
คุณเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมหนังสือในร้านมือสองถึงมีราคาถูกกว่าร้านทั่วไปถึงกว่า 50-70% ทั้งๆที่หนังสือบางเล่มเพิ่งวางจำหน่ายไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ พูดง่ายๆคือหนังสือใหม่แกะกล่องนั่นแหล่ะครับ หนังสือบางเล่มยังไม่ถูกแกะพลาสติกที่ถูกหุ้มจากสนพ.ด้วยซ้ำ แล้วตกลงว่ามันคือหนังสือมือสองจริงหรือ โอเคครับมันอาจเป็นหนังสือมือสองจริงๆก็ได้ เจ้าของเก่าอาจซื้อมาผิดเล่มแล้วเอามาขายต่อแต่เคสแบบนี้เปอร์เซ็นคงน้อยมาก แล้วมันมาจากไหนสงสัยไหมครับ สำหรับเคสของผม ขอเรียกว่ามาจาก การขโมย!!!!
คลิปตัวอย่าง 1
มิจฉาชีพมีอยู่ทุกวงการจริงๆครับ จากคลิปวีดีโอที่แนบมาคงอธิบายทุกอย่างได้โดยไม่ต้องบรรยาย มันคือการขโมย!!!!
คลิปตัวอย่าง 2
ป้ายร้านหนังสือมือสองนอกจากจะโฆษณาว่าหนังสือในร้านลดราคาแล้ว ยังมีป้ายที่บอกว่ารับซื้อหนังสือมือสองราคา25-30%(เป็นส่วนใหญ่) เป็นการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพหาช่องทางกระทำการ โดยผิดเจตนาที่แท้ของร้านหนังสือมือสองโดยแท้จริง
มาถึงตรงนี้ผมต้องขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาจะโยนความผิดให้ร้านประเภทนี้แต่อย่างใด เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นนักคุ้ยหนังสือ
มือสองตัวยง ได้ติดมือมาก็มาก ผมไม่ซีเรียสครับเพราะมันคือหนังสือมือสองจริงๆ ไม่ใช่หนังสือมือหนึ่งที่ถูกขโมยมาขายในร้านมือสอง
วิธีสังเกตุก็ง่ายๆครับ ดังนี้
1.หนังสือที่ถูกขโมยมาขายส่วนใหญ่เป็นหนังสือในหมวดนวนิยาย โดยเฉพาะสนพ.ยอดฮิตอย่าง แจ่มใส พิมพ์คำ อรุณ ณบ้านวรรณกรรมเป็นต้น
2.สภาพหนังสือดูเหมือนไม่เคยผ่านการอ่าน สภาพดีอย่างน้อย 80% ขึ้นไป บางเล่มยังไม่ถูกแกะพลาสติกหุ้มจากสนพ.ซะอีก
3.ส่วนใหญ่เป็นหนังสือใหม่ที่ออกไม่เกิน 3เดือน ( นักอ่านที่อ่านจริงๆยังไม่น่านำมาขายเร็วขนาดนี้)
นี่เป็นข้อสังเกตุเบื้องต้นนะครับ
การที่เราอุดหนุนหนังสือประเภทนี้ เราได้อ่านจริงแต่ค่าหนังสือที่เราจ่ายไปหาได้ตกถึงสนพ. และโดยเฉพาะนักเขียนไม่ หากแต่ไปตกอยู่กับร้านมือสองที่รับมาจากขโมยพวกนั้นนั่นเอง และถ้าจะนับเฉพาะข้อเสียโดยตรงกับตัวนักเขียน ที่นอกจากจะสูญเสียรายได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นจากการขายซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรแล้ว ยังอาจทำให้นักเขียนที่คุณชื่นชอบหมดโอกาสในการตีพิมพ์งานชิ้นถัดไปเพราะยอดขายไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ และคุณอาจจะไม่ได้อ่านงานชิ้นถัดไปจากนักเขียนนั้นๆ
ไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมครับ
นี่คือเคสตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นมานานและยังคงเกิดขึ้นต่อไป สุดท้ายขึ้นอยู่กับวิจารณญานของแต่ละคน ว่าจะเลือกอ่านหนังสือมือสองที่มาอย่างถูกเจตนา หรือจะเลือกอ่านหนังสือมือหนึ่งที่ถูกขโมยมาขายในนามหนังสือมือสอง เพียงเพราะว่าราคามันถูกกว่าเท่านั้น (แต่ถ้าเลือกอย่างหลังกรุณาทำความสะอาดหนังสือที่ซื้อมาก่อนอ่านนะครับ เพราะมันอาจจะผ่านการยัดที่เป้ากางเกง เหน็บที่ซอกรักแร้ ของมิจฉาชีพ ก่อนที่มันจะมาถึงมือคุณ ก็เป็นได้)
มีความสุขในการอ่านนะครับ ขอบคุณครับ
ป.ล. สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ ยินดีรับฟังเสมอครับ
แวะกระทู้นี้สักนิด ก่อนจะซื้อหนังสือจากร้านมือสอง
เชื่อว่าหนอนหนังสือทุกท่านเมื่อเห็นร้านหนังสือเมื่อใดเป็นต้องปรี่เข้าหาโดยไม่สนสิ่งรอบข้าง ถึงไม่ได้ซื้อก็ขอให้ไปเปิดดูก็ยังดีแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว จริงไหมครับ ธุรกิจหนังสือก็เช่นเดียวกับธุรกิจการค้าอื่นๆ ที่มีทั้งร้านมือหนึ่งและร้านมือสอง
ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ
คุณเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมหนังสือในร้านมือสองถึงมีราคาถูกกว่าร้านทั่วไปถึงกว่า 50-70% ทั้งๆที่หนังสือบางเล่มเพิ่งวางจำหน่ายไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ พูดง่ายๆคือหนังสือใหม่แกะกล่องนั่นแหล่ะครับ หนังสือบางเล่มยังไม่ถูกแกะพลาสติกที่ถูกหุ้มจากสนพ.ด้วยซ้ำ แล้วตกลงว่ามันคือหนังสือมือสองจริงหรือ โอเคครับมันอาจเป็นหนังสือมือสองจริงๆก็ได้ เจ้าของเก่าอาจซื้อมาผิดเล่มแล้วเอามาขายต่อแต่เคสแบบนี้เปอร์เซ็นคงน้อยมาก แล้วมันมาจากไหนสงสัยไหมครับ สำหรับเคสของผม ขอเรียกว่ามาจาก การขโมย!!!!
คลิปตัวอย่าง 1
มิจฉาชีพมีอยู่ทุกวงการจริงๆครับ จากคลิปวีดีโอที่แนบมาคงอธิบายทุกอย่างได้โดยไม่ต้องบรรยาย มันคือการขโมย!!!!
คลิปตัวอย่าง 2
ป้ายร้านหนังสือมือสองนอกจากจะโฆษณาว่าหนังสือในร้านลดราคาแล้ว ยังมีป้ายที่บอกว่ารับซื้อหนังสือมือสองราคา25-30%(เป็นส่วนใหญ่) เป็นการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพหาช่องทางกระทำการ โดยผิดเจตนาที่แท้ของร้านหนังสือมือสองโดยแท้จริง
มาถึงตรงนี้ผมต้องขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาจะโยนความผิดให้ร้านประเภทนี้แต่อย่างใด เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นนักคุ้ยหนังสือ
มือสองตัวยง ได้ติดมือมาก็มาก ผมไม่ซีเรียสครับเพราะมันคือหนังสือมือสองจริงๆ ไม่ใช่หนังสือมือหนึ่งที่ถูกขโมยมาขายในร้านมือสอง
วิธีสังเกตุก็ง่ายๆครับ ดังนี้
1.หนังสือที่ถูกขโมยมาขายส่วนใหญ่เป็นหนังสือในหมวดนวนิยาย โดยเฉพาะสนพ.ยอดฮิตอย่าง แจ่มใส พิมพ์คำ อรุณ ณบ้านวรรณกรรมเป็นต้น
2.สภาพหนังสือดูเหมือนไม่เคยผ่านการอ่าน สภาพดีอย่างน้อย 80% ขึ้นไป บางเล่มยังไม่ถูกแกะพลาสติกหุ้มจากสนพ.ซะอีก
3.ส่วนใหญ่เป็นหนังสือใหม่ที่ออกไม่เกิน 3เดือน ( นักอ่านที่อ่านจริงๆยังไม่น่านำมาขายเร็วขนาดนี้)
นี่เป็นข้อสังเกตุเบื้องต้นนะครับ
การที่เราอุดหนุนหนังสือประเภทนี้ เราได้อ่านจริงแต่ค่าหนังสือที่เราจ่ายไปหาได้ตกถึงสนพ. และโดยเฉพาะนักเขียนไม่ หากแต่ไปตกอยู่กับร้านมือสองที่รับมาจากขโมยพวกนั้นนั่นเอง และถ้าจะนับเฉพาะข้อเสียโดยตรงกับตัวนักเขียน ที่นอกจากจะสูญเสียรายได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นจากการขายซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรแล้ว ยังอาจทำให้นักเขียนที่คุณชื่นชอบหมดโอกาสในการตีพิมพ์งานชิ้นถัดไปเพราะยอดขายไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ และคุณอาจจะไม่ได้อ่านงานชิ้นถัดไปจากนักเขียนนั้นๆ
ไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมครับ
นี่คือเคสตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นมานานและยังคงเกิดขึ้นต่อไป สุดท้ายขึ้นอยู่กับวิจารณญานของแต่ละคน ว่าจะเลือกอ่านหนังสือมือสองที่มาอย่างถูกเจตนา หรือจะเลือกอ่านหนังสือมือหนึ่งที่ถูกขโมยมาขายในนามหนังสือมือสอง เพียงเพราะว่าราคามันถูกกว่าเท่านั้น (แต่ถ้าเลือกอย่างหลังกรุณาทำความสะอาดหนังสือที่ซื้อมาก่อนอ่านนะครับ เพราะมันอาจจะผ่านการยัดที่เป้ากางเกง เหน็บที่ซอกรักแร้ ของมิจฉาชีพ ก่อนที่มันจะมาถึงมือคุณ ก็เป็นได้)
มีความสุขในการอ่านนะครับ ขอบคุณครับ
ป.ล. สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ ยินดีรับฟังเสมอครับ