คือหลานเราเป็นเด็กผู้ชายค่ะ เป็นลูกของน้าผู้หญิงที่เป็นน้องสาวของแม่ ลูกชายของน้าขอเรียกว่าน้องเอแล้วกันนะคะ คือน้องเอเป็นลูกชายคนเล็ก ตอนนนี้อยู่ม.3 ค่อนข้างเป็นเด็กที่พ่อแม่ตามใจค่ะ ที่บ้านก็ค่อนข้างมีฐานะ ปีที่แล้วน้าผู้ชายจับได้ว่าหนีโรงเรียน ไม่ได้ไปเรียนมาหลายอาทิตย์แล้ว น้าผู้ชายเลยให้ออก ก่อนที่โรงเรียนจะไล่ออกให้เสียประวัตินะค่ะ เมื่อไหร่ที่อยากเรียนก็จะพาไปสมัครใหม่ ทีนี้พอมาอยู่บ้านกลางคืนก็หนีเที่ยวค่ะ บางทีบอกจะไปปากซอย แต่ก็หายไปกลับตีสองตีสาม น้าทั้งสองก็ขับรถวนหาทั้งเมืองแต่ไม่พบ กลางวันก็หลับจนเย็นไม่หิวไม่ลูกมากินอะไรเลย บางทีก้มีเพื่อนมาหาที่บ้าน แต่เพื่อนแกแต่ละคนดูไม่น่าคบเลยค่ะ ขนาดล็อคกุญแจบ้านยังปีนรั้วเข้ามาได้อีก
น้าผู้หญิงสงสัยว่าจะติดยา เลยไปซื้อที่ตรวจสารเสพติดมา แต่ก็ตรวจไม่เจอค่ะ แต่ตอนหลังนี่พบเศษฟลอยในกระเป๋าเลยคาดว่าน่าจะใช้วิธีลนแล้วดมมากกว่า แต่พอถามน้องเอแกก็บอกว่าเคยติดนะคะ แต่ตอนนี้เลิกแล้ว น้าผู้หญิงบางทีแกโกรธแค้นใจก้ไล่น้องเอออกจากบ้าน แต่น้าผู้ชายโกรธค่ะ เคยถึงขนาดไล่น้าผู้หญิงออกจากบ้านไปด้วย คือแกรักลูกมากนะค่ะ บางทีก็ออกแนวพ่อแม่รังแกฉันไปหน่อย
วันนี้น้าผู้หญิงแกโทมาปรึกษาเรื่องวิธีการรักษา ว่ามียาที่รักษาอาการติดยาได้รึเปล่า ถ้าลูกแกติดยาจริง
เราก็เลยบอกว่าที่โรงพยาบาลที่เราทำงานอยู่มีหน่วยบำบัดนะ แต่เหมาะกับผู้ป่วยที่อยากหยุดยาจริงๆ เพราะเค้าจะให้ยาไปกินที่บ้าน
...เราเลยแนะนำไปว่าให้น้าไปทำความเข้าใจกับน้าผู้ชาย คือให้มีวิธีการแก้ปัญหาไปในแนวทางเดียวกัน พูดคุยเปิดอกกับน้อง พาไปบำบัดแล้วพาไปเรียนจังหวัดอื่น
คือตอนนี้เราทำงานอีกจังหวัดนึง ไม่ได้อยู่บ้าน เลยบอกว่าพาน้องมาเรียนที่นี่ จำกัดการใช้จ่าย ...
..คิดว่าวิธีนี้ดีมั๊ยคะ หรือควรมีวิธีไหนแก้ปัญหานี้ดี ..เรายังโสดไม่เคยมีลูก ไม่รู้วิธีนี้ดีมั๊ย แต่ก็สงสารน้าจริงๆ ตระกูลเราก็ไม่เคยมีเด็กแบบนี้เลยไม่รู้จะทำยังงัยกันดี ช่วยหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
มีปัญหาเรื่องยาเสพติดอยากปรึกษาาค่ะ
น้าผู้หญิงสงสัยว่าจะติดยา เลยไปซื้อที่ตรวจสารเสพติดมา แต่ก็ตรวจไม่เจอค่ะ แต่ตอนหลังนี่พบเศษฟลอยในกระเป๋าเลยคาดว่าน่าจะใช้วิธีลนแล้วดมมากกว่า แต่พอถามน้องเอแกก็บอกว่าเคยติดนะคะ แต่ตอนนี้เลิกแล้ว น้าผู้หญิงบางทีแกโกรธแค้นใจก้ไล่น้องเอออกจากบ้าน แต่น้าผู้ชายโกรธค่ะ เคยถึงขนาดไล่น้าผู้หญิงออกจากบ้านไปด้วย คือแกรักลูกมากนะค่ะ บางทีก็ออกแนวพ่อแม่รังแกฉันไปหน่อย
วันนี้น้าผู้หญิงแกโทมาปรึกษาเรื่องวิธีการรักษา ว่ามียาที่รักษาอาการติดยาได้รึเปล่า ถ้าลูกแกติดยาจริง
เราก็เลยบอกว่าที่โรงพยาบาลที่เราทำงานอยู่มีหน่วยบำบัดนะ แต่เหมาะกับผู้ป่วยที่อยากหยุดยาจริงๆ เพราะเค้าจะให้ยาไปกินที่บ้าน
...เราเลยแนะนำไปว่าให้น้าไปทำความเข้าใจกับน้าผู้ชาย คือให้มีวิธีการแก้ปัญหาไปในแนวทางเดียวกัน พูดคุยเปิดอกกับน้อง พาไปบำบัดแล้วพาไปเรียนจังหวัดอื่น
คือตอนนี้เราทำงานอีกจังหวัดนึง ไม่ได้อยู่บ้าน เลยบอกว่าพาน้องมาเรียนที่นี่ จำกัดการใช้จ่าย ...
..คิดว่าวิธีนี้ดีมั๊ยคะ หรือควรมีวิธีไหนแก้ปัญหานี้ดี ..เรายังโสดไม่เคยมีลูก ไม่รู้วิธีนี้ดีมั๊ย แต่ก็สงสารน้าจริงๆ ตระกูลเราก็ไม่เคยมีเด็กแบบนี้เลยไม่รู้จะทำยังงัยกันดี ช่วยหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ