แค่ปัญหาเดิมๆ ที่แก้ไม่ได้ เกิดทุกๆ ปี แต่ก็ยังไม่ชินกันซักกะที...
จากบทความในบล้อกที่เขียนไว้ เมื่อนานนมมาแล้ว.. ใครยังไม่เคยอ่านก็ลองอ่านกันซักนิดก่อนนะครับ.. นิดเดียวเอง
..ความว่า
.... ในหมู่บ้านที่ผมอยู่นั้น เป็นบ้านทาวเฮ้าท์ แต่เดิมก้อเงียบสงบดี และได้สร้างเฟสใหม่ขึ้นเป็นการขยายหมู่บ้าน ผู้คนจึงได้เข้ามาซื้อ
และย้ายมาอยู่กัน จนเริ่มคึกคักขึ้นมา ผมก้อเป็นหนึ่งในนั้นด้วย
อยู่มาวันนึง ก้อมีครอบครัวใหม่ย้ายเข้ามาในซอยถัดไป 4-5 เดือนแรกไม่มีอะไร แค่รู้ว่าเขาเป็นร่างทรง รับดูหมอ สะเดาะเคราะห์
อะไรต่างๆ ตามที่เขาจะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับเหล่าลูกช้างที่เดือดร้อนเหล่านั้น...

...แต่ก้อช่างเถอะครับ ต่างคนต่างอยู่ สัมมาชีพสุจริต ช่วยเหลือชาวโลก น่ายกย่องออก...
แต่พอพ้นปีใหม่เข้าเดือนเมษา เจ้าแม่จะไหว้ครู..

ถนนสาธารณะ ที่เป็นซอยของคนในหมู่บ้าน ถูกเจ้าแม่เอาเต้นท์มาตั้งปิด ปากซอยตั้งลำโพงเครื่องเสียงขนาดใหญ่ วางไว้ใกล้กับบ้านของเพื่อนบ้าน กลางซอยตั้งแท่นบูชา มีเทวรูปต่างๆ ที่อัญเชิญจากในบ้านมาตั้งไว้
...ถัดมาเป็นบ้านของเพื่อนบ้านคนนึง ที่มีบ้านติดกับบ้านของเจ้าแม่หน้าบ้านของเขาถูกตั้งเต้นท์บังทางเข้าออกไว้ และปูเสื่อเพื่อทำอาหาร และให้เหล่าศิษย์มานั่งหมอบกราบเวลาทำพิธี หน้าบ้านเจ้าแม่ เปิดโล่งเพื่อความสะดวกเวลาเข้าออก และห้ามนำสิ่งใดๆ มากีดขวาง
... เจ้าแม่ได้แจ้งให้เพื่อนบ้านทั้งหลายทราบว่า เขาได้แจ้งกับทางหมู่บ้าน และขออนุญาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับจากเวลานั้น เสียงเพลงที่เขาชอบเปิดในศาลเจ้าทั่วไป สลับกับบทสวดต่างๆ ก้อดังตั้งแต่เช้าไปถึงเที่ยงคืน ผ่านซุปเปอร์ลำโพงทาวเวอร์ ที่เปล่งออกมาแบบไม่เกรงใจใคร
... เมื่อถึงวันงาน(วันอาทิตย์) ตีห้า เพลงอย่างว่าก้อดังขึ้นมาอีก หกโมงเช้า เสียงประทัดนับร้อยก้อดังขึ้น
พร้อมกับเสียงสวดบูชาเทพต่างๆ ยิ่งเวลานานขึ้นเหล่าสานุศิษย์ ได้เริ่มทยอยมามีทั้งคนในหมู่บ้านจากเฟสเก่าๆ จากด้านใน และพวกที่เหมารถมากัน หรือนั่งรถส่วนตัวมา พากันมาจอดขวางหน้าบ้านของเพื่อนบ้านคนอื่นๆ แบบไม่ต้องกลัวว่าเขาจะต้องออกไปทำธุระที่ไหนกันบ้าง แถมจอดซ้อนคันอีกต่างหาก
... กว่างานจะเลิก กลับกันหมด ปาไปตีหนึ่ง (เพลงก้อยังดังอยู่).... จบไปอีกวัน
มาทราบทีหลังว่า มีคนใหญ่คนโตของหมู่บ้านนับถือเจ้าแม่...แล้วคนที่เดือดร้อนจะไปแจ้งใคร

วันนึงเจ้าแม่เกิดมีปากเสียงกับเพื่อนบ้าน (บ้านที่ไปตั้งเต้นท์ขวางหน้าบ้านน่ะแหล่ะ)
ประมาณว่าตกดึกเจ้าแม่พาเพื่อนๆ มาคาราโอเกะ เสียงดังรบกวนเขา เขาทำงานมากลางคืนจะนอนหลับพักผ่อน
ก้อมีเสียงครางของพวกเจ้าแม่เนี่ยกวนเขามาก
เจ้าแม่ตอบว่า ร้องเพลงในบ้านผิดตรงไหน (ไม่ผิดครับ แต่ควรดูเวลานิดนึง)
เรื่องเริ่มลุกลาม ...

ถังขยะของบ้านเจ้าแม่ ไม่วางหน้าบ้านเจ้าแม่ แต่ไปวางเลยมาหน้าบ้านเขา

กิ่งไม้ของเพื่อนบ้าน ถ้าล้ำมานิด เจ้าแม่สั่งตัดทันที (แต่มองไปหน้าบ้านเจ้าแม่ ต้นไม้ครึ้มร่มรื่นเชียว)
และเรื่องอื่นๆ อีกมากมายลำดับไม่ทัน จนเจ้าแม่เห็นท่าไม่ดีจึงโทรเรียกลูกศิษย์ มาช่วยเสริมทัพอีก 7-8 คน.. น้ำน้อยแพ้ไฟซิครับ
เพื่อนบ้านเถียงสู้ไม่ได้ เจ้าแม่ได้ทีออกปากไล่เพื่อนบ้านคนนั้นว่า "ทนไม่ได้ ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นซิ" (ทั้งที่ตัวเอง ย้ายมาอยู่ทีหลังเขาแท้ๆ)
เพื่อนบ้านย้อนกลับไปว่าทำไมเขาต้องไป เขาอยู่ก่อน และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ...พร้อมกับไล่เจ้าแม่กลับไปบ้าง
เจ้าแม่จึงเอ่ยสวนว่า "กูรวยซะอย่าง ทำไมกูต้องไป" ...

ต่อมาเกิดอะไรต่อก้อไม่ทราบแล้วครับ ซักพักเจ้าแม่ก้อนั่งรถลูกศิษย์ออกไป
มาทราบเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อก่อนเจ้าแม่ก้ออยู่ในหมู่บ้านนี้แหล่ะ แต่เฟสเก่า จัดงานแบบนี้ ชาวบ้านเขาทนไม่ได้ รวมตัวกันไล่ จึงต้องออกมาอยู่เฟสใหม่ และเนื่องจากมีเส้นสาย จึงได้ลดราคาซื้อบ้านหลังใหม่ด้วยนะ (อันนี้ฟังมาอีกทอดนึง)
.....................

...จากที่เล่ามาด้านบนนั้นเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อนนั้น พอมาปีนี้ ....(เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา ปีนี้จัดเร็วจัง)
คงรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่ามันเพลาๆ ลง ไม่มีลำโพงมาตั้งตรงทางปากซอย แต่ลำโพงย้ายไปใกล้ๆ บ้านเจ้าแม่ หันเข้าทางบ้านเจ้าแม่เอง (เสียงเลยเบาลงมั้ง) แต่หวยไปออกตรงบ้านถัดไปจากบ้านเจ้าแม่ ซึ่งปีก่อนๆ ไม่โดน คือเต้นท์ต่างๆ ได้เลื่อนไปขึ้นหน้าบ้านพวกเขาแทน.. แต่ปะรำพิธีได้เลื่อนมาอยู่แทนจุดที่ตั้งเต้นท์ทางปากซอยเดิม
มีการตั้งเก้าอี้พร้อมลานรดน้ำมนต์ ค่ารดหัวละ 175 บาท (อันนี้ดูจากเฟซของเจ้าแม่ ถ้าราคาผิดพลาด ต้องขออภัย) การเปิดเพลงต่างๆ ได้เบาลงอย่างเห็นได้ชัด...
แต่ที่ติดขำคือ.. มีรถสุขาเคลื่อนที่คันใหญ่มาบริการลูกช้าง เข้ามาจอด แต่บ้านที่เขาโดนจอดหน้าบ้านเขาไม่ยอมให้จอดกัน เลยต้องเคลื่อนเข้าไปจอดในตัวงานติดปะรำพิธี ให้พอเป็นมงคลกันไป พอวันรุ่งขึ้น ก้อไม่เห็นรถสุขานั้นอีกเลย (อาจแอบไปจอดซอยอื่น)
... ที่เห็นก็จะมีแต่เอาประทัดไปปักข้างบ้านเพื่อนคนนึง แล้วจุด ผลปรากฎว่าปลิวตกลงไปในบ้านเขาเกลื่อน พี่คนนั้นเขาประชดด้วยการเอาไม้กวาด กวาดเศษประทัดบนสันกำแพงต่อหน้าพวกลูกช้างทั้งหลายทันที... ได้รับสายตาตำหนิมากมายจากเหล่าลูกช้างนั้น.. แหม.. พี่ก้อ..นะ
ซักพักลุงคนที่ปักประทัด เข้ามาขอโทษ แล้วเรื่องคงจะจบไป ..วันรุ่งขึ้น เจ้าพ่อ (สามีของเจ้าแม่คงทราบเรื่อง) ก็เข้ามาหาเพื่อขอโทษกันอีกครั้ง แต่วันนี้มากับลูกช้าง 4-5 คน เจ้าพ่อบอกเขาไม่รู้ว่าจุดตรงนี้ ทุกทีจุดที่กลางสนาม
...ผมเห็นจุดกี่ปี ผมก็เห็นพี่เขาก้อมาเดินกวาดบ้านเขาทุกปี ปีนี้คงของขึ้นละมัง เอาซะต่อหน้าต่อตา ...แค่มาปรับความเข้าใจ ยกมาทำไมหลายคนครับ.. 555+
... เราจะทำอะไร จัดงานอะไรนั้น ผมว่าไม่มีใครเขาว่าเขารังเกียจอะไรกันหรอก แต่มันควรอยู่ในขอบเขต เคารพสิทธ์ของผู้อื่นบ้างมันคงจะดีไม่น้อย 
...............
สุดท้ายนี้ ก้อแค่ได้มาบ่นให้ฟังกันเฉยๆ ล่ะครับ จะไปทำอะไรได้ เขาอาจจะโดนใครเตือนมา หรืออาจคิดได้เองหรือเปล่า อันนี้ก็สุดจะคาด

แต่ส่วนตัวผมแล้วผมคิดว่า สิ่งศักดิ์สิทธ์ต่างๆ นั้น ท่านก็มีแต่จะเมตตา ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่พวกท่าน...
แต่มันอยู่ที่คนพวกนั้นที่อ้างว่าเป็นร่างทรงมากกว่า..
ปัญหามันอยู่ที่คนครับ
... ก้อเหลือแต่คำถามที่เคยทิ้งไว้เมื่อปีที่แล้วว่า..
... สิ่งศักดิ์สิทธ์ เจ้าพ่อเจ้าแม่นั้นคิดอย่างไร ทำไมจึงเลือกคนประเภทนี้ และยังเลือกเป็นร่างทรงอีก
... เจ้าแม่รวยอย่างที่คุยแล้ว ทำไมไม่ไปซื้อบ้านเดี่ยวอยู่ซะ จะได้มีบริเวณไว้จัดงาน รับรองเหล่าศิษย์และลูกช้างทั้งหลาย
... ไอ้พวกที่นับถือทำไมไม่ลองอัญเชิญไปไหว้กันที่ซอยบ้านตัวเองบ้าง จะได้รู้ว่าชาวบ้านเขารู้สึกอย่างไร (อันนี้บ่นเอง)
... จะมีกฎหมายมาตราไหนคุ้มครองคนที่เดือดร้อนได้บ้าง หรือที่เกี่ยวกับการที่มาสร้างอาศรมกันในหมู่บ้าน เพราะเจ้าแม่บารมีใหญ่ซะเหลือเกิน
--

... ขอบคุณเพื่อนๆ ที่อ่านกันมานะครับ
ก็เรื่องของเจ้าแม่กันอีกนะครับ.. :)
จากบทความในบล้อกที่เขียนไว้ เมื่อนานนมมาแล้ว.. ใครยังไม่เคยอ่านก็ลองอ่านกันซักนิดก่อนนะครับ.. นิดเดียวเอง
..ความว่า
.... ในหมู่บ้านที่ผมอยู่นั้น เป็นบ้านทาวเฮ้าท์ แต่เดิมก้อเงียบสงบดี และได้สร้างเฟสใหม่ขึ้นเป็นการขยายหมู่บ้าน ผู้คนจึงได้เข้ามาซื้อ
และย้ายมาอยู่กัน จนเริ่มคึกคักขึ้นมา ผมก้อเป็นหนึ่งในนั้นด้วย
อยู่มาวันนึง ก้อมีครอบครัวใหม่ย้ายเข้ามาในซอยถัดไป 4-5 เดือนแรกไม่มีอะไร แค่รู้ว่าเขาเป็นร่างทรง รับดูหมอ สะเดาะเคราะห์
อะไรต่างๆ ตามที่เขาจะช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับเหล่าลูกช้างที่เดือดร้อนเหล่านั้น...
...แต่ก้อช่างเถอะครับ ต่างคนต่างอยู่ สัมมาชีพสุจริต ช่วยเหลือชาวโลก น่ายกย่องออก...
แต่พอพ้นปีใหม่เข้าเดือนเมษา เจ้าแม่จะไหว้ครู..
ถนนสาธารณะ ที่เป็นซอยของคนในหมู่บ้าน ถูกเจ้าแม่เอาเต้นท์มาตั้งปิด ปากซอยตั้งลำโพงเครื่องเสียงขนาดใหญ่ วางไว้ใกล้กับบ้านของเพื่อนบ้าน กลางซอยตั้งแท่นบูชา มีเทวรูปต่างๆ ที่อัญเชิญจากในบ้านมาตั้งไว้
...ถัดมาเป็นบ้านของเพื่อนบ้านคนนึง ที่มีบ้านติดกับบ้านของเจ้าแม่หน้าบ้านของเขาถูกตั้งเต้นท์บังทางเข้าออกไว้ และปูเสื่อเพื่อทำอาหาร และให้เหล่าศิษย์มานั่งหมอบกราบเวลาทำพิธี หน้าบ้านเจ้าแม่ เปิดโล่งเพื่อความสะดวกเวลาเข้าออก และห้ามนำสิ่งใดๆ มากีดขวาง
... เจ้าแม่ได้แจ้งให้เพื่อนบ้านทั้งหลายทราบว่า เขาได้แจ้งกับทางหมู่บ้าน และขออนุญาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับจากเวลานั้น เสียงเพลงที่เขาชอบเปิดในศาลเจ้าทั่วไป สลับกับบทสวดต่างๆ ก้อดังตั้งแต่เช้าไปถึงเที่ยงคืน ผ่านซุปเปอร์ลำโพงทาวเวอร์ ที่เปล่งออกมาแบบไม่เกรงใจใคร
... เมื่อถึงวันงาน(วันอาทิตย์) ตีห้า เพลงอย่างว่าก้อดังขึ้นมาอีก หกโมงเช้า เสียงประทัดนับร้อยก้อดังขึ้น
พร้อมกับเสียงสวดบูชาเทพต่างๆ ยิ่งเวลานานขึ้นเหล่าสานุศิษย์ ได้เริ่มทยอยมามีทั้งคนในหมู่บ้านจากเฟสเก่าๆ จากด้านใน และพวกที่เหมารถมากัน หรือนั่งรถส่วนตัวมา พากันมาจอดขวางหน้าบ้านของเพื่อนบ้านคนอื่นๆ แบบไม่ต้องกลัวว่าเขาจะต้องออกไปทำธุระที่ไหนกันบ้าง แถมจอดซ้อนคันอีกต่างหาก
... กว่างานจะเลิก กลับกันหมด ปาไปตีหนึ่ง (เพลงก้อยังดังอยู่).... จบไปอีกวัน
มาทราบทีหลังว่า มีคนใหญ่คนโตของหมู่บ้านนับถือเจ้าแม่...แล้วคนที่เดือดร้อนจะไปแจ้งใคร
ประมาณว่าตกดึกเจ้าแม่พาเพื่อนๆ มาคาราโอเกะ เสียงดังรบกวนเขา เขาทำงานมากลางคืนจะนอนหลับพักผ่อน
ก้อมีเสียงครางของพวกเจ้าแม่เนี่ยกวนเขามาก
เจ้าแม่ตอบว่า ร้องเพลงในบ้านผิดตรงไหน (ไม่ผิดครับ แต่ควรดูเวลานิดนึง)
เรื่องเริ่มลุกลาม ...
และเรื่องอื่นๆ อีกมากมายลำดับไม่ทัน จนเจ้าแม่เห็นท่าไม่ดีจึงโทรเรียกลูกศิษย์ มาช่วยเสริมทัพอีก 7-8 คน.. น้ำน้อยแพ้ไฟซิครับ
เพื่อนบ้านเถียงสู้ไม่ได้ เจ้าแม่ได้ทีออกปากไล่เพื่อนบ้านคนนั้นว่า "ทนไม่ได้ ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นซิ" (ทั้งที่ตัวเอง ย้ายมาอยู่ทีหลังเขาแท้ๆ)
เพื่อนบ้านย้อนกลับไปว่าทำไมเขาต้องไป เขาอยู่ก่อน และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ...พร้อมกับไล่เจ้าแม่กลับไปบ้าง
เจ้าแม่จึงเอ่ยสวนว่า "กูรวยซะอย่าง ทำไมกูต้องไป" ...
มาทราบเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อก่อนเจ้าแม่ก้ออยู่ในหมู่บ้านนี้แหล่ะ แต่เฟสเก่า จัดงานแบบนี้ ชาวบ้านเขาทนไม่ได้ รวมตัวกันไล่ จึงต้องออกมาอยู่เฟสใหม่ และเนื่องจากมีเส้นสาย จึงได้ลดราคาซื้อบ้านหลังใหม่ด้วยนะ (อันนี้ฟังมาอีกทอดนึง)
.....................
คงรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่ามันเพลาๆ ลง ไม่มีลำโพงมาตั้งตรงทางปากซอย แต่ลำโพงย้ายไปใกล้ๆ บ้านเจ้าแม่ หันเข้าทางบ้านเจ้าแม่เอง (เสียงเลยเบาลงมั้ง) แต่หวยไปออกตรงบ้านถัดไปจากบ้านเจ้าแม่ ซึ่งปีก่อนๆ ไม่โดน คือเต้นท์ต่างๆ ได้เลื่อนไปขึ้นหน้าบ้านพวกเขาแทน.. แต่ปะรำพิธีได้เลื่อนมาอยู่แทนจุดที่ตั้งเต้นท์ทางปากซอยเดิม
มีการตั้งเก้าอี้พร้อมลานรดน้ำมนต์ ค่ารดหัวละ 175 บาท (อันนี้ดูจากเฟซของเจ้าแม่ ถ้าราคาผิดพลาด ต้องขออภัย) การเปิดเพลงต่างๆ ได้เบาลงอย่างเห็นได้ชัด...
แต่ที่ติดขำคือ.. มีรถสุขาเคลื่อนที่คันใหญ่มาบริการลูกช้าง เข้ามาจอด แต่บ้านที่เขาโดนจอดหน้าบ้านเขาไม่ยอมให้จอดกัน เลยต้องเคลื่อนเข้าไปจอดในตัวงานติดปะรำพิธี ให้พอเป็นมงคลกันไป พอวันรุ่งขึ้น ก้อไม่เห็นรถสุขานั้นอีกเลย (อาจแอบไปจอดซอยอื่น)
... ที่เห็นก็จะมีแต่เอาประทัดไปปักข้างบ้านเพื่อนคนนึง แล้วจุด ผลปรากฎว่าปลิวตกลงไปในบ้านเขาเกลื่อน พี่คนนั้นเขาประชดด้วยการเอาไม้กวาด กวาดเศษประทัดบนสันกำแพงต่อหน้าพวกลูกช้างทั้งหลายทันที... ได้รับสายตาตำหนิมากมายจากเหล่าลูกช้างนั้น.. แหม.. พี่ก้อ..นะ
ซักพักลุงคนที่ปักประทัด เข้ามาขอโทษ แล้วเรื่องคงจะจบไป ..วันรุ่งขึ้น เจ้าพ่อ (สามีของเจ้าแม่คงทราบเรื่อง) ก็เข้ามาหาเพื่อขอโทษกันอีกครั้ง แต่วันนี้มากับลูกช้าง 4-5 คน เจ้าพ่อบอกเขาไม่รู้ว่าจุดตรงนี้ ทุกทีจุดที่กลางสนาม
...ผมเห็นจุดกี่ปี ผมก็เห็นพี่เขาก้อมาเดินกวาดบ้านเขาทุกปี ปีนี้คงของขึ้นละมัง เอาซะต่อหน้าต่อตา ...แค่มาปรับความเข้าใจ ยกมาทำไมหลายคนครับ.. 555+
... เราจะทำอะไร จัดงานอะไรนั้น ผมว่าไม่มีใครเขาว่าเขารังเกียจอะไรกันหรอก แต่มันควรอยู่ในขอบเขต เคารพสิทธ์ของผู้อื่นบ้างมันคงจะดีไม่น้อย
...............
สุดท้ายนี้ ก้อแค่ได้มาบ่นให้ฟังกันเฉยๆ ล่ะครับ จะไปทำอะไรได้ เขาอาจจะโดนใครเตือนมา หรืออาจคิดได้เองหรือเปล่า อันนี้ก็สุดจะคาด
แต่ส่วนตัวผมแล้วผมคิดว่า สิ่งศักดิ์สิทธ์ต่างๆ นั้น ท่านก็มีแต่จะเมตตา ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่พวกท่าน...
แต่มันอยู่ที่คนพวกนั้นที่อ้างว่าเป็นร่างทรงมากกว่า.. ปัญหามันอยู่ที่คนครับ
... ก้อเหลือแต่คำถามที่เคยทิ้งไว้เมื่อปีที่แล้วว่า..
... สิ่งศักดิ์สิทธ์ เจ้าพ่อเจ้าแม่นั้นคิดอย่างไร ทำไมจึงเลือกคนประเภทนี้ และยังเลือกเป็นร่างทรงอีก
... เจ้าแม่รวยอย่างที่คุยแล้ว ทำไมไม่ไปซื้อบ้านเดี่ยวอยู่ซะ จะได้มีบริเวณไว้จัดงาน รับรองเหล่าศิษย์และลูกช้างทั้งหลาย
... ไอ้พวกที่นับถือทำไมไม่ลองอัญเชิญไปไหว้กันที่ซอยบ้านตัวเองบ้าง จะได้รู้ว่าชาวบ้านเขารู้สึกอย่างไร (อันนี้บ่นเอง)
... จะมีกฎหมายมาตราไหนคุ้มครองคนที่เดือดร้อนได้บ้าง หรือที่เกี่ยวกับการที่มาสร้างอาศรมกันในหมู่บ้าน เพราะเจ้าแม่บารมีใหญ่ซะเหลือเกิน
--