สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 58
ของเราคิดไว้ว่าถ้าจะแต่งงานจะแต่งก่อนอายุ 28 แต่งแล้วมีลูกเลย 2 คน แต่ตอนนี้มันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ
เราเองเคยมีแฟนจนถึงกับคุยกับผู้ใหญ่ว่าจะแต่งงานกันแล้ว แต่ผู้ชายไม้เลื้อยอยู่ตรงไหนก็เลื้อยขึ้นได้ที่นั่น
นับว่าเป็นโชคดีมากๆ ที่หลุดพ้นมาได้ ไม่อย่างนั้นป่านนี่คงได้นอนร้องไห้หรือไม่ก็กินข้าวกับน้ำตาอยู่
เราเลิกกับแฟนตอนอายุ 32 ซึ่งคบมาคนเดียวตั้งแต่เรียนป.ตรี ดังนั้น ตอนนี้เรื่องแต่งงานเราคงไม่คิดอะไรมากแล้วค่ะ
เพราะชีวิตที่ผ่านมาก็ผ่านเรื่องร้ายๆมาโดยลำพังได้ด้วยดี และอายุก็เกินกว่าจะมาเริ่มนับ 1 ใหม่กับใคร
แต่ที่บ้านก็เป็นห่วงอยากให้มีคนดูแล ซึ่งถ้าเราจะต้องมีใครสักคนจริงๆ ขอแค่เป็นคนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากๆก็พอ
แต่ถ้าไม่มีจริงๆ เราตั้งใจว่าจะรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงเป็นลูก เพราะเราเองก็เป็นลูกกำพร้า
รู้ดีว่าการที่คนๆหนึ่งดำรงชีวิตโดยไม่มีพ่อแม่เป็นเบื้องหลังลำบากแค่ไหน อยากจะให้โอกาสกับคนอื่นบ้าง
ที่วำคัญเราไม่อยากเป็นสาวแก่ที่อยู่ไปโดยไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเลย
เมื่อไม่มีโอกาสให้กำเนิดใคร ก็ขอให้ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของใครซักคนก็ยังดีค่ะ
เราเองเคยมีแฟนจนถึงกับคุยกับผู้ใหญ่ว่าจะแต่งงานกันแล้ว แต่ผู้ชายไม้เลื้อยอยู่ตรงไหนก็เลื้อยขึ้นได้ที่นั่น
นับว่าเป็นโชคดีมากๆ ที่หลุดพ้นมาได้ ไม่อย่างนั้นป่านนี่คงได้นอนร้องไห้หรือไม่ก็กินข้าวกับน้ำตาอยู่
เราเลิกกับแฟนตอนอายุ 32 ซึ่งคบมาคนเดียวตั้งแต่เรียนป.ตรี ดังนั้น ตอนนี้เรื่องแต่งงานเราคงไม่คิดอะไรมากแล้วค่ะ
เพราะชีวิตที่ผ่านมาก็ผ่านเรื่องร้ายๆมาโดยลำพังได้ด้วยดี และอายุก็เกินกว่าจะมาเริ่มนับ 1 ใหม่กับใคร
แต่ที่บ้านก็เป็นห่วงอยากให้มีคนดูแล ซึ่งถ้าเราจะต้องมีใครสักคนจริงๆ ขอแค่เป็นคนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากๆก็พอ
แต่ถ้าไม่มีจริงๆ เราตั้งใจว่าจะรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงเป็นลูก เพราะเราเองก็เป็นลูกกำพร้า
รู้ดีว่าการที่คนๆหนึ่งดำรงชีวิตโดยไม่มีพ่อแม่เป็นเบื้องหลังลำบากแค่ไหน อยากจะให้โอกาสกับคนอื่นบ้าง
ที่วำคัญเราไม่อยากเป็นสาวแก่ที่อยู่ไปโดยไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเลย
เมื่อไม่มีโอกาสให้กำเนิดใคร ก็ขอให้ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของใครซักคนก็ยังดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
คงแล้วแต่คนค่ะ
สำหรับเรา ไม่เคยมีความคิดและคำว่า "แต่งงาน" อยู่ในหัวเลยตั้งแต่เด็กยันทำงาน
สังคมเราค่อนข้างแคบ คือมีแค่ครอบครัว, ญาติสนิทและเพื่อนสนิทเท่านั้นที่ใกล้ชิดรู้ใจกัน
ทำงานก็แค่ทำงาน เลิกงานกลับบ้าน ไม่เคยเล่าและถูกถามเรื่องส่วนตัวในที่ทำงานค่ะ เสาร์อาทิตย์ไปเดินห้าง, กินข้าว บางครั้งก็เจอลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานแต่แค่ทักทายแล้วก็เดินจากกัน
เราก็มีความสุขกับชีวิตที่ไม่ต้องมีการผูกมัดกับใคร ทำงานได้เงินเราก็เก็บเอง, เที่ยวเองกับที่บ้านมั่ง กับเพื่อนมั่ง
ดูหนังเองคนเดียว กินข้าวเองคนเดียวก็ได้ไม่เคยเหงาทั้งๆที่มีแฟน แต่ตัวเรากับแฟนไม่ได้ติดกัน
พอมารู้ตัวอีกที...
เฮ้ย...นี่เราแต่งงานไปปีอะไรเนี่ย? ตอนอายุเท่าไหร่เรา? ขอไปดูใบทะเบียนสมรสก่อนนะคะ ^^
อ๋อ..แต่งงานตอนอายุ 34 ค่ะ
สรุป- ถ้ายังพอใจกับชีวิตตัวเองตอนนี้ก็มีความสุขต่อไปเรื่อยๆค่ะ พอถึงเวลาที่ทุกอย่างลงตัวทั้งสองฝ่ายมันก็จะหมุนไปที่ๆพอใจกันทั้งคู่ค่ะ
แต่งงานคือตอนจบของคำว่าแฟน
แต่เป็นตอนเริ่มต้นของคำว่าคู่ชีวิต
จะไปถึงไหน, ยังไงก็ตามแต่ละคนแตกต่างกันค่ะ
สำหรับเรา ไม่เคยมีความคิดและคำว่า "แต่งงาน" อยู่ในหัวเลยตั้งแต่เด็กยันทำงาน
สังคมเราค่อนข้างแคบ คือมีแค่ครอบครัว, ญาติสนิทและเพื่อนสนิทเท่านั้นที่ใกล้ชิดรู้ใจกัน
ทำงานก็แค่ทำงาน เลิกงานกลับบ้าน ไม่เคยเล่าและถูกถามเรื่องส่วนตัวในที่ทำงานค่ะ เสาร์อาทิตย์ไปเดินห้าง, กินข้าว บางครั้งก็เจอลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานแต่แค่ทักทายแล้วก็เดินจากกัน
เราก็มีความสุขกับชีวิตที่ไม่ต้องมีการผูกมัดกับใคร ทำงานได้เงินเราก็เก็บเอง, เที่ยวเองกับที่บ้านมั่ง กับเพื่อนมั่ง
ดูหนังเองคนเดียว กินข้าวเองคนเดียวก็ได้ไม่เคยเหงาทั้งๆที่มีแฟน แต่ตัวเรากับแฟนไม่ได้ติดกัน
พอมารู้ตัวอีกที...
เฮ้ย...นี่เราแต่งงานไปปีอะไรเนี่ย? ตอนอายุเท่าไหร่เรา? ขอไปดูใบทะเบียนสมรสก่อนนะคะ ^^
อ๋อ..แต่งงานตอนอายุ 34 ค่ะ
สรุป- ถ้ายังพอใจกับชีวิตตัวเองตอนนี้ก็มีความสุขต่อไปเรื่อยๆค่ะ พอถึงเวลาที่ทุกอย่างลงตัวทั้งสองฝ่ายมันก็จะหมุนไปที่ๆพอใจกันทั้งคู่ค่ะ
แต่งงานคือตอนจบของคำว่าแฟน
แต่เป็นตอนเริ่มต้นของคำว่าคู่ชีวิต
จะไปถึงไหน, ยังไงก็ตามแต่ละคนแตกต่างกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ย่า 55 เพิ่งแต่งเมื่อปีที่แล้วค่ะ...
เป็นผู้หญิง..อย่าหยุดสวย..อย่าหยุดหวังค่ะ...
http://pantip.com/topic/13112264
เป็นผู้หญิง..อย่าหยุดสวย..อย่าหยุดหวังค่ะ...
http://pantip.com/topic/13112264
ความคิดเห็นที่ 63
ตอนนี้อายุ38แล้วค่ะ เลิกคิดเรื่องแต่งงานไปเมื่อปีก่อนเอ๊ง หุหุ
ตั้งแต่เด็กเราก็ว่าหน้าตาเราไม่ได้ขี้เหร่น๊า แต่เชื่อไม๊เกิดมาไม่เคยมีแฟน(- -"
เคยมีกิ๊กแบบเด็กๆสมัยเรียนม.ปลายแค่คนเดียว
ไม่เคยคิดเหมือนกันค่ะว่าจะไม่ได้แต่งงานแต่ไงดีล่ะ พอเรียนจบก็กลับมาทำงานกับที่บ้าน แล้วเราชอบคนที่คบกันมาแบบเพื่อนค่ะ ทีนี้พอไม่ชอบไปไหน ไม่มีสังคมใหม่ๆโลกของเรามันก็แคบลงเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้กลายเป็นโลกตีบและโลกตัน 555
เราใช้ชีวิตเป็นห้วงๆค่ะ ทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อนๆก็ทยอยแต่งงานไปเรื่อยๆ พออายุซัก32 แทนที่จะเริ่มหาผู้ชายมากินเป็นตัวเป็นคนดันไปติดAFอยู่ตั้ง4-5ปี กร๊ากก ห้วงชีวิตช่วงนี้ก็ห่างหายไปจากเพื่อนฝูง พอเลิกติดAF หันกลับมามองเพื่อนๆ กรรม ไอ้ที่แต่งงานกันไปแล้วดูหาความสุขกันไม่ค่อยเจอเลยง่ะ หลายคู่ยังต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ลูกเพิ่งเข้าโรงเรียนก็มี กำลังโตเป็นหนุ่มสาาวก็มี ผัวมีเมียน้อยก็ตั้งหลายคน ไอ้เรื่องหวานแหววแบบวันแรกๆที่เราได้เห็นมันแต่งงานมันหายไปไหนหมดฟระ ลองเทียบดูกับตัวเราตอนนี้ โห เราสบายทั้งตัว สบายทั้งใจ เรื่องเงินทองเราก็ไม่ได้ลำบาก ประกอบกับเหตุการณ์สำคัญที่สุดคือ2-3ปีมานี่พ่อแม่เราแก่ลงไปมากค่ะ แม่ก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง จากคนตื่นสายพอแม่ลอกต้อต้องตื่นตี5 ล้างตาให้แม่ทุกวันเพราะแม่ตื่นเช้าเราต้องตื่นมาคอย พอได้ทำไปเรื่อยๆเรารู้สึกว่าชีวิตเรามีคุณค่าขึ้นค่ะ บำบัดอาการวัยทองของเราเองไปในตัว 555
อีกอย่างเรื่องลูกก็ไม่เคยอยู่ไหนหัว ยิ่งดูแลพ่อกับแม่มากเท่าไหร่เราก็ยิ่งไม่อยากมีลูกมากขึ้นเท่านั้น เราคิดค่ะว่าลูกคือห่วง ห่วงพ่อแม่ยังแค่นี้ห่วงลูกจะแค่ไหน?? คิดได้งี้แระก็ไม่รู้จะแต่งงานไปทำไม ^____^
ตั้งแต่เด็กเราก็ว่าหน้าตาเราไม่ได้ขี้เหร่น๊า แต่เชื่อไม๊เกิดมาไม่เคยมีแฟน(- -"
ไม่เคยคิดเหมือนกันค่ะว่าจะไม่ได้แต่งงานแต่ไงดีล่ะ พอเรียนจบก็กลับมาทำงานกับที่บ้าน แล้วเราชอบคนที่คบกันมาแบบเพื่อนค่ะ ทีนี้พอไม่ชอบไปไหน ไม่มีสังคมใหม่ๆโลกของเรามันก็แคบลงเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้กลายเป็นโลกตีบและโลกตัน 555
เราใช้ชีวิตเป็นห้วงๆค่ะ ทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อนๆก็ทยอยแต่งงานไปเรื่อยๆ พออายุซัก32 แทนที่จะเริ่มหาผู้ชายมากินเป็นตัวเป็นคนดันไปติดAFอยู่ตั้ง4-5ปี กร๊ากก ห้วงชีวิตช่วงนี้ก็ห่างหายไปจากเพื่อนฝูง พอเลิกติดAF หันกลับมามองเพื่อนๆ กรรม ไอ้ที่แต่งงานกันไปแล้วดูหาความสุขกันไม่ค่อยเจอเลยง่ะ หลายคู่ยังต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ลูกเพิ่งเข้าโรงเรียนก็มี กำลังโตเป็นหนุ่มสาาวก็มี ผัวมีเมียน้อยก็ตั้งหลายคน ไอ้เรื่องหวานแหววแบบวันแรกๆที่เราได้เห็นมันแต่งงานมันหายไปไหนหมดฟระ ลองเทียบดูกับตัวเราตอนนี้ โห เราสบายทั้งตัว สบายทั้งใจ เรื่องเงินทองเราก็ไม่ได้ลำบาก ประกอบกับเหตุการณ์สำคัญที่สุดคือ2-3ปีมานี่พ่อแม่เราแก่ลงไปมากค่ะ แม่ก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง จากคนตื่นสายพอแม่ลอกต้อต้องตื่นตี5 ล้างตาให้แม่ทุกวันเพราะแม่ตื่นเช้าเราต้องตื่นมาคอย พอได้ทำไปเรื่อยๆเรารู้สึกว่าชีวิตเรามีคุณค่าขึ้นค่ะ บำบัดอาการวัยทองของเราเองไปในตัว 555
อีกอย่างเรื่องลูกก็ไม่เคยอยู่ไหนหัว ยิ่งดูแลพ่อกับแม่มากเท่าไหร่เราก็ยิ่งไม่อยากมีลูกมากขึ้นเท่านั้น เราคิดค่ะว่าลูกคือห่วง ห่วงพ่อแม่ยังแค่นี้ห่วงลูกจะแค่ไหน?? คิดได้งี้แระก็ไม่รู้จะแต่งงานไปทำไม ^____^
แสดงความคิดเห็น
ถามสาวๆนะคะ เคยกันคิดมั๊ยว่าอายุเท่าไหร่จะเลิกคิดเรื่องแต่งงานแล้ว?
บางคนก็มักจะบอกว่าเราเลือกมาก หาคนเพอร์เฟ็ค
บางคนก็ถามว่าแฟนไม่ขอเธอแต่งเหรอ หรือว่าไม่กลัวเหรออายุเยอะแล้วจะมีลูกยาก
บางคนก็อวดนิดว่าแฟนตัวเองยังคุยกันเรื่องแต่งงานแล้วเลย
เราเองก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่ง แต่ก็เป็นคนที่มีความสุขในสถานะปัจจุบันมากๆ
ก็เลยไม่คิดเผื่ออนาคตซักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ใจก็อยากมีลูกเหมือนกัน
เราเห็นเพื่อนรุ่นพี่บางคนพูดว่า อายุเยอะแล้วเลิกคิดเรื่องนี้แล้ว ( ทั้งๆที่พี่เค้ายังดูไม่แก่อะไรเลย อายุก็เพิ่ง 34-35)
เราก็เลยมานั่งคิดว่า ถ้าเราอยู่จนถึงวันนั้นเราควรเลิกคิดเลยรึป่าว
หรือคนอื่นเค้าก็ยังแต่งงานกันตอนอายุเยอะๆกัน
สาวๆคิดยังไงบ้างคะ
ป.ล. เลือกแท็กถามห้องแป้งด้วย เพราะมีสาวๆสวยๆอยู่เยอะ เผื่อได้ความคิดเห็นหลายๆมุมมองค่ะ