ครับ ได้ดูแล้ว (เพิ่งมาอ่านกระทู้ต่างๆ ตามหลัง หลังจากดูหนัง ว่ามี 3D ต้องไปดุใหม่อีกรอบ)
o_0....^___^
นึกเสียว่าหนังเรื่องนี้คือ หนังสือเล่มหนึ่ง ในชั้นหนังสือ นะครับ
มันก็มีหลายหมวดหมู่ หลากหลายตัวเลือก
จริตความชอบ กับ ความรู้สึก ของผู้ดู ผู้อ่านแตกต่างกัน
คิดง่ายๆนะครับ เมื่อคุณ เปิดการ์ด แบบป๊อบอัพ
การที่คุณเห็นชั้นกระดาษที่ตัด เป็นรูปเป็นร่าง หลากหลายคุณชอบมันมากแค่ไหน
หนังก็เหมือนกันครับ ให้ความสุขเราในชั่วจังหวะเวลาที่ทำให้คนดูอิ่มและมีความสุขในจังหวะและเวลาหนึ่ง
สุขอย่างหนึ่ง คือเขาได้ผสมสารสีชมพู ให้กับคนที่ดู หากเป็นหนังสือนอกเวลาเล่มหนึ่ง
ผมว่าเป็นหนังสือนอกเวลาที่ดีใช้ได้เล่มหนึ่งทีเดียว
ครั้นกลับไปเข้าชั้นเรียนในชีวิตปกติของพวกคุุณ ครูก็อาจถามคำถามกลับมาว่า
เธอได้อะไรจากสิ่งที่เธออ่านในหนังสือเล่มนี้ ผมขอตอบว่า การมีเพื่อนที่จริงใจ ทำให้เราได้เพื่อนรักที่เรารัก
และรักเราจริงๆ เป็นการตอบแทน
คนเราจะรักกัน ต้องมีเพื่อนหนุนนำ
หนังบอกกับความรู้สึกผมว่า คนเรารักกัน เพียงลำพัง 2คนไม่ได้ มันต้องได้เพื่อน หรือเป็นเพื่อนรักกันก่อน
หนังเรื่องนี้ ยังสอนความหวังดี และให้ดีกับจิตใจคน แม้จะอยู่ ชั้นต่ำที่สุด แต่คุณก็สามารถมีความสุขที่สุดได้
ดั่งเช่น มรดกทางความรู้ ผ่านความรัก ที่มีต่อคน รุ่นสู่รุ่น เช่นหนังสือ ที่เป็นมรดกที่ ยายสอนหลาน
ว่าแม่ของหลานจะส่งต่อมรดกชิ้นนี้ให้หลาน ซึ่งเนื้อแท้มันคือความรัก แล้วมันก็ทำให้สิ่งประดิษฐ์ผ่านขั้นตอนที่ยากเย็นมาได้
แม้มันจะใช้เวลา ชั่วนานแสนนานก็ตาม นี่ละมั่งที่ทำให้ชีวิตของเด็กๆ ที่เป็นเพื่อนๆ รุ่นเล็กๆ ของพระเอก ยังตามติดและสนใจ
พี่ชายคนนี้ตลอดมา ซึ่งไม่ใช่เพียงพี่ชายคนนี้ที่เก่ง แต่เขามีความจริงใจให้กับทุกคนนั่นเอง
เด็กๆ เมื่อได้เห็น เครื่องบินกระดาษพับ บินได้ นั่นก็ส่งผลต่อจิตใจให้เด็กๆ มีความสุข
ลองคิดดูซิครับ ความแร้นแค้นยังมีเป็นชีวิตประจำวันของพวกเขาอยู่เลย
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้
แต่ ความสุขเพียงเล็กน้อยยนี้ มันบินได้ มันเป็นการบินแห่งความสุข ของทุกผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่นี่ไงครับ
เป็นการดูที่ไม่อยากปฏิเสธ ความสุขเล็กๆ น้อยเหล่านี้
มันให้ความหวัง กำลังใจ และไม่ท้อแท้ ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ใช่เหรอครับ
Upside Down นิยามรัก2โลก กับสิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้ อยากแชร์ให้เพื่อนๆในห้องหนังต่างประเทศ และห้องปรัชญา
o_0....^___^
นึกเสียว่าหนังเรื่องนี้คือ หนังสือเล่มหนึ่ง ในชั้นหนังสือ นะครับ
มันก็มีหลายหมวดหมู่ หลากหลายตัวเลือก
จริตความชอบ กับ ความรู้สึก ของผู้ดู ผู้อ่านแตกต่างกัน
คิดง่ายๆนะครับ เมื่อคุณ เปิดการ์ด แบบป๊อบอัพ
การที่คุณเห็นชั้นกระดาษที่ตัด เป็นรูปเป็นร่าง หลากหลายคุณชอบมันมากแค่ไหน
หนังก็เหมือนกันครับ ให้ความสุขเราในชั่วจังหวะเวลาที่ทำให้คนดูอิ่มและมีความสุขในจังหวะและเวลาหนึ่ง
สุขอย่างหนึ่ง คือเขาได้ผสมสารสีชมพู ให้กับคนที่ดู หากเป็นหนังสือนอกเวลาเล่มหนึ่ง
ผมว่าเป็นหนังสือนอกเวลาที่ดีใช้ได้เล่มหนึ่งทีเดียว
ครั้นกลับไปเข้าชั้นเรียนในชีวิตปกติของพวกคุุณ ครูก็อาจถามคำถามกลับมาว่า
เธอได้อะไรจากสิ่งที่เธออ่านในหนังสือเล่มนี้ ผมขอตอบว่า การมีเพื่อนที่จริงใจ ทำให้เราได้เพื่อนรักที่เรารัก
และรักเราจริงๆ เป็นการตอบแทน
คนเราจะรักกัน ต้องมีเพื่อนหนุนนำ
หนังบอกกับความรู้สึกผมว่า คนเรารักกัน เพียงลำพัง 2คนไม่ได้ มันต้องได้เพื่อน หรือเป็นเพื่อนรักกันก่อน
หนังเรื่องนี้ ยังสอนความหวังดี และให้ดีกับจิตใจคน แม้จะอยู่ ชั้นต่ำที่สุด แต่คุณก็สามารถมีความสุขที่สุดได้
ดั่งเช่น มรดกทางความรู้ ผ่านความรัก ที่มีต่อคน รุ่นสู่รุ่น เช่นหนังสือ ที่เป็นมรดกที่ ยายสอนหลาน
ว่าแม่ของหลานจะส่งต่อมรดกชิ้นนี้ให้หลาน ซึ่งเนื้อแท้มันคือความรัก แล้วมันก็ทำให้สิ่งประดิษฐ์ผ่านขั้นตอนที่ยากเย็นมาได้
แม้มันจะใช้เวลา ชั่วนานแสนนานก็ตาม นี่ละมั่งที่ทำให้ชีวิตของเด็กๆ ที่เป็นเพื่อนๆ รุ่นเล็กๆ ของพระเอก ยังตามติดและสนใจ
พี่ชายคนนี้ตลอดมา ซึ่งไม่ใช่เพียงพี่ชายคนนี้ที่เก่ง แต่เขามีความจริงใจให้กับทุกคนนั่นเอง
เด็กๆ เมื่อได้เห็น เครื่องบินกระดาษพับ บินได้ นั่นก็ส่งผลต่อจิตใจให้เด็กๆ มีความสุข
ลองคิดดูซิครับ ความแร้นแค้นยังมีเป็นชีวิตประจำวันของพวกเขาอยู่เลย
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้
แต่ ความสุขเพียงเล็กน้อยยนี้ มันบินได้ มันเป็นการบินแห่งความสุข ของทุกผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่นี่ไงครับ
เป็นการดูที่ไม่อยากปฏิเสธ ความสุขเล็กๆ น้อยเหล่านี้
มันให้ความหวัง กำลังใจ และไม่ท้อแท้ ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ใช่เหรอครับ