เด็กมหิดลคนเหงา ๆ นั้งวาดภาพงานฝีมือแก้เหงา ด้วยภาพวาดวิทยาศาสตร์ ดอกพุทธรักษา เหยี่วรุ่ง พร้อมความรู้ดีดี

หากเอ๋ยถึงดอกไม้มงคล สีเหลืองทอง เด่นสง่าสวยงาม มีนามเป็นมงคล อันหมายถึง พระพุทธเจ้าทรงปกป้องคุ้มครอง ซี่งคงจะเป็นดอกไม้ชนิดไหนไม่ได้ นอกจาก ดอกไม้มงคลที่มีชื่อว่าดอกพุทธรักษา (ในกลุ่มนี้มีดอกพุทธรักษา ธรรมรักษา สังฆรักษา) ดอกไม้มงคลที่มีสีสวยสด และผูกพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทย อันเป็นดอกไม้ของพ่อ ด้วยสีเหลืองสดใส อันเป็นสีประจำวัน พระราชสมภพขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พ่อที่ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย เป็นดอกไม้ที่เสมือนดอกไม้ที่แสดงออกถึงความเคารพรัก และศรัทธา บูชาต่อพ่อ ผมขอนำภาพวาดดอกไม้ของพ่อ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ดอกไม้ประจำจังหวัดชุมพร
ดอกพุทธรักษา
ชื่อสามัญ Butsarana
ชื่อวิทยาศาสตร์ Canna indica Linn.
วงศ์ CANNACEAE
ลักษณะทั่วไป
พุทธรักษาเป็นพรรณไม้ล้มลุก เนื้ออ่อนอวบน้ำ ลำต้นสูงประมาณ 1–2 เมตร มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า เหง้า เจริญเติบโต โดยแตกหน่อเป็นกอคล้ายกล้วย ใบมีขนาดใหญ่สีเขียวโคนใบและปลายใบรีแหลม ขอบใบเรียบ กลางใบเป็นเส้นนูนเห็นชัด ใบมีก้านใบยาวเป็นกาบใบหุ้มลำต้นซ้อนสลับกัน ออกดอกเป็นช่อตรงส่วนยอดของลำต้น ช่อดอกยาวประมาณ 15–20 เซนติเมตร ประกอบด้วยดอก 8–10 ดอก และมีกลีบดอกบางนิ่ม ขนาดของดอกและสีสันแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์
การขยายพันธุ์ การเพาะเมล็ด, แยกหน่อ
สภาพที่เหมาะสม ดินร่วนซุย แสงแดดจัดกลางแจ้ง
ถิ่นกำเนิด ประเทศอินเดีย
ภาพวาดสีน้ำโดยพัลลภ อนุสนธิ์พรเพิ่ม

เหยี่ยวรุ้ง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพวาดสีน้ำ พัลลภ อนุสนธิ์พรเพิ่ม
เหยี่ยวรุ้ง


สถานะการอนุรักษ์ ความเสี่ยงต่ำ (IUCN 3.1)[1]
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร:    Animalia  ไฟลัม:    Chordata  ชั้น:    Aves  อันดับ:    Accipitriformes  วงศ์:    Accipitridae  สกุล:    Spilornis  สปีชีส์:    S. cheela
ชื่อทวินาม Spilornis cheela (Latham, 1790)
เหยี่ยวรุ้ง หรือ อีรุ้ง (อังกฤษ: Crested serpent-eagle; ชื่อวิทยาศาสตร์: Spilornis cheela) เป็นนกล่าเหยื่อขนาดกลางจำพวกเหยี่ยวที่พบได้ในป่าในทวีปเอเชียเขตร้อน มีการกระจายพันธุ์กว้าง ด้วยความที่นกในสกุลนี้กินอาหารหลัก คือ งู จึงได้ชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า "Serpent-eagle" (เหยี่ยวงู หรือ อินทรีงู)
เหยี่ยวรุ้งเป็นนกล่าเหยื่อขนาดกลาง ขนาดลำตัวยาวประมาณ 51-71 เซนติเมตร มีแผ่นหนังสีเหลืองสดใสบริเวณโคนปากไปจนถึงดวงตา ขนบริเวณท้ายทอยค่อนข้างยาวคล้ายมีขนหงอนที่หัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายพัดเป็นสีดำลายซีดสีขาว ที่เมื่อเวลาโกรธหรือขู่คู่ต่อสู้ให้กลัวจะแผ่ออก[3] ลำตัวด้านบนเป็นสีน้ำตาลเข้ม โดยเฉพาะที่ปีกจะมีจุดสีขาวกระจายอยู่ ลำตัวด้านล่างเป็นสีน้ำตาลและมีลายจุดสีขาวกระจายอยู่ทั่วไป ตัวที่โตเต็มวัยขณะบินจะเห็นแถบกว้างสีขาวที่หาง และใต้ปีกชัดเจน
การกระจายพันธุ์และถิ่นอาศัย พบในอินเดีย, จีน, ไหหลำ, ไต้หวัน, พม่า, ไทย, อินโดจีน, มาเลเซีย ในประเทศไทยพบได้ทุกภาคในปริมาณปานกลาง จึงมีชนิดย่อยมากถึง 20 ชนิด (ดูในตาราง) อาศัยอยู่ตามป่าที่ราบและตามป่าบนยอดเขาใกล้ ๆ แหล่งน้ำต่าง ๆ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535[4]

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่