มีคนที่ทำงานเป็นแรงงานรายวันที่ดีใจกับนโยบายนี้ แต่ก็มีบางจัวหวัดที่ไม่ได้ปฎิบัติตามเพราะเป็นกิจการเจ้าของคนเดียวไม่ใช่ หจก บจก และ บมจ แต่ก็มีลูกจ้างที่คิดจะไปโวยว่าไม่ได้ตามที่รัฐบาลประกาศ นายจ้างก็บอกว่าทำตามก็ได้นะ แต่ต้องลดพนักงานเหลือครึ่งจาก 6 คน เหลือ 3 คน ทุกคนก็เงียบๆกันไป เพราะรายได้โดยปกติก็ได้กัน 200++ บาทอยู่แล้วจะโวยให้ได้เพิ่มมานิดหน่อยและมีคนตกงานก็ไม่คุ้ม
ราคาสินค้ามีการปรับเพิ่มสูงขึ้นซึ่งมันก็เป็นเหตุเป็นผลกันต้นทุนสูงขึ้น กำไรลดลงนักธุรกิจคงไม่ยอม แต่การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนนั้นมันก็ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน คือรายได้ของคนที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าเงินเฟ้อ แต่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าเงินเฟ้อ ทำให้ดูเหมือนมีรายได้มากขึ้น และเหมาะสมกับรายจ่าย แต่ถ้ามานั่งคิดเลขแบบง่ายๆระดับประถม ก็จะทำให้ทราบได้เลยว่าจริงๆแล้วมันแย่กว่าเดิมอีก โดนภาพล่วงตามของรายได้หลอก
ทำให้มีคนถามหาและคิดเล่นถึงวิถีคนในยุคก่อนที่ทองบาทละ 400 บาท ข้าวราดแกงราคา 50 สต. แต่เป็นไปไม่ได้แล้ว ก็ยังมีคนที่นำแนวคิดในประเทศเพื่อนบ้านที่เจริญแล้วในแถบเอเชีย ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30K - 100K++ และราคาสินค้าก็แพงมากแต่คุณภาพชีวิตคนก็ดีขึ้น ทุกคนยินดีและยอมรับ แต่ทำไมเมืองไทยบ้านเราที่น่าอยู่ทำไม่ได้ ก็เพราะเรานำแนวคิดมาใช้แบบประชานิยม ครึ่งบกครึ่งน้ำ เลยทำให้ไปไม่รอด คือ
- ระบบสาธราณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเจริญแล้ว มีความพร้อมความสะดวก มากกว่าประเทศไทยเยอะมาก
- พื้นฐานการศึกษาที่มีคุณภาพผมไม่ได้ถึงวัดว่าคนที่เรียนจบแล้วมีปริญญานะครับ เพราะที่มีปริญญาไม่มีคุณภาพก็เยอะ บางคนสู้คนสมัยก่อนที่จบป4 ยังไม่ได้นะ คือมีความรู้+ความคิด ที่จะดำรงชีพ ประกอบอาชีพให้อยู่รอด อยู่ในศีลธรรม จริยธรรม และมีสามัญสำนึก คือเป็นพลเมือง ไม่ใช่ประชาชน
จริงแล้วมันยังมีอีกหลายข้อ แต่สิ่งที่ผมจะสื่อคือเมืองไทยมีการเพิ่มรายได้ในส่วนที่เป็นต้นทุนการผลิตโดยตรง
และไม่สอดคล้องกับตลาดโลก ทำให้สินค้ามีต้นทุนสูงกว่าที่อื่น การพัฒนาการศึกษายังไม่ดีพอ ระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่ดีพอ ทำให้ทุกๆกิจกรรมในประเทศมีต้นทุน ซึ่งจริงแล้วควรได้รับการดูแล สนับสนุนจากรัฐบาล แต่ก็มีนักการเมืองที่โกงกิน หาเสียงด้วยประชานิยม ไม่คิดให้รอบคอบถึงผลได้ผลเสีย ทำให้การแข่งขันที่จะผลิตสิ้นค้าและส่งออกไปขายทำไม่ได้เพราะราคาสิ้นค้าแพงกว่าที่อื่น การตลาดของประเทศที่จะทำรายได้มาช่วยเหลือผู้ผลิตทั้งเกษตร และอุตสาหกรรมอื่น ไม่เก่งทำให้ของขายไม่ได้ มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ ทำให้ธุรกิจต้องเลิกจ้าง ปิดกิจการ ย้านฐานการผลิต ซึ่งมันก็ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่
ถ้าต้องการให้คนประเทศอยู่ดีกินดี มีรายได้มากขึ้น ก็ควรจะดูประเทศเพื่อนบ้านด้วยว่าเราแข่งขันกับเขาได้ไหม ทั้งราคา และคุณภาพ
เศรษฐศาสตร์กับค่าแรง 300 บาท
ราคาสินค้ามีการปรับเพิ่มสูงขึ้นซึ่งมันก็เป็นเหตุเป็นผลกันต้นทุนสูงขึ้น กำไรลดลงนักธุรกิจคงไม่ยอม แต่การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนนั้นมันก็ยังต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน คือรายได้ของคนที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าเงินเฟ้อ แต่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าเงินเฟ้อ ทำให้ดูเหมือนมีรายได้มากขึ้น และเหมาะสมกับรายจ่าย แต่ถ้ามานั่งคิดเลขแบบง่ายๆระดับประถม ก็จะทำให้ทราบได้เลยว่าจริงๆแล้วมันแย่กว่าเดิมอีก โดนภาพล่วงตามของรายได้หลอก
ทำให้มีคนถามหาและคิดเล่นถึงวิถีคนในยุคก่อนที่ทองบาทละ 400 บาท ข้าวราดแกงราคา 50 สต. แต่เป็นไปไม่ได้แล้ว ก็ยังมีคนที่นำแนวคิดในประเทศเพื่อนบ้านที่เจริญแล้วในแถบเอเชีย ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30K - 100K++ และราคาสินค้าก็แพงมากแต่คุณภาพชีวิตคนก็ดีขึ้น ทุกคนยินดีและยอมรับ แต่ทำไมเมืองไทยบ้านเราที่น่าอยู่ทำไม่ได้ ก็เพราะเรานำแนวคิดมาใช้แบบประชานิยม ครึ่งบกครึ่งน้ำ เลยทำให้ไปไม่รอด คือ
- ระบบสาธราณูปโภค โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเจริญแล้ว มีความพร้อมความสะดวก มากกว่าประเทศไทยเยอะมาก
- พื้นฐานการศึกษาที่มีคุณภาพผมไม่ได้ถึงวัดว่าคนที่เรียนจบแล้วมีปริญญานะครับ เพราะที่มีปริญญาไม่มีคุณภาพก็เยอะ บางคนสู้คนสมัยก่อนที่จบป4 ยังไม่ได้นะ คือมีความรู้+ความคิด ที่จะดำรงชีพ ประกอบอาชีพให้อยู่รอด อยู่ในศีลธรรม จริยธรรม และมีสามัญสำนึก คือเป็นพลเมือง ไม่ใช่ประชาชน
จริงแล้วมันยังมีอีกหลายข้อ แต่สิ่งที่ผมจะสื่อคือเมืองไทยมีการเพิ่มรายได้ในส่วนที่เป็นต้นทุนการผลิตโดยตรง
และไม่สอดคล้องกับตลาดโลก ทำให้สินค้ามีต้นทุนสูงกว่าที่อื่น การพัฒนาการศึกษายังไม่ดีพอ ระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่ดีพอ ทำให้ทุกๆกิจกรรมในประเทศมีต้นทุน ซึ่งจริงแล้วควรได้รับการดูแล สนับสนุนจากรัฐบาล แต่ก็มีนักการเมืองที่โกงกิน หาเสียงด้วยประชานิยม ไม่คิดให้รอบคอบถึงผลได้ผลเสีย ทำให้การแข่งขันที่จะผลิตสิ้นค้าและส่งออกไปขายทำไม่ได้เพราะราคาสิ้นค้าแพงกว่าที่อื่น การตลาดของประเทศที่จะทำรายได้มาช่วยเหลือผู้ผลิตทั้งเกษตร และอุตสาหกรรมอื่น ไม่เก่งทำให้ของขายไม่ได้ มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ ทำให้ธุรกิจต้องเลิกจ้าง ปิดกิจการ ย้านฐานการผลิต ซึ่งมันก็ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่
ถ้าต้องการให้คนประเทศอยู่ดีกินดี มีรายได้มากขึ้น ก็ควรจะดูประเทศเพื่อนบ้านด้วยว่าเราแข่งขันกับเขาได้ไหม ทั้งราคา และคุณภาพ