จริงๆแล้ว เราอาจจะไม่ได้ต้องการค่าแรงที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องการค่าครองชีพที่ถูกลงใช่ไหมคะ

จากกระทู้แนะนำ ทำให้คิดอะไรได้หลายๆอย่าง
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2012/05/H12104094/H12104094.html

แม่เราเล่าให้ฟังว่าสมัยแม่รับราชการใหม่ๆ เงินเดือนแค่ 3 พัน แม่ยังอยู่ได้   
ข้าว-ก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 สตางค์


เราเองก็โตขึ้นมาในยุคที่ทันเห็นน้ำมันลิตรละ ไม่ถึง 10 บาท  เราเฝ้ามองราคาน้ำมันทุกวันเพราะปั๊มน้ำมันเป็นทางผ่านไปโรงเรียน

มันขึ้นป้ายใหญ่ๆ ให้เราเห็นราคามันพุ่งขึ้นๆ   มีอยู่วันนึงที่เราตัดสินใจเลิกมอง เพราะจากน้ำมันราคาไม่ถึง 10 บาท พุ่งไป 15 บาท ในชัวข้ามคืน  จากนั้นเราก็ไม่สนใจดูมันอีก    หันมาดูอีกทีมันก็ไต่ขึ้นไป 30 กว่าบาทแล้ว  

ค่าข้าวสมัยเด็กเรายังซื้อได้จานละ  3 บาทเลยค่ะ  เดี๋ยวนี้หาไม่ได้แล้วเนอะ  ลูกอม 3 เม็ดบาท หายไปแล้ว  
เงิน 1 บาทตอนนี้ ซื้ออะไรไม่ได้อีกต่อไป

วันนี้เรามองเงินกระเป๋าเรา มีเศษเหรียญ 50 สตางค์ 25 สตางค์ ในกระเป๋าเงินเรา ที่มันเยอะขึ้นเพราะเวลาไปซื้อของแม่ค้าไม่รับเหรียญพวกนี้

เราเองก็ได้แต่คิดในใจว่า     สมัยก่อนมันซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ตั้ง 1 ชามเชียวนะ


ปล. ขอเพิ่มเติมนิดนึงอาจไม่เกี่ยวกับกระทู้แต่อยากเล่า แม่เราไปมาเลเซียมา ซื้อขนมอัลมอลต์เคลือบช๊อคโกแลตที่ห่อด้วยกระดาษสีทองนะค่ะ มาฝากเรากับหลานๆ หลายกล่องใหญ่  เราก็ถามว่า แม่ซื้อมาทำไมเยอะแยะ มันแพงไม่ใช่เหรอ กล่องนึงตั้ง 400 กว่าบาท  แม่บอกว่า เหรอ 400 เหรอ  แม่เห็นเพื่อนแม่ซื้อกัน แม่เลยซื้อตาม  แต่ที่นั่นขาย 200 เองนะ...

เราเลยถึงบางอ้อว่าทำไมแม่ซื้อมาหลายกล่อง   แม่บอกว่าของที่นั่นปลอดภาษีหลายอย่าง   ก็เลยซื้อได้ถูก...
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่