เจ้าของ SME ปี 2556 นี้ปรับตัวยังไงกันบ้างครับ

กระทู้สนทนา
ผมทำธุรกิจ เปิดร้านเป็นบุคคลธรรมดา เกี่ยวกับ การบริการด้าน IT เป็นหลัก มีทั้งซ่อม,ขาย PC , Notebook etc., ติดตั้งระบบ CCTV, LAN, Wireless, PABX รวมถึงเดินสาย Fiber Optic หรือ ติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคารด้วยครับ ปีนี้ที่เปิดกิจการมาเป็นปีที่ 8 แล้ว และมีผมกับแฟน (บัญชี) ทำกัน 2 คนเท่านั้น ผมไม่มีลูกจ้างประจำครับ
แต่หากมีงาน Project ใหญ่ๆ ผมมักจะจ้างลูกน้องเก่า หรือพรรคพวก รุ่นน้องมาช่วยกัน โดยจ้างเป็นครั้งคราวไป หากมีงานเล็กๆ น้อยๆ ผมมีน้องที่เคยฝึกงานว่าง ก็มาช่วยครับ ให้เป็นครั้งคราว หรือราย Job เช่นกัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ในแต่ละเดือน อาจจะมีงานที่ต้องใช้คนช่วยแค่ 2-3 ครั้ง/ เดือนเท่านั้น  ดังนั้นจึงยังมองไม่เห้นความสำคัญของการมีลูกจ้างประจำ
       ผลกำไร ต่อปี โดยเฉลี่ย หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ทั้งค่ากับข้าว, ค่าไฟฟ้า, โทรศัพท์, ค่าผ่อนรถ(ปีนี้หมดแล้ว),ผ่อนบ้าน ประกันชีวิต ของผมและลูกอีก 2 คน (ประมาณ 53,xxx บ.)  และอื่นๆ จิปาถะ อยู่ระหว่าง 240K-280K ครับ
        ส่วนรายได้หลักนั้น มาจากงานประมูล และการบริการ เป็นหลักครับ   และอาชีพเสริมคือ มีสวนยาง 20 ไร่ ได้ผลตัดแล้ว 10 ไร่ อีก 10 ไร่เพิ่งปลูกยาง ได้ 1 ปี ต้องรออีก 5-6 ปี กว่าจะได้รับผลครับ
         ส่วนพ่อ กับแม่นั้นไม่ต้องส่่ง ครับเป้นข้าราชการ บำนาญทั้งคู่ ผมจึงไม่มีภาระต้องผ่อนหรือต้องส่งใคร

สิ่งที่ผมคิดว่า ผมต้องปรับตัวในปีนี้คือ

1. เรื่องการ Stock สินค้าจาก่อนนี้ จะ Stock สินค้ามากๆ ตอนนี้ ผมไม่ได้ Stock Spare part ไว้มากนักครับ เนื่องจากหากขายไม่ได้ สินค้าพวกนี้มักจะตกรุ่นเร็ว และจำต้องลดราคาลงมา โดยเฉพาะตัวที่มักจะตกรุ่นง่ายๆ พวก External HDD., Mainboard หรือ แม้กระทั่ง CPU แต่มีสินค้าใน Stock ประมาณ 20,000 บ. ครับ  แต่สามารถวิ่งไปเอา อะไหล่ เหล่านั้นจากร้านขายส่ง (ราคาเท่ากับที่ซื้อใน กทม.) แค่ 10 นาที จาก ร้านผม  (ตอนนี้มีร้านคู่แข่งผุดขึ้นมาเยอะๆ มากๆ ครับ)
2. จะมองหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ คือหน่วยงานราชการเป็นหลัก เนื่องจากลุ่มนี้ มักไม่ค่อยจะมีบุคลากรทางด้าน IT มากนัก โดยจะเข้าไป Service เป็นรายครั้งหรือ แบบ Maintenence รายเดือน ก็ตามตกลง และมีความแน่นอนเรื่องการชำระมาก
3. ผมคงจะเน้นงานประมูล คือซื้อมาขายไป และ/หรือติดตั้งอุปกนณ์ด้วย ให้มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว เนื่องจาก ผลกำไร ประมาณ 12%-18% ต่อครั้ง
4. สำคัญที่สุดคือ หากหารายรับเพิ่มไม่ได้ ต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก
          ฟังดูเหมือนจะพอไปได้นะครับ แต่ตอนนี้ผมมีปัญหาที่หาทางออกไม่ได้คือ  เด็กๆ ที่เคยช่วยผมทำงานนั้นตอนนี้ ไปหางานที่อื่น ที่มีรายได้สูงกว่า, และยอมรอ งานเป็นครั้งคราวไม่อยากเป้นลูกจ้างประจำ (เนื่องจากผมเพิ่งรับสมัครและให้ได้ แค่ 6,000 บ. สำหรับช่างไฟ วุฒิ ปวส. ส่วน เรื่อง ช่างคอมนั้น ไม่ต้องจ้างครับผม ทำเอง)

คำถามคือ
1. ผมควรจะหาเด็กเป็นช่างไฟฟ้า วุฒิ ปวส. สักคนดีมั้ย หรือรอดูสภาวะเศรษฐกิจ โดยรวม ไป 3-4 เดือน ก่อน?
2. จะหาเด็กฝึกงานจาก สถานศึกษามา ทดลองงาน หากทำงานเข้าตา เมื่อจบแล้วจะรับเข้าทำงาน?
3. ยอมหาช่างเก่งๆ แบบมืออาชีพ ค่าแรง ต่อเดือน เกือบหมื่น แต่ต้องเสี่ยงว่า จะต้องวิ่งหางาน Project ให้ได้ในแต่ละเดือน ดูท่าแล้วน่าจะเหนื่อย  -*-'
4. หรือ ทำงานแบบ ประมาณตัวเองว่าทำได้ ไม่ต้องหาลูกจ้างประจำ ให้ปวดหัว?


ปล. จังหวัดที่ผมอยู่ทางใต้ ค่าครองชีพแพง มากๆ ครับ น้องๆ จากภูเก็ตเลย เป็นจังหวัดที่มี เกาะ พีพี ครับ ดังนั้นค่าแรงที่บอกว่า 300 นั้นจริงๆแล้วมันเกินกว่า 300 มานานหลายปีแล้วครับ

อ่านกระทู้มานานพอสมควร เพิ่งจะตั้งจริงๆ ก็คราวนี้แหละ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่