(Y) อีกไม่เท่าไร..เรื่องร้ายๆก็จะจบ แต่ก็ไม่จบ (ภาค3)

กระทู้คำถาม
...เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องราวสมัยเรียนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว... (แค่อยากจะบ่นหรือระบายเท่านั้น ไม่มีสาระใดๆ)
*********************************************************************************
ภาค 1 >> http://www.pantip.com/topic/30002236
ภาค 2 >> http://www.pantip.com/topic/30003647

.... และแล้ววันที่ผมสามารถลืมเรื่องราวทุกอย่างได้ก็มาถึง ความเจ็บปวดที่เคยมีมันไม่ยอนกลับมาอีกแล้ว
ถึงแม้ผมจะได้เห็นเขา ผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีก ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องคิดมาก ผมได้แต่ทำตัวให้ลืมเรื่องราวต่างๆให้หมดๆไป
อีกไม่กี่วันก็ปิดเทอม และอีกเพียง 1 เทอมก็จะเรียนจบ ไม่ต้องพบเจออะไรอีกแล้ว

.... แต่แล้วในช่วงเวลาที่ผมลืมเขาได้อย่างสนิท ผมก็ได้เจอกับรุ่นน้องคนหนึ่ง เป็นเด็กปี 1 เรียนอยู่คนละแผนกกัน
เขาเป็นคนน่ารักมากๆ มากจนอดคิดึงเขาไม่ได้ แต่ผมก็เหมือนจะมีความทรงจำเรื่องราวเก่าๆ เกี่ยวกับการไม่กล้าจีบ
ครั้งนี้ผมจึงตัดสินใจที่จะลองดูสาักครั้ง จะลองรวบรวมความกล้าจีบน้องเขาดู แต่ผมก็ไม่กล้าพอ
ผมไม่ได้ล้มเลิกความตั้งใจ ผมพยายามทุกหนทางเพื่อรู้จักเขาให้ไ้ด้
ตามสเต็ปวัยรุ่นวัยเรียน ก็ให้เพื่อนเป็นสื่อกลางให้ ผมขอให้เพื่อนไปขอเบอร์น้องเขามา แต่แล้วก็ไม่สำเร็จ
น้องเขาไม่ยอมให้เบอร์มา แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าน้องเขาชื่ออะไร

ผมยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจอยู่เพียงเท่านั้น ผมพยายามคิดว่าควรจะทำอย่างไรดีจึงจะได้รู้จักน้องเขา
สิ่งเดียวที่ผมคิดได้ตอนนั้นคือ ในเมื่อเพื่อนช่วยไม่สำเร็จ คงต้องลุยด้วยตนเ้อง
หลายครั้งที่ผมเจอน้องเขา และพยายามจะเรียกชื่อน้องเขา พยายามเรียกให้น้องเขาหันมามอง
แต่ทุกครั้งเมื่อผมเรียกชื่อเขา ผมก็กลายเป็นรูปปั้น นิ่ง เฉย แัละไม่ยอมทำอะไรต่อ
ส่วนหนึ่งก้มาจากการอายที่เขาอยู๋กับเพื่อนๆเป็นกลุ่ม
.... ในที่สุดวันที่เป็นโอกาสก็มาถึง เมื่อเขาเดินอยู่คนเดียว และเหมือนจะเดินไปเรียนต่อที่ตึกไหนสักแห่ง
ผมวิ่งตามเขาไปอย่างรวดแล้วพยายามจะเรียกเขา ... แต่แล้วโอกาสนั้นก็หายไป เมื่อผมเรียกชื่อเขา ผมก็กลายเป็นรูปปั้นเหมือนเดิม

ตอนนี้ผมรู้สึกท้อที่สุด รู้สึกว่าทำไมตัวผมถึงไม่กล้าที่จะเรียกน้องเขา
แต่ว่าเรื่องราวของผมมันเหมือนกับอะไรสักอย่าง การที่ผมพยายามจะจีบน้องเขา กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่
บรรดาเพื่อนๆ และคนที่รู้จักผมต่างรู้เรื่องราว แล้วเอาไปเมาส์กันอย่างเมามันส์
(ตอนนั้นถ้าในโรงเรียนมีใครเป็นกระเทย หรือเป็นเกย์ จะกลายเป็นคนดังของโรงเรียนทันที เพราะกระเทยที่นั่นชอบนินทาชาวบ้านกันมากๆ)

ในวันหยุด ขณะที่ผมนั่งเล่นคอมอยู่ที่บ้าน ก็มีเสียงทักทายผ่าน Hi5 มา
เป็นคำทักทายของกระเทยที่สวยที่สุดในโรงเรียน (เหมือนผู้หญิงมาก) เขาชื่อ เจเจ แต่เพื่อนๆเรียกว่า เฟียส เป็นชื่อในวงการกระเทย
เขาถามผมว่า "จีบน้อง***หรอ"
ผมถามว่าทำไมถึงรู้เรื่องนี้ละ เขาก็พูดให้ฟังว่าเรื่องของผมมันกลายเป็นเรื่องทอปออฟเดอะทาวน์ในโรงเรียนไปแล้ว
ตั้งแต่ที่ผมไปสวิงกิ้งกับแฟนคนเก่า แล้วโดนบอกเลิก จนมาจีบน้องคนนี้ คนเขารู้กันทั้งโรงเรียน
อย่าว่าแต่เรื่องของผมเลย เรื่องของเขาเองก็โดนเอาไปนินทาเสียๆหาย ด้วยคนคนเดียวกัน
(คนนั้นเป้นกระเทยที่ไม่สวยเลยสักนิด แต่พยายามทำตัวให้สวย และจะคอยนินทา หรือหาเรื่องใส่ร้ายกระเทยที่สวยกว่า หรือเกย์ที่สามารถหาแฟนได้ จนเหล่าบรรดากระเทยในโรงเรียนเกลียดกันทั้งโรงเรียน แต่ไม่มีใครพูดต่อหน้าเขา และทำตัวเหมือนปกติ)

เจเจถามผมว่า อยากได้เบอรืน้องเขาไหม ตอนนั้นผมตกใจว่าเจเจมีเบอร์น้องเขาด้วยหรอ ก็ตอบไปอยากได้
เจเจก็บอกว่า ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวจัดให้ วันต่อมาเจเจให้เพื่อนเขาไปขอเบอร์น้องเขามา
อย่าเรียกว่าขอเลย เรียกว่าบังคับให้เอาเบอร์มาจะดีกว่า หลายๆคนคงรู้ว่ากระเทยนิสัยเป็นยังไง พูดอะไรตรงๆ ไม่อาย ไม่ลีลาอะไรทั้งนั้น
ตอนแรกน้องเขาก็ไม่ให้ แต่คนนั้นเขาก็บังคับให้ส่งเบอร์มา จนน้องเขาต้องยอมให้เบอร์

และแล้วในที่สุดผมก็ได้เบอร์น้องเขามา หลังจากที่ผมได้เบอร์น้องเขา ผมพยายามทใจอยู่หลายชั่วโมง
แต่ผมก็รอนานมากไม่ได้ เพราะผมก็คิดถึงเขามากเหลือเกิน สุดท้ายผมก็ตัดสินใจโทรไปหาน้องเขา
ตอนที่โทรไปก็คุยและถามตามปกติ เช่น ทำอะไรอยู่ อยู่ที่ไหน เป็นต้น
แล้วในครั้งแรกที่ผมโทรไปหาเขา ตอนนั้นเขากำลังนั่งเล่นดอทเออยู่ที่ร้านเกมส์ ผมตัดสินใจที่จำถามเขาทันที่ว่า ...
"ชอบผู้หญิงหรือชอบผู้ชาย" ... เขาตอบมาอย่างไม่ลังเล แต่ก็ตอบแบบไม่ได้สนใจว่าคำถามนั้นมันสำคัญอะไร
"ชอบผู้ชาย.. เอ้ยยย ชอบผู้หญิงดิ" ตอนแรกเขาก็ตอบว่าชอบผู้ชาย แต่เหมือนในทันทีที่พูดออกไปสติก็กลับมา รีบเปลี่ยนคำพูดใหม่
อารมณ์ตอนนั้นผมก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ได้แอ๊บว่าชอบผู้หญิงหรอก เขาตอบผิดจริงๆ ตอนนั้นผมไม่รู้สึกผิดหวังอะไรเลย
รู้สึกดีใจที่ได้คุยมากกว่า เราคุยโทรศัพท์ด้วยกันอยู่หลายวัน จนวันหนึ่งผมตัดสินใจที่จะขอไปเจอเขา เพื่อให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น

.... วันนั้นเป็นวันอะไรสักอย่าง น่าจะเป้นวันสอบมั้งผมไม่แน่ใจ จำได้ว่า โรงเรียนเลิกเร็ว 10ดมงก็เลิกแล้ว และมีนักเรียนไปน้อยมากๆ
ผมเดินออกมานอกโรงเรียนแล้วก็รีบโทรหาน้องเขาทันที ผมถามน้องเขาว่าทำอะไรอยู่ และอยู่ที่ไหน
เขาก็ตอบมาว่ากำลังนั่งทำรายงานที่ร้านเนตหน้าโรงเรียนอยู่ ตอนนั้นเราก็แค่คุยโทรศัพท์กัน
สักพักที่เราคุยกัน แผนการก็ผมก็เริ่มขึ้น ผมบอกน้องเขาว่าไม่อยากกลับบ้าน ไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้ไปไหนดี เดี๋ยวไปหาที่ร้านได้ไหม
ตอนแรกเขาก็บอกว่าไม่ต้องมา จะมาทำอะไร ไม่มีอะไรให้ทำที่นี่หรอก ประมาณนั้น
แต่ผมก็ตื้อจะไปหาให้ได้ จนน้องเขายอมบอกว่าจะมาก็มา ผมรีบวางสายแล้วเดินไปหาน้องเขาที่ร้านทันที
ผมเดินเข้าร้านไป เป็นร้านเนตหลังตึกอีกทีหนึ่ง ร้านเนตเปิดสำหรับให้นักเรียนมานั่งทำรายงานโดยเฉพาะ ชั่นล่างมีอยู่ 6 เครื่อง
ทั้ง 6 เครื่องมีคนนั่งทำรายงานอยู๋หมเลย เขานั่งอยู่เครื่องที่ 2 จากหน้าประตู ผมก็เดินเข้าไปนั่งข้างหลังเขา (เอาเก้าอี้เล็กมานั่ง)
โดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมมาแล้ว ผมก็นั่งอยู๋เฉยๆไม่ได้ทำอะไร จนน้องเขาหันไปหันมาเหมือนกำลังมองหาอะไรสักอย่าง
น้องเขาก็เลยหันมาเห็นผมนั่งอยู่ข้างหลัง ผมก็ยิ้มให้แล้วก็ขำๆ
ในตอนนั้นผมก็เขินๆ ไม่กล้าที่จะพูดอะไรทั้งนั้น แต่น้องเขาเหมือนจะไม่รู้สึกอะไร ก็ชวนผมคุยปกติ
จนน้องเขาทำรายงานเสร็จ เราก็เดินออกมาจากร้าน ผมขอน้องเขาเดินออกหลังร้านแทน
เพราะที่หน้าร้าน ถ้าเดินออกไปหน่อยจะเป็นที่ชุมนุมของพวกนักเลงในโรงเรียน และก็มีกระเทยที่ปากมากคนนั้นอยู่ในกลุ่มด้วย
ผมเกรงว่าเขามันเห็นผมกับน้องเขาเิดินออกมาด้วยกันต้องเป้นขี้ปากต่อแน่ๆ ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวไปเจอกันที่ด้านนอกนะ
แต่น้องเขาก็เดินตามผมมา แล้วออกไปทางหลังร่้านด้วยกัน
(ร้านนี้เป็นแบบสามารถเข้า-ออกได้ทั้ง 2 ทาง ไว้สำหรับเด็กหนีเรียนมานั่งเล่นคอมด้วย)

ตอนนั้นยังไม่เย็นเลย แค่บ่ายสองโมงกว่าๆเอง ต่างคนก็ต่างยังไม่อยากกลับบ้านก็เลยไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุดในดรงเรียนกัน
จนถึงประมาณ 4 โมงเย็นก็ออกมา แล้วไปนั่งเล่นเกมส์ที่ร้านเนตหน้าโรงเรียนด้วยกัน จนถึง 6 โมงเย็น
เราก็เลิกเล่นแล้วออกจากร้านมา น้องเขาต้องกลับบ้านตอน 6 โมงเย็นทุกวัน เพราะแม่เขาจะมารับเวลานั้น
ผมก็ไปส่งน้องเขาขึ้นรถกลับบ้าน ก็ได้เจอกับแม่ และน้องชายของเขาด้วย ก็เลยทักทายกันตามประสา
หลังจากนั้นผมก็กลับบ้าน แล้วผมกับน้องเขาก็มีโทรคุยกันตอนกลางคืนบ้าง
คุยไปเรื่อย คุยแบบไม่มีเหตุผล แต่ก็ไม่ไดุ้คุยทุกวันหรอกนะ

ตอนนั้นผมรู้สึกดีใจแบบสุดชีวิตเลย ว่าทำไมทั้งๆที่ความหวังมันได้หายไปจากผมแล้ว
จู่ๆมันก็กลับมาเองโดยผมไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย ผมแทบจะตัดใจไปแล้วด้วยซ้ำ
และแล้วเรื่องราวของผมกับน้องเขาก็ได้ดำเนินต่อไป เป็นเหมือน Story ที่น่าสมเพสตัวเองมากที่สุด...

...เรื่องราวครั้งนี้ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ระหว่างผมกับน้องเขายังมีการพัฒนาไปอีกมาก มากจนผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามันจะถึงขนาดนี้...
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่