ออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าไม่ได้เป็นนักจารณ์มืออาชีพนะ เพียงแต่ว่าช่วงนี้มีหลายๆคนเป็นเหมือนกันคือหลังจากที่ฟังรอบแรกจบจะเกิดอาการมึนตึ้บแบบว่า "สิ่งนี้มันคืออะไรฟะเนี่ย !?" รู้สึกเครียดเพราะเพลงมันเข้าถึงได้ยากจริงๆ ผมเลยลองค้นข้อมูลดูในอินเตอร์เน็ตซึ่งก็มีผู้เสนอทฤษฎีที่น่าสนใจหลายอันมากมาใช้ในการตีความเพลง ตอนนี้หลังจากศึกษาดูสักพักก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่เพลงนี้ต้องการนำเสนอและคิดว่าน่าจะโอเคแล้ว หลังจากนั้นเมื่อลองฟังใหม่อีกครั้งผมรู้สึกว่าเพลงนี้มันสนุกมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลย... ดังนั้นเพื่ออรรถรสที่ดีในการรับฟังผมแนะนำให้ทุกคนทำดังนี้ครับ
1. หากคุณเป็นโซวอนคงไม่ต้องอะไรมาก พยายามเปิดใจให้กว้างอย่ายึดติดกับภาพลักษณ์แบบน่ารักๆแบบเดิม แต่ถ้าคุณไม่ใช่โซวอนก็อยากให้อย่าเอาไปเปรียบเทียบประเภทว่าก๊อปเพลงนู้นเพลงนี้มา เพราะแนวเพลงมันไม่ใช่การก๊อปปี้แต่มันเป็นอะไรที่ทุกคนสามารถหยิบมาใช้ได้หมด
2. หาคำแปลเพลงนี้ เพื่อความเข้าใจในสารที่เพลงต้องการจะสื่อ ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้มาโพสไว้เยอะมากทั้งในเน็ตหรือในท่อ
ผมว่าคนที่ฟังไปรอบแรกต้องรู้สึกเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ IGAB มันเหมือนเอาเพลง 2 เพลง 3 เพลง หรือบางคนบอก 5 เพลงมายำรวมกันทำให้เกิดความลำบากในการปรับจริตในการฟัง, อาการหาฮุคไม่เจอ หรืออื่นๆอีกมากมาย...
ดังนั้นต้องเข้าใจคอนเซปป์ก่อนว่าเพลงนี้ต้องการจะสื่อให้เห็น ถึงการซุบซิบ นินทาในหมู่สาวๆ หากนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงตอนเรียนมหาลัยแล้วคุณอยู่หอกับเพื่อนสนิท 3-4 คน เวลาเมาท์กันเรื่องนู่นเรื่องนี่สัพเพเหระนี่มักจะเมาท์กันได้ทั้งคืนรู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว มีใครเคยเป็นแบบนี้มั่งมั๊ยเอ่ย?
มาลงตัวเพลงกันเลยนะครับ... (ขอให้นึกฉากที่สาวๆทั้ง 9 อยู่ด้วยกันที่หอและกำลังมีปาร์ตี้เล็กๆด้วยกัน)
มาท่อนแรกดนตรียังเป็นแบบ ตึ้บ ตึ้บสื่อให้เห็นอารมณ์สงสัย ยูริกับซูยองลุกขึ้นมาแร๊พเปิดประเด็นเมาท์ก่อนเลยเกี่ยวกับความสงสัยว่าเพื่อนของเธอ (สมมุติให้เพื่อนคนนั้นเป็นฟานี่แล้วกัน) ลุกขึ้นมาปฏิวัตตัวเองตั้งแต่หัวจดเท้ามันเพราะอะไรกัน จากนั้นดนตรีเริ่มสดใสมากขึ้นเพราะตอนนี้ทุกคนพร้อมเข้าร่วมวงสนทนาแล้ว โดยที่มีทั้ง แทแท นุ้งซอ สิก้า และซันนี่แสดงความเห็นพร้อมกับฟันธงว่าฟานี่กำลังมีความรักแน่นอนเพราะแสดงออกมาชัดเจนมากๆ... ฟานี่ไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อถูกคาดคั้น... ในเพลงจะมาถึงตอนที่ Ayo! Stop! let me put it down another way...พอดี
--- ดนตรีช่วงนี้เปลี่ยนไป beat เร่งเร็วมากขึ้นแสดงถึงเนื้อเรื่องความสดใสและความคาดหวังที่เต็มเปี่ยม ---
ฟานี่ตัดสินใจยอมรับกับเพื่อนๆแล้วว่ากำลังคบหากับผู้ชายคนนึงที่ perfect มากๆทั้งหล่อ, รวย, และใจดี เป็นคนที่สุดยอดมากๆ....
จากนั้น แทแท, ซันนี่ และยุนอา เป็นตัวแทนคำพูดและความรู้สึกของฟานี่ในการแชร์เรื่องผู้ชายคนนี้ให้เพื่อนๆฟัง ยกตัวอย่างเช่น ฟานี่เล่าว่าผู้ชายคนนี้อยากเห็นใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางของเธอซึ่งเธอไม่มั่นใจเท่าไร โดยที่ฮโยยอนออกมาห้ามไว้บอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมต้องรอให้เค้าตกหลุมรัก 100% ก่อนถึงค่อยยอมให้ดู .... จากนั้นวงเมาท์เริ่มออกรสชาติมากขึ้น บางคนในกลุ่มบอกว่าถ้าคุยเรื่องผู้ชายคนนี้นะคุยได้ทั้งคืน 555+++ น้องซอออกมาเล่าต่อว่าได้ยินว่าผู้ชายคนนี้นะยังหนุ่มอยู่เลยแต่มีความเป็นผู้ใหญ่ม๊ากๆ ฟานี่ยิ้มพร้อมกับบอกว่าเค้าน่ะเป็นคนที่พึ่งพาได้นะและก็มีมุมที่น่ารักอีกตะหาก กรี๊ดๆ โดยที่เพื่อนๆในวงหันมายิ้มแบบขำๆบอกว่ายัยนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ แต่ถึงฟานี่จะออกตัวแรงขนาดนี้แต่ในบางมุมเธอก็ยังรู้สึกในแง่ลบไม่ค่อยมั่นใจมั่นใจเท่าไร....
---- ดนตรีเปลี่ยนจังหวะอีกครั้ง Beat ช้าลง ไฟในฉากดับเป็นท่อนที่ฟานี่ออกมาจับไมค์ แสดงถึงความรู้สึกในแง่ลบที่ยังมีอยู่ในใจของเธอ
ในตอนนี้ความรู้สึกในใจจะถูกถ่ายทอดโดย ฟานี่และแทยอน โดยที่บ่นน้อยใจแฟนคนนี้ของเธอเหมือนกันเพราะไม่ค่อยแสดงออกว่ารักเธอเท่าไรเลย จะทำให้เค้าหึงเล่นๆดีมั๊ยน่า!? หรือจะหยุดความรู้สึกนี้ด้วยการบอกเลิกไปเลยดี? แต่ยังไงก็ตามเจสสิก้าเป็นตัวแทนความรู้สึกด้านบวก ออกมาบอกทำนองที่ว่าโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกหรอก เธอน่ะโชคดีแค่ไหนแล้วนะที่..... don't stop, let's bring it back to 140 มีแฟนที่หล่อ,รวย,และใจดี ....
(อนึ่งเป็นลูกเล่นที่สร้างสรรค์มากเกี่ยวกับ 140 เพราะ 140 สามารถตีความหมายเป็น 140 bpm หรือเป็นความเร็วของจังหวะดนตรีในช่วงที่แสดงถึงความหวังและความสดใส หรือบางคนตีความว่าให้ย้อนกลับไปท่อนนาทีที่ 1.40 ซึ่งปรากฏว่าเป็นท่อนฮุคนั้นเป๊ะเลย)
จากนั้นเป็นบริดจ์สุดท้ายซึ่งดนตรีจะแสดงให้เห็นถึงความฮึกเหิมและมั่นใจ สิก้าพูดต่อว่าดีแค่ไหนแล้วที่มีแฟนที่อยู่ข้างกายเธอและรับฟังปัญหาทุกอย่างของเธอแค่เค้าแสดงออกไม่เก่งไม่เห็นเป็นไรเลย โดยน้องซอออกมาสรุปปิดท้ายเป็นการตัดสินใจของฟานี่ที่ในที่สุดก็คิดได้แล้วว่าจะไม่ยอมให้ความอึดอัดเล็กน้อยในใจมาบดบังความดีส่วนใหญ่ในตัวของเค้าไป อยู่กับเค้ายังไงก็ต้องมีความสุขแน่นอน..... Happy Ending
(จากนั้นก็จะวนฮุคที่ 140 bpm จนจบเพลง)
เป็นไงมั่งครับ... เพลงใหม่ของสาวๆ มันล้ำและลึกมากๆ การใช้ดนตรีมาสื่ออารมณ์เป็นช่วงๆแบบนี้แล้วให้ฟังดูกลมกลืนและสนุกไม่ง่ายเลยนะครับต้องใช้ความสร้างสรรค์สุดยอด ยังไงหวังว่าพอเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆแล้วเพื่อนๆจะสนุกกับการฟังเพลง IGAB มากขึ้นนะครับ
วิเคราะห์เจาะลึกเพลง I Got A Boy นะครับ ใครยังมีปัญหาในการฟังไม่สามารถเข้าถึงได้ลองเข้ามาแชร์กันครับ
1. หากคุณเป็นโซวอนคงไม่ต้องอะไรมาก พยายามเปิดใจให้กว้างอย่ายึดติดกับภาพลักษณ์แบบน่ารักๆแบบเดิม แต่ถ้าคุณไม่ใช่โซวอนก็อยากให้อย่าเอาไปเปรียบเทียบประเภทว่าก๊อปเพลงนู้นเพลงนี้มา เพราะแนวเพลงมันไม่ใช่การก๊อปปี้แต่มันเป็นอะไรที่ทุกคนสามารถหยิบมาใช้ได้หมด
2. หาคำแปลเพลงนี้ เพื่อความเข้าใจในสารที่เพลงต้องการจะสื่อ ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้มาโพสไว้เยอะมากทั้งในเน็ตหรือในท่อ
ผมว่าคนที่ฟังไปรอบแรกต้องรู้สึกเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ IGAB มันเหมือนเอาเพลง 2 เพลง 3 เพลง หรือบางคนบอก 5 เพลงมายำรวมกันทำให้เกิดความลำบากในการปรับจริตในการฟัง, อาการหาฮุคไม่เจอ หรืออื่นๆอีกมากมาย...
ดังนั้นต้องเข้าใจคอนเซปป์ก่อนว่าเพลงนี้ต้องการจะสื่อให้เห็น ถึงการซุบซิบ นินทาในหมู่สาวๆ หากนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงตอนเรียนมหาลัยแล้วคุณอยู่หอกับเพื่อนสนิท 3-4 คน เวลาเมาท์กันเรื่องนู่นเรื่องนี่สัพเพเหระนี่มักจะเมาท์กันได้ทั้งคืนรู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว มีใครเคยเป็นแบบนี้มั่งมั๊ยเอ่ย?
มาลงตัวเพลงกันเลยนะครับ... (ขอให้นึกฉากที่สาวๆทั้ง 9 อยู่ด้วยกันที่หอและกำลังมีปาร์ตี้เล็กๆด้วยกัน)
มาท่อนแรกดนตรียังเป็นแบบ ตึ้บ ตึ้บสื่อให้เห็นอารมณ์สงสัย ยูริกับซูยองลุกขึ้นมาแร๊พเปิดประเด็นเมาท์ก่อนเลยเกี่ยวกับความสงสัยว่าเพื่อนของเธอ (สมมุติให้เพื่อนคนนั้นเป็นฟานี่แล้วกัน) ลุกขึ้นมาปฏิวัตตัวเองตั้งแต่หัวจดเท้ามันเพราะอะไรกัน จากนั้นดนตรีเริ่มสดใสมากขึ้นเพราะตอนนี้ทุกคนพร้อมเข้าร่วมวงสนทนาแล้ว โดยที่มีทั้ง แทแท นุ้งซอ สิก้า และซันนี่แสดงความเห็นพร้อมกับฟันธงว่าฟานี่กำลังมีความรักแน่นอนเพราะแสดงออกมาชัดเจนมากๆ... ฟานี่ไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อถูกคาดคั้น... ในเพลงจะมาถึงตอนที่ Ayo! Stop! let me put it down another way...พอดี
--- ดนตรีช่วงนี้เปลี่ยนไป beat เร่งเร็วมากขึ้นแสดงถึงเนื้อเรื่องความสดใสและความคาดหวังที่เต็มเปี่ยม ---
ฟานี่ตัดสินใจยอมรับกับเพื่อนๆแล้วว่ากำลังคบหากับผู้ชายคนนึงที่ perfect มากๆทั้งหล่อ, รวย, และใจดี เป็นคนที่สุดยอดมากๆ....
จากนั้น แทแท, ซันนี่ และยุนอา เป็นตัวแทนคำพูดและความรู้สึกของฟานี่ในการแชร์เรื่องผู้ชายคนนี้ให้เพื่อนๆฟัง ยกตัวอย่างเช่น ฟานี่เล่าว่าผู้ชายคนนี้อยากเห็นใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางของเธอซึ่งเธอไม่มั่นใจเท่าไร โดยที่ฮโยยอนออกมาห้ามไว้บอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมต้องรอให้เค้าตกหลุมรัก 100% ก่อนถึงค่อยยอมให้ดู .... จากนั้นวงเมาท์เริ่มออกรสชาติมากขึ้น บางคนในกลุ่มบอกว่าถ้าคุยเรื่องผู้ชายคนนี้นะคุยได้ทั้งคืน 555+++ น้องซอออกมาเล่าต่อว่าได้ยินว่าผู้ชายคนนี้นะยังหนุ่มอยู่เลยแต่มีความเป็นผู้ใหญ่ม๊ากๆ ฟานี่ยิ้มพร้อมกับบอกว่าเค้าน่ะเป็นคนที่พึ่งพาได้นะและก็มีมุมที่น่ารักอีกตะหาก กรี๊ดๆ โดยที่เพื่อนๆในวงหันมายิ้มแบบขำๆบอกว่ายัยนี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ แต่ถึงฟานี่จะออกตัวแรงขนาดนี้แต่ในบางมุมเธอก็ยังรู้สึกในแง่ลบไม่ค่อยมั่นใจมั่นใจเท่าไร....
---- ดนตรีเปลี่ยนจังหวะอีกครั้ง Beat ช้าลง ไฟในฉากดับเป็นท่อนที่ฟานี่ออกมาจับไมค์ แสดงถึงความรู้สึกในแง่ลบที่ยังมีอยู่ในใจของเธอ
ในตอนนี้ความรู้สึกในใจจะถูกถ่ายทอดโดย ฟานี่และแทยอน โดยที่บ่นน้อยใจแฟนคนนี้ของเธอเหมือนกันเพราะไม่ค่อยแสดงออกว่ารักเธอเท่าไรเลย จะทำให้เค้าหึงเล่นๆดีมั๊ยน่า!? หรือจะหยุดความรู้สึกนี้ด้วยการบอกเลิกไปเลยดี? แต่ยังไงก็ตามเจสสิก้าเป็นตัวแทนความรู้สึกด้านบวก ออกมาบอกทำนองที่ว่าโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกหรอก เธอน่ะโชคดีแค่ไหนแล้วนะที่..... don't stop, let's bring it back to 140 มีแฟนที่หล่อ,รวย,และใจดี ....
(อนึ่งเป็นลูกเล่นที่สร้างสรรค์มากเกี่ยวกับ 140 เพราะ 140 สามารถตีความหมายเป็น 140 bpm หรือเป็นความเร็วของจังหวะดนตรีในช่วงที่แสดงถึงความหวังและความสดใส หรือบางคนตีความว่าให้ย้อนกลับไปท่อนนาทีที่ 1.40 ซึ่งปรากฏว่าเป็นท่อนฮุคนั้นเป๊ะเลย)
จากนั้นเป็นบริดจ์สุดท้ายซึ่งดนตรีจะแสดงให้เห็นถึงความฮึกเหิมและมั่นใจ สิก้าพูดต่อว่าดีแค่ไหนแล้วที่มีแฟนที่อยู่ข้างกายเธอและรับฟังปัญหาทุกอย่างของเธอแค่เค้าแสดงออกไม่เก่งไม่เห็นเป็นไรเลย โดยน้องซอออกมาสรุปปิดท้ายเป็นการตัดสินใจของฟานี่ที่ในที่สุดก็คิดได้แล้วว่าจะไม่ยอมให้ความอึดอัดเล็กน้อยในใจมาบดบังความดีส่วนใหญ่ในตัวของเค้าไป อยู่กับเค้ายังไงก็ต้องมีความสุขแน่นอน..... Happy Ending
(จากนั้นก็จะวนฮุคที่ 140 bpm จนจบเพลง)
เป็นไงมั่งครับ... เพลงใหม่ของสาวๆ มันล้ำและลึกมากๆ การใช้ดนตรีมาสื่ออารมณ์เป็นช่วงๆแบบนี้แล้วให้ฟังดูกลมกลืนและสนุกไม่ง่ายเลยนะครับต้องใช้ความสร้างสรรค์สุดยอด ยังไงหวังว่าพอเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆแล้วเพื่อนๆจะสนุกกับการฟังเพลง IGAB มากขึ้นนะครับ