
เริ่มแล้ววันนี้! มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 งานที่คอรถห้ามพลาดส่งท้ายปลายปี ผู้จัดงานมั่นใจยอดจองทะลุ 50,000 คันตลอด 10 วันการจัดงาน และนอกจากรถยนต์รุ่นใหม่พาเหรดมาเปิดตัวกันเพียบแล้ว ภายในงานยังมีรถยนต์ต้นแบบ เครื่องเสียง และอุปกรณ์ตกแต่งที่รวมไว้ครบ สะดวกเดินทางด้วยบริการรถรับ-ส่งตลอดงานฟรี
และแล้วเมื่อปฏิทินเดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้ายคาบเกี่ยวต้นเดือนธันวาคม เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นช่วงเวลาของการจัดงานที่คนรักรถทั่วประเทศรอคอย กับ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 หรือ Motor Expo 2012 ซึ่งในปีนี้ก็มาภายใต้คอนเซ็ปต์เก๋ๆ Meet Tomorrow Cars Today หรือยานยนต์วันหน้าที่มาวันนี้ และนอกจากบรรดาค่ายรถกว่า 40 แบรนด์ จะจัดเต็มด้วยการขนทัพรถยนต์รุ่นใหม่มาโชว์กันแบบคับคั่งแล้ว ภายในงานยังเป็นที่เวทีรวมตัวของบรรดาสาวสวยหลากสไตล์จากทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งในปีนี้ น้องคนใดจะประจำอยู่ที่บูธใด คงจะต้องให้คนอ่านไปพิสูจน์กันเอง ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นอกเหนือไปจากการชมน้องและรถยนต์กว่า 200 รุ่นแล้ว ก็คือ บริเวณส่วนจัดแสดงรถยนต์ต้นแบบอนาคต โดยในงานครั้งนี้ ก็มีมาโชว์ตัวด้วยกันถึง 4 คัน จาก 4 แบรนด์ และก็แน่นอนว่า แต่ละคันต้องมีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ซึ่ง 4 คันจาก 4 แบรนด์ที่ว่า จะมีหน้าตาโฉบเฉี่ยวเร้าใจแค่ไหน วันนี้เรามีภาพและข้อมูลมาเรียกน้ำย่อยก่อนไปชมของจริง

Hyundai HED-8
มาเริ่มต้นกันที่คันแรก กับรถยนต์ต้นแบบจากแดนโสม กับ ฮุนได เอชอีดี-8 หรือไอโอนิค รถยนต์ไฮบริดต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุด ผลงานการออกแบบโดยศูนย์พัฒนาวิจัยของ ฮันเด ยุโรป ในประเทศเยอรมันนี เปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ที่ผ่านมา และเปิดตัวในเอเชียเป็นครั้งแรกที่งาน มหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2012 ครั้งนี้
ฮุนได เอชอีดี-8 ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Premium จึงเป็นรถสปอร์ตคูเปแบบ 4 ที่นั่ง ขนาดคอมแพคท์ หรือ C-Segment ที่เน้นหลักแอโรไดนามิคส์ พร้อมหลังคา Pent-House roof และไฟหน้าแบบ LED ประตูแบบสปอร์ตบานใหญ่ ที่เปิดขึ้นทางด้านบน
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ ที่ผลิตแรงม้าได้สูงสุดถึง 61 แรง (45กิโลวัตต์) และมอเตอร์ไฟฟ้า ลิเธียม-ไอออน ขนาด 109 แรงม้า ( 80 กิโลวัตต์) ซึ่งสมรรถนะการใช้งานแบบลูกผสมน้ำมันบวกไฟฟ้า จะทำให้เดินทางได้ไกลถึง 700 กม. โดยมีระดับการคายแก๊ส คาร์บอนไดอ๊อกไซค์เพียง 45 กรัม/ กม. ในขณะที่การใช้งานแบบ ไฟฟ้าล้วน จะสามารถเดินทางได้ไกลสูงสุดถึง 120 กม . ความเร็วสูงสุดของรถต้นแบบลูกผสมไฮบริดเบนซินและไฟฟ้า อยู่ที่ 145 กม./ชม.


Mazda Shinari
คันที่สองของงานส่งประกวดจากค่ายมาสด้า แดนอาทิตย์อุทัย กับ ชินาริ รถสปอร์ตซีดานต้นแบบ 4 ประตู 4 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า Kodo หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว โป่งของซุ้มล้อทั้ง 4 ด้านของชินาริ ถูกออกแบบให้นูนขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงมัดกล้าม และความบึกบึนของตัวรถ ส่วนกระจังหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่และให้มีลักษณะยื่นนูนขึ้นมาเพื่อให้คล้ายกับ 3 มิติ เพื่อความสปอร์ตเร้าใจ และทุกเส้นสายบนกันชนหน้ากระจัง และฝากระโปรงถูกเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว เพื่อให้ตัวรถมีความกลมกลืนและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ส่วนในห้องโดยสารเน้นความสปอร์ต กับเบาะนั่ง 4 ตัว ทรงบัคเกตชีท โดยแผงหน้าปัด และมาตรวัดถูกออกแบบให้โอมล้อมในตำแหน่งคนขับ และการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ จะอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจน ขณะที่ส่วนต่างๆ ของห้องโดยสารเน้นความโอ่อ่าและและโอ่โถง เพื่อความสะดวกสบายขณะเดินทาง

Nissan Esflow
ส่วนคันที่สามที่มาในครั้งนี้ด้วย คือ เอสฟโลว์ จากค่ายนิสสัน รถต้นแบบไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ นิสสัน ลีฟ รถไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก แต่จะอยู่ในรูปลักษณ์แบบ 2 ประตูที่เน้นสมรรถนะการขับอย่างรถสปอร์ต แต่ยังคงเป็นรถยนต์รักษาสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ดีไซน์ภายนอกของ เอสฟโลว์ ยังไม่ทิ้งลายความเป็นรถสปอร์ตคูเป 2 ที่นั่ง ด้วยพื้นที่ด้านหน้ายาวเหมือนกันรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง จุดเด่นของมัน คือการออกแบบเนื้อที่กระจกรอบคันให้มีความปลอดโปร่ง และการหยิบเส้นสายรถสปอร์ตสุดคลาสสิกในอดีต อย่าง แฟร์เลดี้ เชด มาผสมผสานกับรถต้นแบบคันนี้
โครงสร้างตัวถังทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวเหนือบริเวณเพลากลางขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งมอเตอร์แต่ละตัวจะกระจายแรงขับเคลื่อนแยกอิสระ ล้อหลังซ้ายและขวา ทำให้รถต้นแบบคันนี้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 5 วินาที


Tata Megapixel
ปิดท้ายกันคอนเซ็ปต์คาร์ ที่ส่งตรงมาจากอินเดีย กับ ทาทา เมกาพิกเซล รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กสไตล์ชิตี้คาร์ 4 นั่ง ที่มาพร้อมกับชุดเพิ่มกำลังไฟฟ้าให้สามารถใช้งานในระยะทางไกล ซึ่งเป็นผลงานความร่วมมือในการพัฒนาจากศูนย์ออกแบบในอินเดีย สหราชอาณาจักรและอิตาลี
ทาทา เมกาพิกเซล มีการออกแบบไฟหน้าและกระจังหน้ารถ เป็นเส้นสายโค้งมนเข้าซุ้มล้อหน้า ให้ความรู้สึกคล่องตัว มีพลัง ประตูเป็นแบบประตูเลื่อน Double-Sliding แนบไปกับด้านข้างตัวรถ และด้วยการออกแบบที่ปราศจากเสาบี ทำให้กาารเข้า-ออกตัวรถสะดวกสบาย
สำหรับ มอเตอร์ไฟฟ้ามีการแยกการทำงานกันอิสระทั้ง 4 ล้อ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ฟอสเฟท ที่ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้พลังงานน้ำมันเบนซิน ทำหน้าที่ชาร์จกำลังไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องขณะขับขี่ ซึ่งทำให้สมารถใช้งานในระยะทางมากกว่า 900 กม. และขณะเดียวกันก็ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีค่าไอเสียเพียง 22 กรัม/กม. และทำอัตราสิ้นเปลืองได้ที่ 100 กม./ลิตร
ช่วงล่าง ล้อรถสามารถบิดตัวได้มากกว่าการบังคับเลี้ยวทั่วไป อยู่ในแนวใกล้เคียง 0 องศา จากแนวล้อตั้งตรงไปด้านหน้ารถที่ 90 องศา ทำให้มีความคล่องตัวมากสำหรับการใช้งานในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงกลับรถ หรือการเข้าจอดด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 2.8 มม. เท่านั้น

สัมผัสตัวจริงกันแบบเต็มๆ เจอได้ที่งาน Motor Expo ครั้งที่ 29 ตั้งแต่วันนี้- 10 ธันวาคม 2555 เวลา 12.00 - 22.00 น. หรือติดตามรับชมการถ่ายทอดสดงานได้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม เวลา 13.50-15.40 น.
ขอบคุณข้อมูลจาก สูจิบัตรงาน Moror Expo 2012
เริ่มแล้ว! Motor Expo 2012 ครั้งที่ 29 โชว์ครบทั้งรถใหม่และต้นแบบจาก 40 ค่ายดัง
เริ่มแล้ววันนี้! มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 งานที่คอรถห้ามพลาดส่งท้ายปลายปี ผู้จัดงานมั่นใจยอดจองทะลุ 50,000 คันตลอด 10 วันการจัดงาน และนอกจากรถยนต์รุ่นใหม่พาเหรดมาเปิดตัวกันเพียบแล้ว ภายในงานยังมีรถยนต์ต้นแบบ เครื่องเสียง และอุปกรณ์ตกแต่งที่รวมไว้ครบ สะดวกเดินทางด้วยบริการรถรับ-ส่งตลอดงานฟรี
และแล้วเมื่อปฏิทินเดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้ายคาบเกี่ยวต้นเดือนธันวาคม เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นช่วงเวลาของการจัดงานที่คนรักรถทั่วประเทศรอคอย กับ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 หรือ Motor Expo 2012 ซึ่งในปีนี้ก็มาภายใต้คอนเซ็ปต์เก๋ๆ Meet Tomorrow Cars Today หรือยานยนต์วันหน้าที่มาวันนี้ และนอกจากบรรดาค่ายรถกว่า 40 แบรนด์ จะจัดเต็มด้วยการขนทัพรถยนต์รุ่นใหม่มาโชว์กันแบบคับคั่งแล้ว ภายในงานยังเป็นที่เวทีรวมตัวของบรรดาสาวสวยหลากสไตล์จากทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่งในปีนี้ น้องคนใดจะประจำอยู่ที่บูธใด คงจะต้องให้คนอ่านไปพิสูจน์กันเอง ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นอกเหนือไปจากการชมน้องและรถยนต์กว่า 200 รุ่นแล้ว ก็คือ บริเวณส่วนจัดแสดงรถยนต์ต้นแบบอนาคต โดยในงานครั้งนี้ ก็มีมาโชว์ตัวด้วยกันถึง 4 คัน จาก 4 แบรนด์ และก็แน่นอนว่า แต่ละคันต้องมีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ซึ่ง 4 คันจาก 4 แบรนด์ที่ว่า จะมีหน้าตาโฉบเฉี่ยวเร้าใจแค่ไหน วันนี้เรามีภาพและข้อมูลมาเรียกน้ำย่อยก่อนไปชมของจริง
Hyundai HED-8
มาเริ่มต้นกันที่คันแรก กับรถยนต์ต้นแบบจากแดนโสม กับ ฮุนได เอชอีดี-8 หรือไอโอนิค รถยนต์ไฮบริดต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุด ผลงานการออกแบบโดยศูนย์พัฒนาวิจัยของ ฮันเด ยุโรป ในประเทศเยอรมันนี เปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ที่ผ่านมา และเปิดตัวในเอเชียเป็นครั้งแรกที่งาน มหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2012 ครั้งนี้
ฮุนได เอชอีดี-8 ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Premium จึงเป็นรถสปอร์ตคูเปแบบ 4 ที่นั่ง ขนาดคอมแพคท์ หรือ C-Segment ที่เน้นหลักแอโรไดนามิคส์ พร้อมหลังคา Pent-House roof และไฟหน้าแบบ LED ประตูแบบสปอร์ตบานใหญ่ ที่เปิดขึ้นทางด้านบน
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.0 ลิตร แบบ 3 สูบ ที่ผลิตแรงม้าได้สูงสุดถึง 61 แรง (45กิโลวัตต์) และมอเตอร์ไฟฟ้า ลิเธียม-ไอออน ขนาด 109 แรงม้า ( 80 กิโลวัตต์) ซึ่งสมรรถนะการใช้งานแบบลูกผสมน้ำมันบวกไฟฟ้า จะทำให้เดินทางได้ไกลถึง 700 กม. โดยมีระดับการคายแก๊ส คาร์บอนไดอ๊อกไซค์เพียง 45 กรัม/ กม. ในขณะที่การใช้งานแบบ ไฟฟ้าล้วน จะสามารถเดินทางได้ไกลสูงสุดถึง 120 กม . ความเร็วสูงสุดของรถต้นแบบลูกผสมไฮบริดเบนซินและไฟฟ้า อยู่ที่ 145 กม./ชม.
Mazda Shinari
คันที่สองของงานส่งประกวดจากค่ายมาสด้า แดนอาทิตย์อุทัย กับ ชินาริ รถสปอร์ตซีดานต้นแบบ 4 ประตู 4 ที่นั่ง ซึ่งได้รับการพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า Kodo หรือ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว โป่งของซุ้มล้อทั้ง 4 ด้านของชินาริ ถูกออกแบบให้นูนขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงมัดกล้าม และความบึกบึนของตัวรถ ส่วนกระจังหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่และให้มีลักษณะยื่นนูนขึ้นมาเพื่อให้คล้ายกับ 3 มิติ เพื่อความสปอร์ตเร้าใจ และทุกเส้นสายบนกันชนหน้ากระจัง และฝากระโปรงถูกเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว เพื่อให้ตัวรถมีความกลมกลืนและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ส่วนในห้องโดยสารเน้นความสปอร์ต กับเบาะนั่ง 4 ตัว ทรงบัคเกตชีท โดยแผงหน้าปัด และมาตรวัดถูกออกแบบให้โอมล้อมในตำแหน่งคนขับ และการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ จะอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจน ขณะที่ส่วนต่างๆ ของห้องโดยสารเน้นความโอ่อ่าและและโอ่โถง เพื่อความสะดวกสบายขณะเดินทาง
Nissan Esflow
ส่วนคันที่สามที่มาในครั้งนี้ด้วย คือ เอสฟโลว์ จากค่ายนิสสัน รถต้นแบบไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ นิสสัน ลีฟ รถไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก แต่จะอยู่ในรูปลักษณ์แบบ 2 ประตูที่เน้นสมรรถนะการขับอย่างรถสปอร์ต แต่ยังคงเป็นรถยนต์รักษาสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ดีไซน์ภายนอกของ เอสฟโลว์ ยังไม่ทิ้งลายความเป็นรถสปอร์ตคูเป 2 ที่นั่ง ด้วยพื้นที่ด้านหน้ายาวเหมือนกันรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง จุดเด่นของมัน คือการออกแบบเนื้อที่กระจกรอบคันให้มีความปลอดโปร่ง และการหยิบเส้นสายรถสปอร์ตสุดคลาสสิกในอดีต อย่าง แฟร์เลดี้ เชด มาผสมผสานกับรถต้นแบบคันนี้
โครงสร้างตัวถังทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวเหนือบริเวณเพลากลางขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งมอเตอร์แต่ละตัวจะกระจายแรงขับเคลื่อนแยกอิสระ ล้อหลังซ้ายและขวา ทำให้รถต้นแบบคันนี้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 5 วินาที
Tata Megapixel
ปิดท้ายกันคอนเซ็ปต์คาร์ ที่ส่งตรงมาจากอินเดีย กับ ทาทา เมกาพิกเซล รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กสไตล์ชิตี้คาร์ 4 นั่ง ที่มาพร้อมกับชุดเพิ่มกำลังไฟฟ้าให้สามารถใช้งานในระยะทางไกล ซึ่งเป็นผลงานความร่วมมือในการพัฒนาจากศูนย์ออกแบบในอินเดีย สหราชอาณาจักรและอิตาลี
ทาทา เมกาพิกเซล มีการออกแบบไฟหน้าและกระจังหน้ารถ เป็นเส้นสายโค้งมนเข้าซุ้มล้อหน้า ให้ความรู้สึกคล่องตัว มีพลัง ประตูเป็นแบบประตูเลื่อน Double-Sliding แนบไปกับด้านข้างตัวรถ และด้วยการออกแบบที่ปราศจากเสาบี ทำให้กาารเข้า-ออกตัวรถสะดวกสบาย
สำหรับ มอเตอร์ไฟฟ้ามีการแยกการทำงานกันอิสระทั้ง 4 ล้อ ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ฟอสเฟท ที่ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้พลังงานน้ำมันเบนซิน ทำหน้าที่ชาร์จกำลังไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องขณะขับขี่ ซึ่งทำให้สมารถใช้งานในระยะทางมากกว่า 900 กม. และขณะเดียวกันก็ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีค่าไอเสียเพียง 22 กรัม/กม. และทำอัตราสิ้นเปลืองได้ที่ 100 กม./ลิตร
ช่วงล่าง ล้อรถสามารถบิดตัวได้มากกว่าการบังคับเลี้ยวทั่วไป อยู่ในแนวใกล้เคียง 0 องศา จากแนวล้อตั้งตรงไปด้านหน้ารถที่ 90 องศา ทำให้มีความคล่องตัวมากสำหรับการใช้งานในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงกลับรถ หรือการเข้าจอดด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 2.8 มม. เท่านั้น
สัมผัสตัวจริงกันแบบเต็มๆ เจอได้ที่งาน Motor Expo ครั้งที่ 29 ตั้งแต่วันนี้- 10 ธันวาคม 2555 เวลา 12.00 - 22.00 น. หรือติดตามรับชมการถ่ายทอดสดงานได้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม เวลา 13.50-15.40 น.
ขอบคุณข้อมูลจาก สูจิบัตรงาน Moror Expo 2012