วันนี้อยากจะขอเล่าประสบการณ์ในการตรวจโรคสักหน่อย
ซึ่งในเรื่องจะไม่มีการพาดพิงถึงบุคคลใดๆ หรือโรงพยาบาลใดๆ
เรื่องที่อยากจะเล่า คือ ประสบการณ์ในการตรวจโรคหนองใน
ที่อยากเล่าเพราะคิดว่า คงสามารถสะท้อนอะไรในสังคมได้บ้าง
เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ ป้องกันภัยจากการติดโรค
เรื่องมีอยู่ว่า ตัวเองได้มีโอกาสรักษาโรคหนองในให้คนไข้มาหลายคนในหลายปีนี้
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเป็นเพศชาย (ผู้หญิงอาจเป็นพาหะที่ไม่มีอาการ จึงไม่ได้มารักษา)
อายุ มีตั้งแต่ 14ปี จนถึง 50กว่าปี ส่วนใหญ่มักมี คู่นอนมากกว่า 1คน
ที่น่าตกใจคือ คนไข้กลุ่มเด็ก school-age เยอะมาก
คนไข้กลุ่ม school-age ล้วนแต่ทราบว่าควรใส่ถุงยางอนามัย แต่ก็ไม่ได้ใส่
เพราะ... คิดว่าเราเป็นคนแรกของเขา ค่อนข้างไว้ใจ ใส่ถุงไม่สะดวก
เมื่อซักถามถึงเรื่องไม่กลัวท้อรียนเหรอ
คนไข้ตอบว่า ใช้วิธีหลั่งนอก
เมื่อถามถึงเรื่องไม่กลัวติดเอดส์เหรอ
คนไข้ตอบว่า ไม่ทราบ แต่คิดว่าคนเป็นเอดส์น่าจะโทรมหรือมีผื่นขึ้นตามตัว
????? เรื่องนี้สะท้อนอะไรได้บ้าง ?????
ต้องบอกก่อนว่า นี่ไม่ใช่งานวิจัย กลุ่มคนไข้ไม่มากพอ
และไม่อาจเป็นตัวแทนของคนไข้ school-age ในสังคมได้
แต่อย่างไรก็ดี... ก็พอจะบอกได้ว่า ยังมีคนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจ และยังไม่เห็นความสำคัญของถุงยางอนามัยเท่าที่ควร
การหลั่งนอก ก็มีโอกาสท้องได้
ความไว้ใจและไม่ป้องกันนำมาซึ่งการติดโรคได้
คนเป็นเอดส์ไม่จำเป็นต้องโทรมหรือมีผื่นเสมอไป (ส่วนใหญ่โทรมในระยะท้ายๆของโรค)
นอกจากนี้หลังจากรักษาโรคหนองในแล้ว
คนไข้ส่วนใหญ่ไม่มาตามนัดตรวจ antiHIV กับ syphilis เลย (แม้ว่าจะย้ำแล้ว)
ดังนั้น อาจมีคนไข้จำนวนนึงที่ เสี่ยงตรคแต่ไม่รู้ตัว ปะปนอยู่ในสังคม!!!!!!!!
.
.
.
ทุกวันนี้มันไม่ใช่ "ไม่รู้" แต่บางคนถึงหลายๆคน "ยังไม่ใส่ใจเพียงพอ หรือยังไม่ตระหนัก"
รณรงค์ หรือการศึกษา มันก็มากมายแล้ว แต่ก็...
ที่เหลือก็ได้แต่ระวังตัวเอง และเตือนคนรอบข้างให้ safe sex ให้ใช้ถุงยางอนามัย
สุดท้ายนี้อยากบอกว่า ทุกคนมีส่วนช่วยสังคมโดยการ safe sex และใช้ถุงยางโดยเริ่มจากตัวเองนะครับ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
โชคดีปีใหม่นะครับ
เรื่องเล่าเตือนใจ เตือนภัยในสังคม
ซึ่งในเรื่องจะไม่มีการพาดพิงถึงบุคคลใดๆ หรือโรงพยาบาลใดๆ
เรื่องที่อยากจะเล่า คือ ประสบการณ์ในการตรวจโรคหนองใน
ที่อยากเล่าเพราะคิดว่า คงสามารถสะท้อนอะไรในสังคมได้บ้าง
เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ ป้องกันภัยจากการติดโรค
เรื่องมีอยู่ว่า ตัวเองได้มีโอกาสรักษาโรคหนองในให้คนไข้มาหลายคนในหลายปีนี้
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเป็นเพศชาย (ผู้หญิงอาจเป็นพาหะที่ไม่มีอาการ จึงไม่ได้มารักษา)
อายุ มีตั้งแต่ 14ปี จนถึง 50กว่าปี ส่วนใหญ่มักมี คู่นอนมากกว่า 1คน
ที่น่าตกใจคือ คนไข้กลุ่มเด็ก school-age เยอะมาก
คนไข้กลุ่ม school-age ล้วนแต่ทราบว่าควรใส่ถุงยางอนามัย แต่ก็ไม่ได้ใส่
เพราะ... คิดว่าเราเป็นคนแรกของเขา ค่อนข้างไว้ใจ ใส่ถุงไม่สะดวก
เมื่อซักถามถึงเรื่องไม่กลัวท้อรียนเหรอ
คนไข้ตอบว่า ใช้วิธีหลั่งนอก
เมื่อถามถึงเรื่องไม่กลัวติดเอดส์เหรอ
คนไข้ตอบว่า ไม่ทราบ แต่คิดว่าคนเป็นเอดส์น่าจะโทรมหรือมีผื่นขึ้นตามตัว
????? เรื่องนี้สะท้อนอะไรได้บ้าง ?????
ต้องบอกก่อนว่า นี่ไม่ใช่งานวิจัย กลุ่มคนไข้ไม่มากพอ
และไม่อาจเป็นตัวแทนของคนไข้ school-age ในสังคมได้
แต่อย่างไรก็ดี... ก็พอจะบอกได้ว่า ยังมีคนส่วนหนึ่งไม่เข้าใจ และยังไม่เห็นความสำคัญของถุงยางอนามัยเท่าที่ควร
การหลั่งนอก ก็มีโอกาสท้องได้
ความไว้ใจและไม่ป้องกันนำมาซึ่งการติดโรคได้
คนเป็นเอดส์ไม่จำเป็นต้องโทรมหรือมีผื่นเสมอไป (ส่วนใหญ่โทรมในระยะท้ายๆของโรค)
นอกจากนี้หลังจากรักษาโรคหนองในแล้ว
คนไข้ส่วนใหญ่ไม่มาตามนัดตรวจ antiHIV กับ syphilis เลย (แม้ว่าจะย้ำแล้ว)
ดังนั้น อาจมีคนไข้จำนวนนึงที่ เสี่ยงตรคแต่ไม่รู้ตัว ปะปนอยู่ในสังคม!!!!!!!!
.
.
.
ทุกวันนี้มันไม่ใช่ "ไม่รู้" แต่บางคนถึงหลายๆคน "ยังไม่ใส่ใจเพียงพอ หรือยังไม่ตระหนัก"
รณรงค์ หรือการศึกษา มันก็มากมายแล้ว แต่ก็...
ที่เหลือก็ได้แต่ระวังตัวเอง และเตือนคนรอบข้างให้ safe sex ให้ใช้ถุงยางอนามัย
สุดท้ายนี้อยากบอกว่า ทุกคนมีส่วนช่วยสังคมโดยการ safe sex และใช้ถุงยางโดยเริ่มจากตัวเองนะครับ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
โชคดีปีใหม่นะครับ