เอามาจาก facebook ของพี่คนนึงอีกทีครับ
**********************
ต่อไปนี้คนเราก็ไม่ต้องทำในสิ่งที่ดีแล้วหรือ ??
หญิงสูงวัยท่านหนึ่ง ท่านมีหน้าที่ดูแลญาติผู้ใหญ่ที่ชรามากแล้ว ท่านจะต้องพาญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ไปโรง
พยาบาลตามกำหนดนัดหมายของหมอ แต่ในวันนั้น ก่อนไปโรงพยาบาลท่านได้แวะที่ตู้เอทีเอ็มย่านจรัล
สนิทวงศ์เพื่อกดเงินไปสำรองจ่าย เมื่อเข้าไปในตู้พบว่ามีกระเป๋าถือผู้หญิงวางอยู่ตรงเคาท์เตอร์ที่กดเงิน
ท่านมองหาเจ้าของ มองหา รปภ.เพื่อจะสอบถามว่ามีใครลืมกระเป๋าบ้างมั้ย..แต่ไม่มีผู้คนสักเท่าไหร่ แถม
รปภ.ก็ไม่ได้อยู่ ณ จุดตรงนั้น ท่านเลยตัดสินใจ ว่าถ้าทิ้งกระเป๋าไว้ อาจจะโดนมิจฉาชีพเอาไป ท่าน
เลยหยิบเอากระเป๋าใบนั้นมา เพื่อจะเอาไปแจ้งความที่โรงพัก แล้วมันก็ใกล้กำหนดเวลาที่นัดหมายหมอ
ด้วยภาระหน้าที่ของท่านจะต้องพาญาติผู้ใหญ่ไปพบหมอตามกำหนดเวลา ท่านจึงตรงไปที่ ร.พ. ก่อน เมื่อ
เสร็จธุระ ที่ ร.พ. ท่านก็ได้นำกระเป๋าไปส่งที่ สน.ที่ใกล้กับร.พ. แต่ ตำรวจบอกว่า จะต้องไปแจ้งความ
ที่พื้นที่ที่พบกระเป๋า ท่านเลยต้องขับรถกลับมาที่บ้านพักก่อน เพื่อหาอาหารของกินให้กับญาติผู้ใหญ่ท่านนั้น
และเพื่อให้ท่านได้พักผ่อนด้วยตามที่หมอสั่ง ก่อนที่จะเดินทางไปที่ สน.ที่เป็นพื้นที่ที่พบกระเป๋า ตามคำ
แนะนำของตำรวจ สน.ที่ไปแจ้งความก่อนหน้า ซึ่งระยะเวลาก็ผ่านไปเนิ่นนานพอสมควร ทันทีที่ท่านแจ้ง
ว่าพบกระเป๋า ณ จุดใดนั้น ตำรวจก็แจ้งข้อหาท่านทันที ว่ามีผู้มาแจ้งความไว้ว่า มีคนลักกระเป่าใบนี้มา
จากตู้เอทีเอ็มย่านจรัลสนิทวงศ์ ท่านก็แจ้งท่านไม่ได้ลักกระเป๋าใบนี้ ท่านพบกระเป๋าใบนี้และนำออกมา
จากตู้เอทีเอ็มจริง ท่านไม่ได้หยิบเงินอะไรออกจากกระเป๋าเลย ท่านเปิดดูแค่บัตรประจำตัวประชาชน เพื่อ
จะได้นำไปให้ รปภ.ประกาศหา แต่ท่านตามหา รปภ.ไม่พบ แต่ด้วยติดภาระกิจที่ต้องไปทำก่อน เลยยัง
ไม่ได้นำกระเป๋ามาส่งที่ สน.ในทันที แต่ตำรวจไม่สนใจ ทำการจับกุมโดยทันที (ช่างเป็นการทำงานที่
ลงมือลงแรง..ซื่อตรงมาก..) อีกไม่นาน เจ้าทุกข์ก็มาชี้ตัว พร้อมแจ้งว่า ในกระเป๋าถือสุภาพสตรีใบนั้นมี
เงินสดที่เพิ่งเบิกออกจากตู้เอทีเอ็มมาหกหมื่นบาท (**ขอโทษเถอะ คุณเบิกเงินจากตู้มาตั้งหกหมื่นบาท
แล้วคุณตั้งลืมไว้ตู้เอทีเอ็มง่ายๆ เลยหรือ..) พร้อมแจ้งว่า มี รปภ.พบเห็นหญิงที่เอากระเป๋ามาแจ้งความว่า
พบกระเป๋า เป็นคนเอากระเป๋าไป (น่าสงสัย รปภ.มันไปอยู่ตรงซอกหลืบไหน ตอนที่พยายามเดินตามหา
เพื่อจะให้เอากระเป๋าไปแจ้งหาเจ้าของ กลับไม่พบตัว รปภ...)
หลังจากนั้น หลักฐานก็มาพร้อม ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้ง รปภ. ทั้งใบสลิปการกดเงิน.. (ช่างเตรียม
หลักฐานได้ว่องไว สมเป็นตำรวจไทยเลย 55+) สรุปแล้วคือหลักฐานมัดทุกจุด..
ตำรวจไม่สงสัยเลยหรือ แล้วคนที่โดนข้อหาว่าลักทรัพย์ หรือยักยอกเงินในกระเป๋าไป แล้วเขาจะเป็นคน
เอากระเป๋ามาแจ้งความ เพื่อหาเจ้าของทำไม..
ต่อจากนี้ไป ผมคงต้องคิดไตร่ตรอง ในการเป็นคนดี มีน้ำใจซะแล้ว..หากเราพบเห็นสิ่งของที่ตกหรือวาง
ลืมอยู่ เราคงไม่กล้าไปแจ้งความเพื่อหาเจ้าของ เราคงไม่กล้ามีน้ำใจช่วยเหลือใคร ที่กำลังประสบเหตุ
เราคงไม่กล้ามีน้ำใจ ช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก ตกลง..สังคมนี้ ทำสิ่งดีๆ มีน้ำใจไม่ได้แล้วใช่มั้ย....
*******************
<<< ต่อไปนี้คนเราก็ไม่ต้องทำในสิ่งที่ดีแล้วหรือ ?? >>>
**********************
ต่อไปนี้คนเราก็ไม่ต้องทำในสิ่งที่ดีแล้วหรือ ??
หญิงสูงวัยท่านหนึ่ง ท่านมีหน้าที่ดูแลญาติผู้ใหญ่ที่ชรามากแล้ว ท่านจะต้องพาญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ไปโรง
พยาบาลตามกำหนดนัดหมายของหมอ แต่ในวันนั้น ก่อนไปโรงพยาบาลท่านได้แวะที่ตู้เอทีเอ็มย่านจรัล
สนิทวงศ์เพื่อกดเงินไปสำรองจ่าย เมื่อเข้าไปในตู้พบว่ามีกระเป๋าถือผู้หญิงวางอยู่ตรงเคาท์เตอร์ที่กดเงิน
ท่านมองหาเจ้าของ มองหา รปภ.เพื่อจะสอบถามว่ามีใครลืมกระเป๋าบ้างมั้ย..แต่ไม่มีผู้คนสักเท่าไหร่ แถม
รปภ.ก็ไม่ได้อยู่ ณ จุดตรงนั้น ท่านเลยตัดสินใจ ว่าถ้าทิ้งกระเป๋าไว้ อาจจะโดนมิจฉาชีพเอาไป ท่าน
เลยหยิบเอากระเป๋าใบนั้นมา เพื่อจะเอาไปแจ้งความที่โรงพัก แล้วมันก็ใกล้กำหนดเวลาที่นัดหมายหมอ
ด้วยภาระหน้าที่ของท่านจะต้องพาญาติผู้ใหญ่ไปพบหมอตามกำหนดเวลา ท่านจึงตรงไปที่ ร.พ. ก่อน เมื่อ
เสร็จธุระ ที่ ร.พ. ท่านก็ได้นำกระเป๋าไปส่งที่ สน.ที่ใกล้กับร.พ. แต่ ตำรวจบอกว่า จะต้องไปแจ้งความ
ที่พื้นที่ที่พบกระเป๋า ท่านเลยต้องขับรถกลับมาที่บ้านพักก่อน เพื่อหาอาหารของกินให้กับญาติผู้ใหญ่ท่านนั้น
และเพื่อให้ท่านได้พักผ่อนด้วยตามที่หมอสั่ง ก่อนที่จะเดินทางไปที่ สน.ที่เป็นพื้นที่ที่พบกระเป๋า ตามคำ
แนะนำของตำรวจ สน.ที่ไปแจ้งความก่อนหน้า ซึ่งระยะเวลาก็ผ่านไปเนิ่นนานพอสมควร ทันทีที่ท่านแจ้ง
ว่าพบกระเป๋า ณ จุดใดนั้น ตำรวจก็แจ้งข้อหาท่านทันที ว่ามีผู้มาแจ้งความไว้ว่า มีคนลักกระเป่าใบนี้มา
จากตู้เอทีเอ็มย่านจรัลสนิทวงศ์ ท่านก็แจ้งท่านไม่ได้ลักกระเป๋าใบนี้ ท่านพบกระเป๋าใบนี้และนำออกมา
จากตู้เอทีเอ็มจริง ท่านไม่ได้หยิบเงินอะไรออกจากกระเป๋าเลย ท่านเปิดดูแค่บัตรประจำตัวประชาชน เพื่อ
จะได้นำไปให้ รปภ.ประกาศหา แต่ท่านตามหา รปภ.ไม่พบ แต่ด้วยติดภาระกิจที่ต้องไปทำก่อน เลยยัง
ไม่ได้นำกระเป๋ามาส่งที่ สน.ในทันที แต่ตำรวจไม่สนใจ ทำการจับกุมโดยทันที (ช่างเป็นการทำงานที่
ลงมือลงแรง..ซื่อตรงมาก..) อีกไม่นาน เจ้าทุกข์ก็มาชี้ตัว พร้อมแจ้งว่า ในกระเป๋าถือสุภาพสตรีใบนั้นมี
เงินสดที่เพิ่งเบิกออกจากตู้เอทีเอ็มมาหกหมื่นบาท (**ขอโทษเถอะ คุณเบิกเงินจากตู้มาตั้งหกหมื่นบาท
แล้วคุณตั้งลืมไว้ตู้เอทีเอ็มง่ายๆ เลยหรือ..) พร้อมแจ้งว่า มี รปภ.พบเห็นหญิงที่เอากระเป๋ามาแจ้งความว่า
พบกระเป๋า เป็นคนเอากระเป๋าไป (น่าสงสัย รปภ.มันไปอยู่ตรงซอกหลืบไหน ตอนที่พยายามเดินตามหา
เพื่อจะให้เอากระเป๋าไปแจ้งหาเจ้าของ กลับไม่พบตัว รปภ...)
หลังจากนั้น หลักฐานก็มาพร้อม ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้ง รปภ. ทั้งใบสลิปการกดเงิน.. (ช่างเตรียม
หลักฐานได้ว่องไว สมเป็นตำรวจไทยเลย 55+) สรุปแล้วคือหลักฐานมัดทุกจุด..
ตำรวจไม่สงสัยเลยหรือ แล้วคนที่โดนข้อหาว่าลักทรัพย์ หรือยักยอกเงินในกระเป๋าไป แล้วเขาจะเป็นคน
เอากระเป๋ามาแจ้งความ เพื่อหาเจ้าของทำไม..
ต่อจากนี้ไป ผมคงต้องคิดไตร่ตรอง ในการเป็นคนดี มีน้ำใจซะแล้ว..หากเราพบเห็นสิ่งของที่ตกหรือวาง
ลืมอยู่ เราคงไม่กล้าไปแจ้งความเพื่อหาเจ้าของ เราคงไม่กล้ามีน้ำใจช่วยเหลือใคร ที่กำลังประสบเหตุ
เราคงไม่กล้ามีน้ำใจ ช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก ตกลง..สังคมนี้ ทำสิ่งดีๆ มีน้ำใจไม่ได้แล้วใช่มั้ย....
*******************