ประเด็นหลัก
ตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 14 ธ.ค. 2555 มีผู้บริโภคร้องเรียนกรณีที่ได้รับแจกซิมฟรี แต่มีการเรียกเก็บค่าบริการในภายหลัง ทั้งที่ไม่ได้มีการใช้งาน ทั้งหมด 179 กรณี แบ่งเป็นบริษัท เรียลมูฟ (True move H) 91 เรื่อง บริษัท ไอ-โมบาย พลัส (I-mobile 3GX) 74 เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 10 เรื่อง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 3 เรื่อง และ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(AIS) 1 เรื่อง
ขณะที่บริษัทเรียลมูฟ และ ทรูมูฟ ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ร้องเรียนมีการจดทะเบียน โดยผู้ร้องเรียนได้ทราบเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน พร้อมมอบสำเนาบัตรประชาชนและลงลายมือไว้เนหลักฐาน การเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวจึงถูกต้องแล้ว แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ารายการใช้งานในเลขหมายดังกล่าว เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าและยุติข้อร้องเรียนจึงพิจารณาปรับลดค่าบริการพร้อมยกเลิกบริการตามคำขอของผู้ร้องเรียน โดยได้ติดต่อผู้ร้องเรียนเพื่อชี้แจงผลการดำเนินการ ซึ่งผู้ร้องเรียนได้รับทราบและยินดียุติข้อร้องเรียนแล้ว
ด้านดีแทค มีหนังสือชี้แจงว่า ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันไม่มียอดค่าใช้จ่ายค้างชำระ และยกเลิกบริการให้แล้ว ส่วน AIS ไม่ได้มีหนังสือตอบกลับ แต่ทางสำนักงานฯ ได้ประสานงานและทราบว่าบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขให้ผู้ร้องเรียนแล้ว
การแจกซิมฟรีทำกันอย่างเปิดเผยตามตลาดนัด และพื้นชุมชนใหญ่ แต่ไม่มีการแจ้งให้ลูกค้าว่าซิมที่แจกเป็นซิมแบบจดทะเบียนรายเดือน ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนแบบเหมาจ่ายจึงเป็นการปิดบังข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญจึงอยากให้สำนักงาน กสทช. เข้ามากำกับการทำตลาดด้วยวิธีนี้ให้เข้มงวดตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแจ้งรายละเอียดของการให้บริการแต่ละประเภทอย่างชัดเจนและครบถ้วน
ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ บริษัทโทรศัพท์มือถือ ได้ดำเนินการชี้แจงต่อสำนักงาน กสทช. โดยบริษัท ไอ-โมบาย ยอมรับว่า เป็นข้อผิดพลาดของบริษัทที่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อเท็จจริงแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง และแก้ไขปัญหาโดยการไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้บริโภค ในขณะที่ บริษัทอื่นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ยุติการให้บริการทันที ส่วนบทลงโทษนั้นเป็นอำนาจของ กสทช.และ กทค. ทั้งนี้ได้ทำความเห็นเสนอแนบท้ายการทำสัญญา 3จี ไปแล้ว โดยได้เสนอความเห็นไปประมาณ 4-5 เรื่องไปยัง กทค. ประเด็นแรกได้แก่เรื่อง บัตรเติมเงินไม่ควรมีวันหมดอายุ ประเด็นที่สองคือการลดค่าบริการ 15-20% ไม่พอ ประเด็นที่สามคือ อยากให้ กสทช.มีอำนาจกำกับดูแลผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตด้วย ประเด็นที่สี่เกี่ยวกับเอสเอ็มเอส ไม่ควรมีการสมัครอย่างอัตโนมัติ และประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องการแจกซิมฟรี
___________________________________
"ซิมฟรี"ป่วน ลูกค้าร้องเรียนเพียบ โดนทุกค่าย "ไอ-โมบายพลัส"นำโด่งแต่แก้ปัญหาเร็วไม่โยกโย้
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม ในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 14 ธ.ค. 2555 มีผู้บริโภคร้องเรียนกรณีที่ได้รับแจกซิมฟรี แต่มีการเรียกเก็บค่าบริการในภายหลัง ทั้งที่ไม่ได้มีการใช้งาน ทั้งหมด 179 กรณี แบ่งเป็นบริษัท เรียลมูฟ (True move H) 91 เรื่อง บริษัท ไอ-โมบาย พลัส (I-mobile 3GX) 74 เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 10 เรื่อง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 3 เรื่อง และ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(AIS) 1 เรื่อง
หลังจากทางคณะอนุกรรมการได้รับเรื่องร้องเรียนได้แล้ว ได้ทำหนังสือแจ้งปัญหาดังกล่าวไปถึงผู้ให้บริการ ปรากฏว่า บริษัท ไอ-โมบาย พลัส จำกัด ได้มีหนังสือชี้แจงกลับมาว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าผู้ร้องเรียนได้รับซิมการ์ดแจกฟรีจากตัวแทนจำหน่าย แต่ไม่เคยมีการยืนยันการใช้งานและไม่มีประวัติการใช้บริการ
นอกจากนี้ บริษัทยังพบว่ามีการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจนแก่ผู้ร้องเรียน จึงได้ดำเนินการยกเลิการให้บริการ พร้อมปรับลดยอดหนี้ทั้งหมดให้ผู้ร้องเรียน รวมถึงพิจารณาลงโทษตัวแทนจำหน่ายของบริษัทที่ได้ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ผู้ร้องเรียนแล้ว และได้แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาของบริษัทให้มีความเข้าใจตรงกันแล้ว
ขณะที่บริษัทเรียลมูฟ และ ทรูมูฟ ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ร้องเรียนมีการจดทะเบียน โดยผู้ร้องเรียนได้ทราบเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน พร้อมมอบสำเนาบัตรประชาชนและลงลายมือไว้เนหลักฐาน การเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวจึงถูกต้องแล้ว แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ารายการใช้งานในเลขหมายดังกล่าว เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าและยุติข้อร้องเรียนจึงพิจารณาปรับลดค่าบริการพร้อมยกเลิกบริการตามคำขอของผู้ร้องเรียน โดยได้ติดต่อผู้ร้องเรียนเพื่อชี้แจงผลการดำเนินการ ซึ่งผู้ร้องเรียนได้รับทราบและยินดียุติข้อร้องเรียนแล้ว
ด้านดีแทค มีหนังสือชี้แจงว่า ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันไม่มียอดค่าใช้จ่ายค้างชำระ และยกเลิกบริการให้แล้ว ส่วน AIS ไม่ได้มีหนังสือตอบกลับ แต่ทางสำนักงานฯ ได้ประสานงานและทราบว่าบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขให้ผู้ร้องเรียนแล้ว
การแจกซิมฟรีทำกันอย่างเปิดเผยตามตลาดนัด และพื้นชุมชนใหญ่ แต่ไม่มีการแจ้งให้ลูกค้าว่าซิมที่แจกเป็นซิมแบบจดทะเบียนรายเดือน ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนแบบเหมาจ่ายจึงเป็นการปิดบังข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญจึงอยากให้สำนักงาน กสทช. เข้ามากำกับการทำตลาดด้วยวิธีนี้ให้เข้มงวดตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแจ้งรายละเงการให้บริการแต่ละประเภทอย่างชัดเจนและครบถ้วน
ขณะที่ผู้ให้บริการ เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ใช้บริการไม่มีประวัติการใช้งาน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่ยืนยันว่าผู้ใช้งานไม่ได้มีเจตนาจะเข้าทำสัญญากับบริษัทผู้ให้บริการ บริษัทที่ดีก็สมควรยกเลิกการให้บริการและยุติการเรียกเก็บค่าใช้งาน
ประชาชาติธุรกิจ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1355730737&grpid=&catid=06&subcatid=0600______________________________
ผู้บริโภคร้องแจกซิมฟรีแต่เวลาใช้คิดตังค์
เปิดปัญหาแจกซิมมือถือฟรีตลอดปี 2555 พบร้องเรียน 179 เรื่อง เหตุไม่แจงรายละเอียดให้ชัดเจน สารี อ๋องสมหวัง แนะผู้บริโภคควรอ่านเงื่อนไขให้ดีก่อนใช้งาน
วันนี้(17 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กลุ่มงานรับเรื่องราวร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม น.ส. สารี อ๋องสมหวัง ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการได้รับเรื่องราวร้องเรียน ปัญหากรณีการแจกซิมฟรีของโอปอเรเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 14 ธ.ค. 55 จำนวนกว่า 179 เรื่อง ได้แก่ บริษัท เรียลมูฟ หรือ ทรูมูฟ เอช จำนวน 91 เรื่อง , บริษัท ไอ-โมบาย พลัส จำนวน 74 เรื่อง , บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จำนวน 10 เรื่อง , บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จำนวน 3 เรื่อง และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส จำนวน 1 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
น.ส.สารี กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ บริษัทโทรศัพท์มือถือ ได้ดำเนินการชี้แจงต่อสำนักงานกสทช. โดยบริษัท ไอ-โมบาย ยอมรับว่า เป็นข้อผิดพลาดของบริษัทที่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อเท็จจริงแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง และแก้ไขปัญหาโดยการไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้บริโภค ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ยุติการให้บริการทันที เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากผู้ประกอบการออกให้บริการ 3 จี ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนกว่า 20 ล้านเลขหมาย กสทช.ต้องมีมาตรการป้องกัน ให้ผู้ประกอบการระมัดระวังกลยุทธ์การตลาด การส่งเสริมการตลาดประเภทตัวแทนจำหน่ายในการให้ข้อมูลผู้บริโภคให้มีความชัดเจน และควรปฏิบัติตามมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการชี้แจ้งรายละเอียดให้ครบและกำหนดเป็นเงื่อนไขแก่ผู้บริโภค
ฝากเตือนผู้บริโภคก่อนรับแจกซิมฟรี ควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญาก่อนที่จะดำเนินการใดๆ และผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือก็ต้องให้ความสำคัญต่อผู้บริโภค น.ส. สารี กล่าว..
เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/technology/172888_______________________________
ผู้บริโภคร้องเรียนแจกซิมฟรีแต่เวลาใช้คิดเงิน
คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม เตือน ผู้บริโภค๓G ระวัง ยุทธการแจกซิมเรียกลูกค้า เพราะซิมฟรีไม่มีจริง แต่เป็นการสมัครใช้บริการรายเดือน ถึงไม่ใช้ก็ถูกเรียกเก็บเงิน พร้อม ชม ไอ-โมบาย รับผิดชอบและลงโทษตัวแทนจำหน่ายหากพบว่ามีการให้ข้อมูลไม่ถูกต้องกับผู้ใช้บริการ
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมเปิดเผยว่า จากกรณีเรื่องร้องเรียนการได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วนซึ่งเป็นเรื่องร้องเรียนอันดับ ๕ ของปัญหาโทรคมนาคมนั้น ซึ่งพบว่า ปัญหาสำคัญมาจากแนวทางการทำการตลาดของผู้ให้บริการที่ใช้วิธีแจกซิมฟรีเป็นยุทธวิธีในการหาลูกค้าใหม่ของบริษัท ซึ่งในยุคที่เป็นการให้บริการ ๓G หากผู้ให้บริการยังใช้วิธีนี้ในการส่งเสริมการตลาดก็จะทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้หนักขึ้น
เราจะพบเห็นได้เป็นการทั่วไป ในย่านชุมชน เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สนามบิน ตลาดนัด ตามหัวเมืองสำคัญต่างๆ โดยมักให้ข้อมูลกับผู้บริโภคเพียงว่า แจกซิมฟรีไม่เสียเงิน แต่ต้องใช้บัตรประชาชนและเซ็นชื่อในสัญญา หลังจากนั้น ๑ เดือน แม้ว่าจะไม่ใช้บริการก็จะได้รับใบเรียกเก็บเงินไปที่บ้าน ผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่รู้จักเรา ก็ร้องเรียนมายังโทรฟรี ๑๒๐๐ แต่หากไม่ร้องเรียน ก็เท่ากับว่า ต้องเสียเงินให้กับบริการที่ไม่ได้ใช้ เพราะเพียงแต่ไปรับซิมที่คิดว่าฟรีมาเท่านั้น และเท่าที่ทราบผู้ใช้บริการ ๓ ราย ได้ขอเลขหมายจากสำนักงาน กสทช. อีกจำนวน ๒๐ ล้านเลขหมายเพื่อการให้บริการ ๓G หากผู้ให้บริการยังใช้วิธีการทำตลาดแบบเดิม ปัญหาก็จะตกมาถึงผู้บริโภคไม่ต่างจากเดิม นางสาวสารีกล่าว
ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมกล่าวต่อไปว่า ตามกฎหมาย โทรคมนาคม สัญญาจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาเสนอสนองถูกต้องตรงกัน แต่การรับซิมการ์ดฟรีนั้น ผู้ใช้บริการไม่ได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาใช้บริการ เพียงแต่มอบสำเนาบัตรประชาชนให้ไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบรับซิมการ์ดแจกฟรีเท่านั้น จึงไม่เกิดสัญญาการใช้บริการ รวมถึง ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องแจ้งรายละเอียดของการให้บริการโทรคมนาคมในแต่ละบริการอย่างชัดเจนและครบถ้วน ทั้งค่าบริการ วิธีเรียกเก็บค่าบริการ เงื่อนไขการให้บริการ ดังนั้น การที่ตัวแทนจำหน่ายของบริษัทให้ข้อมูลว่า ซิมการ์ดแจกฟรีนั้น หากไม่ใช้ไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น จึงเป็นการให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง และปิดบังข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ
ผู้ให้บริการทุกรายไม่ควรใช้ยุทธวิธีเช่นนี้ในการทำการตลาดกับผู้บริโภค และผู้ให้บริการควรกำชับตัวแทนจำหน่ายให้แจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจนแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันผู้บริโภคต้องระมัดระวังในการรับซิมฟรี ควรสอบถามให้ชัดจน เพราะหากเป็นการให้สำเนาบัตรประชาชนจะเป็นการสมัครใช้บริการแบบรายเดือน ที่จะถูกเรียกเก็บค่าบริการ ซึ่งหากพบกรณีเช่นนี้ขอให้ร้องเรียนที่เบอร์โทรฟรี ๑๒๐๐ นางสาวสารีกล่าว
นาสาวสารี กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนที่เข้ามายัง สำนักงาน กสทช. นั้นพบว่า บริษัท ไอ-โมบายพลัส จำกัด มีความรับผิดชอบและมีมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ใช้บริการอย่างดี โดยเมื่อบริษัทตรวจสอบพบว่า มีการให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจน และผู้บริโภคไม่มีการใช้บริการจริง บริษัทจะดำเนินการยกเลิกการให้บริการ และยุติการเรียกเก็บค่าบริการทั้งหมด รวมทั้งบริษัทยังมีมาตรการดำเนินการลงโทษตัวแทนจำหน่ายของบริษัทที่มีการให้ข้อมูลไม่ถูกต้องกับผู้บริโภคด้วย ขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นๆ ยังไม่มีมาตรการใดใดในการแก้ไขปัญหานี้
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค-๑๔ ธ.ค.๕๕ มีจำนวนเรื่องร้องเรียนกรณีแจกซิมฟรีจำนวน ๑๗๙ กรณี เป็นของบริษัทเรียลมูฟ หรือทรูมูฟ เอช จำนวน ๙๑ เรื่อง บริษัทไอโมบายพลัส จำกัด จำนวน ๗๔ เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จำนวน ๑๐ เรื่อง บมจ. โทเทิ่ล แอ็ดเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด จำนวน ๓ เรื่อง บริษัท แอดวาน อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด จำนวน ๑ เรื่อง
ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=159649:2012-12-17-10-37-
39&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
___________________________________
อนุฯสคบ.เผยยอดปัญหา แจกซิมฟรีใช้งานเสียเงิน 179 เรื่อง
คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ เผยปี 2555 พบผู้บริโภคร้องเรียนปัญหาแจกซิมมือถือฟรี จำนวน 179 เรื่อง บี้ค่ายมือถือแจงรายละเอียดให้ชัดเจน ขณะที่ทีทรูแชมป์ร้องเรียน พร้อมแนะผู้บริโภคอ่านเงื่อนไขให้ดีก่อนเริ่มใช้ หลังพบเวลาใช้งานเสียเงิน...
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า คณะอนุกรรมการได้รับเรื่องราวร้องเรียน ปัญหากรณีการแจกซิมฟรีของโอเปอเรเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.14 ธ.ค. 2555 จำนวน 179 เรื่อง ได้แก่ บริษัท เรียลมูฟ จำกัด หรือ ทรูมูฟ เอช จำนวน 91 เรื่อง บริษัท ไอ-โมบาย พลัส จำนวน 74 เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จำนวน 10 เรื่อง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค จำนวน 3 เรื่อง และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จำนวน 1 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ บริษัทโทรศัพท์มือถือ ได้ดำเนินการชี้แจงต่อสำนักงาน กสทช. โดยบริษัท ไอ-โมบาย ยอมรับว่า เป็นข้อผิดพลาดของบริษัทที่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อเท็จจริงแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง และแก้ไขปัญหาโดยการไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้บริโภค ในขณะที่ บริษัทอื่นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ยุติการให้บริการทันที ส่วนบทลงโทษนั้นเป็นอำนาจของ กสทช.และ กทค. ทั้งนี้ได้ทำความเห็นเสนอแนบท้ายการทำสัญญา 3จี ไปแล้ว โดยได้เสนอความเห็นไปประมาณ 4-5 เรื่องไปยัง กทค. ประเด็นแรกได้แก่เรื่อง บัตรเติมเงินไม่ควรมีวันหมดอายุ ประเด็นที่สองคือการลดค่าบริการ 15-20% ไม่พอ ประเด็นที่สามคือ อยากให้ กสทช.มีอำนาจกำกับดูแลผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตด้วย ประเด็นที่สี่เกี่ยวกับเอสเอ็มเอส ไม่ควรมีการสมัครอย่างอัตโนมัติ และประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องการแจกซิมฟรี
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากผู้ประกอบการออกให้บริการ 3จี ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนกว่า 20 ล้านเลขหมาย กสทช.ต้องมีมาตรการป้องกัน ให้ผู้ประกอบการระมัดระวังกลยุทธ์การตลาด การส่งเสริมการตลาดประเภทตัวแทนจำหน่ายในการให้ข้อมูลผู้บริโภคให้มีความชัดเจน และควรปฏิบัติตามมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการชี้แจ้งรายละเอียดให้ครบและกำหนดเป็นเงื่อนไขแก่ผู้บริโภค สำหรับผู้บริโภคที่พบปัญหา สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่คอลเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการนั้นๆ หรือคอลเซ็นเตอร์ กสทช. 1200
ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/313878
( จัดอันดับ ป่วนแจกSIM ) TRUE H และ I-mobile 3GX ป่วนแสบสุด!! ( มักเปิดพบตามตลาดนัด และพื้นชุมชนใหญ่ )
ตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 14 ธ.ค. 2555 มีผู้บริโภคร้องเรียนกรณีที่ได้รับแจกซิมฟรี แต่มีการเรียกเก็บค่าบริการในภายหลัง ทั้งที่ไม่ได้มีการใช้งาน ทั้งหมด 179 กรณี แบ่งเป็นบริษัท เรียลมูฟ (True move H) 91 เรื่อง บริษัท ไอ-โมบาย พลัส (I-mobile 3GX) 74 เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 10 เรื่อง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 3 เรื่อง และ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(AIS) 1 เรื่อง
ขณะที่บริษัทเรียลมูฟ และ ทรูมูฟ ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ร้องเรียนมีการจดทะเบียน โดยผู้ร้องเรียนได้ทราบเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน พร้อมมอบสำเนาบัตรประชาชนและลงลายมือไว้เนหลักฐาน การเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวจึงถูกต้องแล้ว แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ารายการใช้งานในเลขหมายดังกล่าว เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าและยุติข้อร้องเรียนจึงพิจารณาปรับลดค่าบริการพร้อมยกเลิกบริการตามคำขอของผู้ร้องเรียน โดยได้ติดต่อผู้ร้องเรียนเพื่อชี้แจงผลการดำเนินการ ซึ่งผู้ร้องเรียนได้รับทราบและยินดียุติข้อร้องเรียนแล้ว
ด้านดีแทค มีหนังสือชี้แจงว่า ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันไม่มียอดค่าใช้จ่ายค้างชำระ และยกเลิกบริการให้แล้ว ส่วน AIS ไม่ได้มีหนังสือตอบกลับ แต่ทางสำนักงานฯ ได้ประสานงานและทราบว่าบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขให้ผู้ร้องเรียนแล้ว
การแจกซิมฟรีทำกันอย่างเปิดเผยตามตลาดนัด และพื้นชุมชนใหญ่ แต่ไม่มีการแจ้งให้ลูกค้าว่าซิมที่แจกเป็นซิมแบบจดทะเบียนรายเดือน ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนแบบเหมาจ่ายจึงเป็นการปิดบังข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญจึงอยากให้สำนักงาน กสทช. เข้ามากำกับการทำตลาดด้วยวิธีนี้ให้เข้มงวดตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแจ้งรายละเอียดของการให้บริการแต่ละประเภทอย่างชัดเจนและครบถ้วน
ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ บริษัทโทรศัพท์มือถือ ได้ดำเนินการชี้แจงต่อสำนักงาน กสทช. โดยบริษัท ไอ-โมบาย ยอมรับว่า เป็นข้อผิดพลาดของบริษัทที่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อเท็จจริงแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง และแก้ไขปัญหาโดยการไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้บริโภค ในขณะที่ บริษัทอื่นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ยุติการให้บริการทันที ส่วนบทลงโทษนั้นเป็นอำนาจของ กสทช.และ กทค. ทั้งนี้ได้ทำความเห็นเสนอแนบท้ายการทำสัญญา 3จี ไปแล้ว โดยได้เสนอความเห็นไปประมาณ 4-5 เรื่องไปยัง กทค. ประเด็นแรกได้แก่เรื่อง บัตรเติมเงินไม่ควรมีวันหมดอายุ ประเด็นที่สองคือการลดค่าบริการ 15-20% ไม่พอ ประเด็นที่สามคือ อยากให้ กสทช.มีอำนาจกำกับดูแลผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตด้วย ประเด็นที่สี่เกี่ยวกับเอสเอ็มเอส ไม่ควรมีการสมัครอย่างอัตโนมัติ และประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องการแจกซิมฟรี
___________________________________
"ซิมฟรี"ป่วน ลูกค้าร้องเรียนเพียบ โดนทุกค่าย "ไอ-โมบายพลัส"นำโด่งแต่แก้ปัญหาเร็วไม่โยกโย้
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม ในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 14 ธ.ค. 2555 มีผู้บริโภคร้องเรียนกรณีที่ได้รับแจกซิมฟรี แต่มีการเรียกเก็บค่าบริการในภายหลัง ทั้งที่ไม่ได้มีการใช้งาน ทั้งหมด 179 กรณี แบ่งเป็นบริษัท เรียลมูฟ (True move H) 91 เรื่อง บริษัท ไอ-โมบาย พลัส (I-mobile 3GX) 74 เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 10 เรื่อง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) 3 เรื่อง และ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(AIS) 1 เรื่อง
หลังจากทางคณะอนุกรรมการได้รับเรื่องร้องเรียนได้แล้ว ได้ทำหนังสือแจ้งปัญหาดังกล่าวไปถึงผู้ให้บริการ ปรากฏว่า บริษัท ไอ-โมบาย พลัส จำกัด ได้มีหนังสือชี้แจงกลับมาว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าผู้ร้องเรียนได้รับซิมการ์ดแจกฟรีจากตัวแทนจำหน่าย แต่ไม่เคยมีการยืนยันการใช้งานและไม่มีประวัติการใช้บริการ
นอกจากนี้ บริษัทยังพบว่ามีการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจนแก่ผู้ร้องเรียน จึงได้ดำเนินการยกเลิการให้บริการ พร้อมปรับลดยอดหนี้ทั้งหมดให้ผู้ร้องเรียน รวมถึงพิจารณาลงโทษตัวแทนจำหน่ายของบริษัทที่ได้ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ผู้ร้องเรียนแล้ว และได้แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาของบริษัทให้มีความเข้าใจตรงกันแล้ว
ขณะที่บริษัทเรียลมูฟ และ ทรูมูฟ ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ร้องเรียนมีการจดทะเบียน โดยผู้ร้องเรียนได้ทราบเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน พร้อมมอบสำเนาบัตรประชาชนและลงลายมือไว้เนหลักฐาน การเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวจึงถูกต้องแล้ว แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ารายการใช้งานในเลขหมายดังกล่าว เพื่อความพึงพอใจของลูกค้าและยุติข้อร้องเรียนจึงพิจารณาปรับลดค่าบริการพร้อมยกเลิกบริการตามคำขอของผู้ร้องเรียน โดยได้ติดต่อผู้ร้องเรียนเพื่อชี้แจงผลการดำเนินการ ซึ่งผู้ร้องเรียนได้รับทราบและยินดียุติข้อร้องเรียนแล้ว
ด้านดีแทค มีหนังสือชี้แจงว่า ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันไม่มียอดค่าใช้จ่ายค้างชำระ และยกเลิกบริการให้แล้ว ส่วน AIS ไม่ได้มีหนังสือตอบกลับ แต่ทางสำนักงานฯ ได้ประสานงานและทราบว่าบริษัทได้ดำเนินการแก้ไขให้ผู้ร้องเรียนแล้ว
การแจกซิมฟรีทำกันอย่างเปิดเผยตามตลาดนัด และพื้นชุมชนใหญ่ แต่ไม่มีการแจ้งให้ลูกค้าว่าซิมที่แจกเป็นซิมแบบจดทะเบียนรายเดือน ลูกค้าต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนแบบเหมาจ่ายจึงเป็นการปิดบังข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญจึงอยากให้สำนักงาน กสทช. เข้ามากำกับการทำตลาดด้วยวิธีนี้ให้เข้มงวดตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแจ้งรายละเงการให้บริการแต่ละประเภทอย่างชัดเจนและครบถ้วน
ขณะที่ผู้ให้บริการ เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ใช้บริการไม่มีประวัติการใช้งาน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่ยืนยันว่าผู้ใช้งานไม่ได้มีเจตนาจะเข้าทำสัญญากับบริษัทผู้ให้บริการ บริษัทที่ดีก็สมควรยกเลิกการให้บริการและยุติการเรียกเก็บค่าใช้งาน
ประชาชาติธุรกิจ
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1355730737&grpid=&catid=06&subcatid=0600
______________________________
ผู้บริโภคร้องแจกซิมฟรีแต่เวลาใช้คิดตังค์
เปิดปัญหาแจกซิมมือถือฟรีตลอดปี 2555 พบร้องเรียน 179 เรื่อง เหตุไม่แจงรายละเอียดให้ชัดเจน สารี อ๋องสมหวัง แนะผู้บริโภคควรอ่านเงื่อนไขให้ดีก่อนใช้งาน
วันนี้(17 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กลุ่มงานรับเรื่องราวร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม น.ส. สารี อ๋องสมหวัง ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการได้รับเรื่องราวร้องเรียน ปัญหากรณีการแจกซิมฟรีของโอปอเรเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 14 ธ.ค. 55 จำนวนกว่า 179 เรื่อง ได้แก่ บริษัท เรียลมูฟ หรือ ทรูมูฟ เอช จำนวน 91 เรื่อง , บริษัท ไอ-โมบาย พลัส จำนวน 74 เรื่อง , บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จำนวน 10 เรื่อง , บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค จำนวน 3 เรื่อง และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส จำนวน 1 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
น.ส.สารี กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ บริษัทโทรศัพท์มือถือ ได้ดำเนินการชี้แจงต่อสำนักงานกสทช. โดยบริษัท ไอ-โมบาย ยอมรับว่า เป็นข้อผิดพลาดของบริษัทที่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อเท็จจริงแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง และแก้ไขปัญหาโดยการไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้บริโภค ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ยุติการให้บริการทันที เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากผู้ประกอบการออกให้บริการ 3 จี ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนกว่า 20 ล้านเลขหมาย กสทช.ต้องมีมาตรการป้องกัน ให้ผู้ประกอบการระมัดระวังกลยุทธ์การตลาด การส่งเสริมการตลาดประเภทตัวแทนจำหน่ายในการให้ข้อมูลผู้บริโภคให้มีความชัดเจน และควรปฏิบัติตามมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการชี้แจ้งรายละเอียดให้ครบและกำหนดเป็นเงื่อนไขแก่ผู้บริโภค
ฝากเตือนผู้บริโภคก่อนรับแจกซิมฟรี ควรอ่านรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญาก่อนที่จะดำเนินการใดๆ และผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือก็ต้องให้ความสำคัญต่อผู้บริโภค น.ส. สารี กล่าว..
เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/technology/172888
_______________________________
ผู้บริโภคร้องเรียนแจกซิมฟรีแต่เวลาใช้คิดเงิน
คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม เตือน ผู้บริโภค๓G ระวัง ยุทธการแจกซิมเรียกลูกค้า เพราะซิมฟรีไม่มีจริง แต่เป็นการสมัครใช้บริการรายเดือน ถึงไม่ใช้ก็ถูกเรียกเก็บเงิน พร้อม ชม ไอ-โมบาย รับผิดชอบและลงโทษตัวแทนจำหน่ายหากพบว่ามีการให้ข้อมูลไม่ถูกต้องกับผู้ใช้บริการ
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมเปิดเผยว่า จากกรณีเรื่องร้องเรียนการได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วนซึ่งเป็นเรื่องร้องเรียนอันดับ ๕ ของปัญหาโทรคมนาคมนั้น ซึ่งพบว่า ปัญหาสำคัญมาจากแนวทางการทำการตลาดของผู้ให้บริการที่ใช้วิธีแจกซิมฟรีเป็นยุทธวิธีในการหาลูกค้าใหม่ของบริษัท ซึ่งในยุคที่เป็นการให้บริการ ๓G หากผู้ให้บริการยังใช้วิธีนี้ในการส่งเสริมการตลาดก็จะทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้หนักขึ้น
เราจะพบเห็นได้เป็นการทั่วไป ในย่านชุมชน เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สนามบิน ตลาดนัด ตามหัวเมืองสำคัญต่างๆ โดยมักให้ข้อมูลกับผู้บริโภคเพียงว่า แจกซิมฟรีไม่เสียเงิน แต่ต้องใช้บัตรประชาชนและเซ็นชื่อในสัญญา หลังจากนั้น ๑ เดือน แม้ว่าจะไม่ใช้บริการก็จะได้รับใบเรียกเก็บเงินไปที่บ้าน ผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่รู้จักเรา ก็ร้องเรียนมายังโทรฟรี ๑๒๐๐ แต่หากไม่ร้องเรียน ก็เท่ากับว่า ต้องเสียเงินให้กับบริการที่ไม่ได้ใช้ เพราะเพียงแต่ไปรับซิมที่คิดว่าฟรีมาเท่านั้น และเท่าที่ทราบผู้ใช้บริการ ๓ ราย ได้ขอเลขหมายจากสำนักงาน กสทช. อีกจำนวน ๒๐ ล้านเลขหมายเพื่อการให้บริการ ๓G หากผู้ให้บริการยังใช้วิธีการทำตลาดแบบเดิม ปัญหาก็จะตกมาถึงผู้บริโภคไม่ต่างจากเดิม นางสาวสารีกล่าว
ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคมกล่าวต่อไปว่า ตามกฎหมาย โทรคมนาคม สัญญาจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาเสนอสนองถูกต้องตรงกัน แต่การรับซิมการ์ดฟรีนั้น ผู้ใช้บริการไม่ได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาใช้บริการ เพียงแต่มอบสำเนาบัตรประชาชนให้ไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบรับซิมการ์ดแจกฟรีเท่านั้น จึงไม่เกิดสัญญาการใช้บริการ รวมถึง ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องแจ้งรายละเอียดของการให้บริการโทรคมนาคมในแต่ละบริการอย่างชัดเจนและครบถ้วน ทั้งค่าบริการ วิธีเรียกเก็บค่าบริการ เงื่อนไขการให้บริการ ดังนั้น การที่ตัวแทนจำหน่ายของบริษัทให้ข้อมูลว่า ซิมการ์ดแจกฟรีนั้น หากไม่ใช้ไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น จึงเป็นการให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง และปิดบังข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ
ผู้ให้บริการทุกรายไม่ควรใช้ยุทธวิธีเช่นนี้ในการทำการตลาดกับผู้บริโภค และผู้ให้บริการควรกำชับตัวแทนจำหน่ายให้แจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจนแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันผู้บริโภคต้องระมัดระวังในการรับซิมฟรี ควรสอบถามให้ชัดจน เพราะหากเป็นการให้สำเนาบัตรประชาชนจะเป็นการสมัครใช้บริการแบบรายเดือน ที่จะถูกเรียกเก็บค่าบริการ ซึ่งหากพบกรณีเช่นนี้ขอให้ร้องเรียนที่เบอร์โทรฟรี ๑๒๐๐ นางสาวสารีกล่าว
นาสาวสารี กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนที่เข้ามายัง สำนักงาน กสทช. นั้นพบว่า บริษัท ไอ-โมบายพลัส จำกัด มีความรับผิดชอบและมีมาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ใช้บริการอย่างดี โดยเมื่อบริษัทตรวจสอบพบว่า มีการให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจน และผู้บริโภคไม่มีการใช้บริการจริง บริษัทจะดำเนินการยกเลิกการให้บริการ และยุติการเรียกเก็บค่าบริการทั้งหมด รวมทั้งบริษัทยังมีมาตรการดำเนินการลงโทษตัวแทนจำหน่ายของบริษัทที่มีการให้ข้อมูลไม่ถูกต้องกับผู้บริโภคด้วย ขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นๆ ยังไม่มีมาตรการใดใดในการแก้ไขปัญหานี้
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ม.ค-๑๔ ธ.ค.๕๕ มีจำนวนเรื่องร้องเรียนกรณีแจกซิมฟรีจำนวน ๑๗๙ กรณี เป็นของบริษัทเรียลมูฟ หรือทรูมูฟ เอช จำนวน ๙๑ เรื่อง บริษัทไอโมบายพลัส จำกัด จำนวน ๗๔ เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จำนวน ๑๐ เรื่อง บมจ. โทเทิ่ล แอ็ดเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด จำนวน ๓ เรื่อง บริษัท แอดวาน อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด จำนวน ๑ เรื่อง
ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=159649:2012-12-17-10-37-
39&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
___________________________________
อนุฯสคบ.เผยยอดปัญหา แจกซิมฟรีใช้งานเสียเงิน 179 เรื่อง
คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ เผยปี 2555 พบผู้บริโภคร้องเรียนปัญหาแจกซิมมือถือฟรี จำนวน 179 เรื่อง บี้ค่ายมือถือแจงรายละเอียดให้ชัดเจน ขณะที่ทีทรูแชมป์ร้องเรียน พร้อมแนะผู้บริโภคอ่านเงื่อนไขให้ดีก่อนเริ่มใช้ หลังพบเวลาใช้งานเสียเงิน...
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า คณะอนุกรรมการได้รับเรื่องราวร้องเรียน ปัญหากรณีการแจกซิมฟรีของโอเปอเรเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.14 ธ.ค. 2555 จำนวน 179 เรื่อง ได้แก่ บริษัท เรียลมูฟ จำกัด หรือ ทรูมูฟ เอช จำนวน 91 เรื่อง บริษัท ไอ-โมบาย พลัส จำนวน 74 เรื่อง บริษัท ทรูมูฟ จำกัด จำนวน 10 เรื่อง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค จำนวน 3 เรื่อง และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส จำนวน 1 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าวนี้ บริษัทโทรศัพท์มือถือ ได้ดำเนินการชี้แจงต่อสำนักงาน กสทช. โดยบริษัท ไอ-โมบาย ยอมรับว่า เป็นข้อผิดพลาดของบริษัทที่ไม่ได้ให้รายละเอียดข้อเท็จจริงแก่ผู้บริโภคอย่างถูกต้อง และแก้ไขปัญหาโดยการไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้บริโภค ในขณะที่ บริษัทอื่นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้ยุติการให้บริการทันที ส่วนบทลงโทษนั้นเป็นอำนาจของ กสทช.และ กทค. ทั้งนี้ได้ทำความเห็นเสนอแนบท้ายการทำสัญญา 3จี ไปแล้ว โดยได้เสนอความเห็นไปประมาณ 4-5 เรื่องไปยัง กทค. ประเด็นแรกได้แก่เรื่อง บัตรเติมเงินไม่ควรมีวันหมดอายุ ประเด็นที่สองคือการลดค่าบริการ 15-20% ไม่พอ ประเด็นที่สามคือ อยากให้ กสทช.มีอำนาจกำกับดูแลผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ผู้ที่ขอรับใบอนุญาตด้วย ประเด็นที่สี่เกี่ยวกับเอสเอ็มเอส ไม่ควรมีการสมัครอย่างอัตโนมัติ และประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องการแจกซิมฟรี
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากผู้ประกอบการออกให้บริการ 3จี ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนกว่า 20 ล้านเลขหมาย กสทช.ต้องมีมาตรการป้องกัน ให้ผู้ประกอบการระมัดระวังกลยุทธ์การตลาด การส่งเสริมการตลาดประเภทตัวแทนจำหน่ายในการให้ข้อมูลผู้บริโภคให้มีความชัดเจน และควรปฏิบัติตามมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการชี้แจ้งรายละเอียดให้ครบและกำหนดเป็นเงื่อนไขแก่ผู้บริโภค สำหรับผู้บริโภคที่พบปัญหา สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่คอลเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการนั้นๆ หรือคอลเซ็นเตอร์ กสทช. 1200
ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/313878