เคล็ดลับอย่างหนึ่งของปู่บัฟคือ อย่าคิดถึงเงิน เล่นหุ้นเพียงเพื่อเอาชนะตลาด
เป็นเทคนิคการเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้หวั่นไหวไปกับอารมณ์ของตลาด
ปกติ ผมเล่นหุ้นแบบทยอยซื้อ เห็นหุ้นตัวนึงเริ่มขาขึ้น ทีแรกก็ยังทำเช่นเดิม
ซื้อไม้แรกหมื่นกว่าบาท หุ้นขึ้นต่อ อา...ถูกทางแล้ว แต่กำไรมันน้อยอ่ะ ใส่ไปเลยแสนนึง ฝันหวานตัวเลขเขียวๆ
คราวนี้ไม่เหมือนเดิม จ้องราคาเขม็ง ใกล้ปิดตลาด ราคาตก เริ่มขาดทุนพันกว่า
เอ... ผิดทางนี่หว่า อารมณ์กลัวเริ่มเกิด
ขาย! ขาดทุนนิดหน่อย เดี๋ยวเริ่มใหม่ได้
วันนั้นหุ้นปิดลบ แต่วันต่อมาวิ่งบวกเพิ่มไปเรื่อยๆ ห่านทองคำ บินลับากสายตา
ก่อนนั้น เมื่อนึกถึงเทคนิคของปู่บัฟ ความรู้สึกต่อต้านเกิดขึ้นทุกครั้ง
ก็ปู่บัฟรวยเป็นพันล้านก็พูดได้ซิ แล้วตอนที่เริ่มเล่นใหม่ๆ ไม่ใช่เพราะต้องการเงินหรอกหรือ
เมื่อรู้สึกต่อต้าน ก็ไม่ได้นำไปใช้ ไม่เจ็บก็ไม่จำ
มีอีกบทความหนึ่ง ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมาก แต่อ่านแล้ว มันตรงจริตเรา
Dont think money, Think Number
ไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ แต่ในสังคมของเราแล้ว เงินเป็นผลตอบแทนที่ล้ำค่า
สำคัญจนเราต้องเอาอารมณ์ความรู้สึกไปผูกติดกับมันอย่างมาก
คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเงินของคุณต้องมลายหายไปต่อหน้าต่อตา
ปัญหาก็คือ ในตลาดหุ้น ย่อมมีค่าใช้จ่ายเสมอ คุณต้องเสียบางส่วนเพื่อให้ได้บางส่วนที่มากขึ้นคืนมา
There is no holy grail in stock market.
ถ้าคุณไม่สามารถจะเปลี่ยนความผูกพันที่มีกับเงินแล้วละก็ เอางี้ซิ อย่าไปคิดถึงมัน เพ่งความสนใจไปที่ตัวเลขแทน
คิดถึงเปอร์เซ็นต์ในบัญชี คิดถึงค่าความเสี่ยงต่อผลรางวัล (risk to reward ratio)
เพ่งความสนใจไปที่ตัวเลข แล้วตัวเงินก็จะดูแลตัวของมันเอง
อิ..อิ งงเน๊าะ
เล่นหุ้น อย่าคิดถึงตัวเงิน ...... ทำไม่ได้ก็ต้องฝืนและฝึก
เป็นเทคนิคการเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้หวั่นไหวไปกับอารมณ์ของตลาด
ปกติ ผมเล่นหุ้นแบบทยอยซื้อ เห็นหุ้นตัวนึงเริ่มขาขึ้น ทีแรกก็ยังทำเช่นเดิม
ซื้อไม้แรกหมื่นกว่าบาท หุ้นขึ้นต่อ อา...ถูกทางแล้ว แต่กำไรมันน้อยอ่ะ ใส่ไปเลยแสนนึง ฝันหวานตัวเลขเขียวๆ
คราวนี้ไม่เหมือนเดิม จ้องราคาเขม็ง ใกล้ปิดตลาด ราคาตก เริ่มขาดทุนพันกว่า
เอ... ผิดทางนี่หว่า อารมณ์กลัวเริ่มเกิด
ขาย! ขาดทุนนิดหน่อย เดี๋ยวเริ่มใหม่ได้
วันนั้นหุ้นปิดลบ แต่วันต่อมาวิ่งบวกเพิ่มไปเรื่อยๆ ห่านทองคำ บินลับากสายตา
ก่อนนั้น เมื่อนึกถึงเทคนิคของปู่บัฟ ความรู้สึกต่อต้านเกิดขึ้นทุกครั้ง
ก็ปู่บัฟรวยเป็นพันล้านก็พูดได้ซิ แล้วตอนที่เริ่มเล่นใหม่ๆ ไม่ใช่เพราะต้องการเงินหรอกหรือ
เมื่อรู้สึกต่อต้าน ก็ไม่ได้นำไปใช้ ไม่เจ็บก็ไม่จำ
มีอีกบทความหนึ่ง ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมาก แต่อ่านแล้ว มันตรงจริตเรา
Dont think money, Think Number
ไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ แต่ในสังคมของเราแล้ว เงินเป็นผลตอบแทนที่ล้ำค่า
สำคัญจนเราต้องเอาอารมณ์ความรู้สึกไปผูกติดกับมันอย่างมาก
คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเงินของคุณต้องมลายหายไปต่อหน้าต่อตา
ปัญหาก็คือ ในตลาดหุ้น ย่อมมีค่าใช้จ่ายเสมอ คุณต้องเสียบางส่วนเพื่อให้ได้บางส่วนที่มากขึ้นคืนมา
There is no holy grail in stock market.
ถ้าคุณไม่สามารถจะเปลี่ยนความผูกพันที่มีกับเงินแล้วละก็ เอางี้ซิ อย่าไปคิดถึงมัน เพ่งความสนใจไปที่ตัวเลขแทน
คิดถึงเปอร์เซ็นต์ในบัญชี คิดถึงค่าความเสี่ยงต่อผลรางวัล (risk to reward ratio)
เพ่งความสนใจไปที่ตัวเลข แล้วตัวเงินก็จะดูแลตัวของมันเอง
อิ..อิ งงเน๊าะ