แชร์ประสบการณ์ การสมัครงานครั้งแรกในชีวิต ที่เป็นจุดเปลี่ยน "จากสาวอักษรฯ สู่นักทรัพยากรบุคคล"

จากสาวอักษรฯ สู่นักทรัพยากรบุคคล

ช่วงนี้ก็เริ่มเข้าสู่เทศกาลรับปริญญาแล้ว เห็นมีหลายๆ มหา’ลัยมีการซ้อมรับ เตรียมตัว และรับไปแล้วบ้าง พี่เห็นรูปน้องๆ ที่ทำงานขึ้น facebookรูปรับปริญญาแล้วทำให้นึกถึงสมัยที่จบใหม่ๆ แล้วอารมณ์ ความรู้สึกตอนนั้นเกี่ยวกับการหางานทำหลังเรียนจบมันเป็นอะไรที่จำได้ไม่มีวันลืม
วันนี้พี่ก็เลยอยากจะมีแชร์ประสบการณ์การสมัครงาน และการทำงานครั้งแรกให้ฟังกันค่ะ

ย้อนไปในปี พ.ศ.2546  หญิงสาวในวัย 20 กว่าๆ จบปริญญาตรี อักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มีประสบการณ์ทำงานธุรกิจที่บ้านเล็กน้อย ก่อนไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ จากสหรัฐอเมริกา จบกลับมาในวันนั้น คิดว่าควรจะสมัครงานอะไรดี???

ณ ตอนนั้น ด้วยความไม่รู้จักตำแหน่งงานอะไรมากมายในโลกใบนี้ โจทย์ในการหางานคือ อยากทำงานใกล้บ้านเนื่องจากไม่อยากเสียเวลาเดินทาง และของานอะไรก็ได้ที่มั่นคงได้เรียนรู้ (แอบมีแรงผลักดันจากแม่เล็กๆ ที่ฝันอยากให้ลูกสาวทำงานธนาคาร) พออ่านเจอประกาศในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post (คิดดูว่านานขนาดไหน ยังหางานจาก Classified ในหนังสือพิมพ์) ว่าธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้บ้านรับสมัครเจ้าหน้าที่การตลาด ไม่รู้หรอกว่าตำแหน่งนี้ทำงานอะไร ไม่ได้คิดถึง Job Description อะไรทั้งสิ้น คิดแต่ว่าใกล้บ้าน เป็นงานธนาคาร จบบริหารธุรกิจมางานเจ้าหน้าที่การตลาดก็น่าจะเหมาะกับเรานะ จึงตัดสินใจไปสมัครงานที่ธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งด้วยตัวเองในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด พอกรอกใบสมัครเสร็จ ก็มีการนัดไปสอบข้อเขียน เป็นครั้งแรกที่ต้องทำข้อสอบอะไรไม่รู้มากมาย ทั้งแบบทดสอบบุคลิกภาพ (Personality Test) ข้อสอบภาษาอังกฤษ แบบทดสอบความถนัดทางปัญญา (Cognitive Aptitude Test) และความรู้พื้นฐานด้านการเงินการธนาคาร (ซึ่งตอนนั้นทำไม่ได้เลย) ไม่เคยคิดเลยว่าการจะเข้าทำงานธนาคารต้องสอบอะไรมากมายขนาดนี้ และก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะสอบผ่าน กลับมาลุ้นได้อยู่ไม่กี่วันก็ได้รับโทรศัพท์นัดไปสัมภาษณ์ ดีใจมากกับการได้สัมภาษณ์งานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในชีวิต

ในวันสัมภาษณ์สำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดของธนาคาร ภายหลัง 30 นาทีของการสัมภาษณ์ด้วยคำถามพื้นฐานทั่วไปสำหรับการคัดเลือกพนักงานเข้าทำงานธนาคาร ผู้สัมภาษณ์ก็เปลี่ยนมาเป็นการชักจูง โน้มน้าว จูงใจ จนถึงขั้นที่อาจเรียกว่า กล่อม ให้มาทำงานด้าน HR หรือทรัพยากรบุคคล ซึ่งไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีในความคิด ไม่เคยมีในสมอง ไม่เคยมีในความฝัน ว่าจะมาทำงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล อะไรกันเนี่ย??? สาวอักษรฯ จบ MBA จากอเมริกา จะมาเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์งานบุคคล (ชื่อตำแหน่งในตอนนั้น ฟังดูเชยมากเนอะ) จะดีเหรอ??? พี่ที่สัมภาษณ์ก็บอกว่าจะให้มาทำงาน Project พัฒนาเครื่องมือด้านทรัพยากรบุคคล และก็มีคำอธิบายประกอบอีกยาวเหยียด ซึ่ง ณ เวลานั้น ไม่ได้มีความเข้าใจอะไรเลย เป็นเรื่องใหม่มาก แม้บางคำที่พี่เอ่ยถึงจะเคยได้ยินได้เรียนมาบ้างตอนเรียนปริญญาโท เช่น คำว่า Balanced Scorecard, Competency ฯลฯ อะไรทำนองนี้ แต่ก็ยังไม่รู้หรอกว่าเราต้องทำอะไร และทำอย่างไร แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับสิ่งเดียวที่คิดคือว่าเราได้งาน เย้ๆๆๆ

ในวันนั้นเหตุผลหลักที่ทำให้ตัดสินใจเริ่มงานนี้เป็นงานแรก คือ ความอยากเรียนรู้ ด้วยความคิดและความเชื่อว่า การได้มีโอกาสทำงานในองค์กรใหญ่ เราจะต้องได้เรียนรู้อะไรอย่างมากมายแน่นอน โดยไม่ได้คิดเลยว่าวันนั้นวันที่เราและงานทรัพยากรบุคคลได้พบกันครั้งแรก จะเป็นการพาชีวิตของเรามาบนเส้นทางอาชีพนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เป็นตัวเองที่สุดอย่างไม่น่าเชื่อ หลายคนอาจสงสัยว่าจบอักษรฯ จบ MBA มา มันเข้ากับงานทรัพยากรบุคคลได้อย่างไร จากประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำงานที่ผ่านมาบอกได้เลยว่าอักษรศาสตร์กับบริหารธุรกิจเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของการเป็นนักทรัพยากรบุคคลได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เป็นไงกันบ้างคะกับประสบการณ์การสมัครงานครั้งแรกของพี่ ใครเลยจะคิดว่าคนที่จบอักษรศาสตร์ และMBA สมัครงานการตลาด แต่สุดท้ายก็กลับได้ทำงานเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล ซึ่งแทบจะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเราจะได้ทำงานในตำแหน่งนี้มาก่อน แต่ทั้งนี้พี่ก็ยังรักในงานทรัพยากรบุคคล และยึดอาชีพนี้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน เพราะพี่เชื่อว่าการพัฒนาคนเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในทุกองค์กร

น้องๆที่กำลังหางานอยู่ ยังไงก็สู้ๆ นะคะ พี่เป็นกำลังใจให้
อย่าพึ่งท้อ และหาตัวเองกันต่อไปนะคะเยี่ยม
หรือใครมีประสบการณ์ในการเริ่มต้นอาชีพ ก็แสดงความคิดเห็นได้นะคะ มาย้อนความหลังกันเน๊อะ
ฝากกระทู้เก่าด้วยนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่