แชร์ประสบการณ์ การเลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัยค่ะ

“เรียนคณะไหนดี” “เรียนต่ออะไรดี” “เลือกไปแล้วจะสอบได้มั๊ย”“สอบเข้าได้แล้วจะเรียนได้มั๊ย” “เรียนไปแล้วจะชอบมั๊ย” คำถามเหล่านี้คงเป็นคำถามที่วนอยู่ในหัว ค้างอยู่ในใจ เด็กม.ปลายทุกคน หลายคนเริ่มต้นจากการเลือกคณะที่คิดว่าจะสอบเข้าได้ หลายคนเลือกโดยเอาความชอบ ความต้องการของตัวเองเป็นหลัก หลายคนเลือกตามเพื่อน หลายคนเลือกตามพ่อแม่ หลายคนเลือกตามพี่ หลายคนเลือกเพราะไม่รู้จะเลือกอะไร หลายคนเลือกเพราะรู้จักแค่นี้ คำถามคือจะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี

พี่เองก็เคยผ่านการหาคำตอบของคำถามเหล่านี้มาเช่นกัน ซึ่งในตอนนั้นก็สับสน มึนงงไม่แตกต่างจากน้องๆ หลายคนในตอนนี้ ซึ่งตอนนั้นคำถามแรกที่เริ่มต้นค้นหาคำตอบ คือ มีคณะอะไรบ้างที่เราเลือกได้  ซึ่งในตอนนั้นไม่มี Internet ไม่มี Google ที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้อย่างง่ายดายมากเหมือนในปัจจุบัน แหล่งข้อมูลที่พอจะเริ่มต้นหาได้คือหนังสือ จำได้ว่าเริ่มจากการไปหาคู่มือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีก่อนหน้ามาเปิดอ่านดูรายชื่อคณะทั้งหมด รายชื่อวิชาที่ใช้สอบของแต่ละคณะ ตัดคณะที่เข้าได้เฉพาะสายวิทย์-คณิตออกไป (พี่เรียนสายศิลป์-คำนวณค่ะ) หลังจากนั้นดูคะแนนในปีที่ผ่านมาเพื่อดูว่าเราน่าจะสามารถเข้าคณะไหนได้ ในตอนแรกก็คิดเหมือนคนทั่วไปที่จะเลือกคณะที่เราน่าจะมีโอกาสสอบติด แต่พอกลับมาถามตัวเองว่าการเลือกเพียงเพราะจะได้สอบติดมันคือวิธีตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วหรือ?? และในที่สุดก็ได้คำตอบกับตัวเองว่าคงไม่ใช่ เราควรเลือกในสิ่งที่อยากเรียน แต่ก็ต้องคำนึงถึงขีดความสามารถของเราด้วยเช่นกัน จึงกลับมาค้นหาความต้องการของตัวเอง ถามตัวเองถึงเป้าหมายที่อยากไปให้ถึง คำตอบคือ อยากไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจบมหาวิทยาลัย ในเวลานั้นก็ไม่รู้ตัวเองหรอกว่าอยากเป็นอะไร แค่อยากฟัง พูด อ่าน เขียนภาษาอังกฤษได้คล่องๆ อยากได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ คิดว่าถ้าเก่งภาษาอังกฤษจะทำให้เราหางานทำได้ง่าย จึงคิดว่าควรเลือกเรียนคณะที่ได้เรียนภาษาอังกฤษ บวกกับเป็นคนชอบวิชาสังคม ประวัติศาสตร์ วรรณคดี จึงคิดว่าสิ่งที่น่าจะเหมาะคงจะเป็นประมาณ อักษรศาสตร์ รัฐศาสตร์ ศิลปศาสตร์ จึงตัดสินใจเลือกที่เราอยากเรียนจริงๆ ไม่อยากเลือกเพียงเพราะอยากสอบติด พอติดแล้วมาสละสิทธิ์ทีหลัง เหมือนกับเราไปตัดโอกาสคนอื่น หลังจากผ่านการคิดวิเคราะห์จากข้อมูลที่มี ผสมกับการวิเคราะห์ความต้องการของตนเอง คณะที่มาในใจอันดับหนึ่งจึงเป็น คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ซึ่งในทุกการตัดสินใจประกอบด้วยการค้นหาความต้องการที่แท้จริงจากภายในบนพื้นฐานของความเข้าใจตัวตนที่แท้จริง ผสมกับการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากภายนอก เมื่อนำทั้งสองมารวมกันแล้วผ่านการคิดวิเคราะห์พิจารณาอย่างรอบคอบ ค้นหาทางที่เราสามารถเลือกได้ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดที่เรามีบนพื้นฐานความเป็นตัวเรา การตัดสินใจทุกการตัดสินใจก็จะไม่ใช่สิ่งที่ยากอีกต่อไป

น้องๆ หรือคุณพ่อ-คุณแม่ที่มีลูกกำลังจะแอดมิชชั่นในปีหน้าแล้วยังไม่มีคำตอบให้กับตัวเองว่า “เรียนคณะไหนดี” “เรียนต่ออะไรดี” ลองค่อยๆ ถามตัวเองกันดูนะคะ ว่าตัวเราเองนั้นชอบอะไร อย่างไหนที่เหมาะกับเรา เราทำอะไรแล้วมีความสุข สิ่งที่น้องๆ เลือกอาจจะไม่จำเป็นต้องดีที่สุดสำหรับคนอื่น แต่อยากให้น้องๆ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและครอบครัว เพราะการเลือกเรียนนี่เป็นเพียงก้าวแรกที่เข้าสู่รั่วมหาวิทยาลัย เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นเท่านั้นในการเริ่มที่จะใช้ชีวิตของตนเองอย่างจริงจังก่อนเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะเลือก เราควรคิด วิเคราะห์ หาข้อมูล และถามตัวเองให้แน่ซะก่อนว่า “สิ่งนี้คือสิ่งที่เราชอบจริงมั้ย” ถ้าใช่ก็ลุยเลยค่ะ แต่ถ้าเรายังคิดว่าอีกนิดนึงหนะ พี่แนะนำให้ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองว่าสิ่งนั้นเหมาะกับเราจริงๆ เพื่อที่เราจะได้มีความสุข เป็นตัวของตัวเอง และสนุกไปกับมันในทุกๆ วันที่เราต้องอยู่กับสิ่งนั้นค่ะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่