ติดตามตอนอื่นๆได้ที่
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 0::การเตรียมตัว :
http://pantip.com/topic/33824688
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 1::Malaysia :
http://pantip.com/topic/33832841
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 2::Singapore :
http://pantip.com/topic/33837026
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 3::Germany(Part1) :
http://pantip.com/topic/33999802
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 4::Austria :
http://pantip.com/topic/33999998
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 5::Hungary :
http://pantip.com/topic/34017218
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 6::Czech Republic :
http://pantip.com/topic/34029583
Chapter 7 : Time passed, Things change but memories will always stay. (ประเทศเยอรมัน Part 2)
16 มิถุนายน 2558 : ความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า (Smiling Munich)
ขึ้นรถบัส Express จากกรุงปราก รอบ 8.30น. ใช้เวลา 5 ชั่วโมงเพื่อเดินทางกลับไปยังจุดเริ่มต้นคือเมือง Munich ประเทศเยอรมัน
แผนการในวันนี้โดยคร่าวคือ เราจะรีบกลับไป Munichให้เร็วที่สุดเพื่อนั่งรถไฟต่อไปยังเมือง Garmisch เมืองใกล้ๆภูเขา Zugspitz ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน แต่เมื่อมาถึง Munich 12.00น. ผมกลับเสียเวลาในการหาทางไปโรงแรมอยู่นานถึง 2 ชั่วโมง เพราะรถบัสมันไม่ได้มาส่งเราที่ สถานีรถไฟกลาง แต่ส่งพวกผมลงที่สถานซึ่งห่างออกไป2ป้าย
ด้วยเหตุนี้ผมจึงพลาดรถไฟไปเมือง Garmisch รอบสุดท้ายของวัน และอดขึ้นภูเขาZugspitzในที่สุด
จึงเป็นเหตุให้เราตัดสินใจเดินเล่นในเมือง Munich แทน นั้นเอง
สภาพอากาศวันนี้ครึ้มเมฆฝนเล็กน้อย แต่ฝนไม่ตก แดดส่องผ่านหมู่เมฆลงมาเพียงเล็กน้อย ช่วยให้การเดินเล่นในเมืองMunichของเรานั้นไม่ร้อนเท่าไหร่นัก ก่อนอื่นพวกเรานั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Karlplatz ซึ่งอยู่ห่างไปไม่มากจากสถานีรถไฟกลาง (Munich Hbf) [จริงๆจะเดินไปจากโรงแรมก็ได้ครับ ใกล้นิดเดียว]
ประตูเมือง Karlstor
จากจุดๆนี้จะสังเกตเห็นห้างใหญ่ๆ1ห้างและประตูเมืองKarlstor อยู่ที่ฝั่งตรงกันข้ามกัน ถึงแม้ว่าจะมีเมฆฝนช่วยกันแดดอยู่บ้าง แต่ไอร้อนของยุโรปในหน้าร้อนเช่นช่วงนี้ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจของพวกผม เราจึงเริ่มวันนี้ด้วยการเดินเล่นในห้าง Karstadt ก่อน ซึ่ง ณ ห้างแห่งนี้จะมีสินค้าขายต้อนรับเทศกาล Summer Sale อยู่อย่างมากมาย โดนโซนขายสินค้าที่น่าสนใจที่สุดโซนหนึ่งก็คือ Chocolate
แม้ว่าประเทศเยอรมันจะมีชื่อเสียงเรื่องเบียร์และไส้กรอกมากกว่าขนมหวานอย่างChocolate แต่ประเทศเพื่อนบ้านของเยอรมัน"สวิสเซอร์แลนด์"นั้น มีชื่อเสียงเรื่อง Chocolate ที่หอมนุ่มละมุน ดังนั้นSwiss Chocolate ที่ขายอยู่ ณ ห้างแห่งนี้จึงมีราคาไม่แพงนักเพราะค่าขนส่งไม่แพงนั้นเอง
ข้างๆบริเวณขายช็อกโกแลต ก็มีบริเวณขายผลิตภัณฑ์เยลลี่ Haribo สินค้าอันขึ้นชื่อของเยอรมัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเขียน Staedtler ขายอยู่ใกล้ๆอีกด้วย
เพลิดเพลินกับการShoppingได้สักพัก ผมก็เปลี่ยนมาเดินนอกตัวอาคารซะบ้าง เราเดินผ่านประตูเมือง ไปตามถนน Neuhauser ซึ่งมีร้านค้าเรียงรายอยู่อย่างมากมาย มีสินค้าลดราคา และมีร้าน5ยูโร ซึ่งมีรูปแบบการขายคล้ายๆร้าน100 yenของประเทศญี่ปุ่น หรือ ร้าน Daisoที่มาเปิดสาขาอยู่ในไทย คือ สินค้าจะมีราคาเท่าๆกัน เท่ากับ 5ยูโร [บางบริเวณแพงกว่า จะมีระบุไว้]
สินค้าหลายชนิดที่วางขายอยู่บนถนนแห่งนี้ไม่แตกต่างจากสินค้าที่ขายอยู่ทั่วๆไปในประเทศแถบยุโรปมากนัก เช่น ผลไม้จำพวกBerry ที่มีให้เลือกหลากหลายสายพันธ์ และ เครื่องหนังที่ผลิตออกมาหลายรูปแบบ
แผงลอยขาย Berry ถ้าเป็นบ้านเราคงจะขายหมูปิ้งและลูกชิ้นทอด
เดินเข้ามาจากประตู Karlstor เพียงไม่ไกลก็จะพบกับโบสถ์สีขาวชื่อ โบสถ์ St. Michael
ภายในโบสถ์St.Michael ตกแต่งแบบ minimal ...แตกต่างจากโบสถ์อื่นๆที่ไปเยี่ยมชมมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจะอลังการงานสร้าง ประดับประดาด้วยทองคำและสิ่งล้ำค่า แต่ถึงกระนั้นเราสองคนกลับรู้สึกสบายใจที่จะยืนอยู่ในโบสถ์แห่งนี้มากกว่าโบสถ์อื่นๆก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นเพราะจำนวนคนที่ไม่พลุกพล่าน ความไม่วุ่นวายของการตกแต่งที่ชวนให้จิตใจได้ผ่อนคลายจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย
ภายในโบสถ์ St. Michael
ขณะที่ผมกำลังยืนสงบนิ่งอยู่ภายในโบสถ์ อยู่ๆก็มีชายชาวเยอรมันสูงวัย อายุราวๆหกสิบปลายๆเดินเข้ามาทักทายเรา2 คน
เขาถามเราว่า “เป็นคนไทยหรอครับ” ด้วยภาษาไทย ทำให้ทำ2คนตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ใช่ครับ เราเป็นคนไทย ทำไมคุณถึงพูดภาษาไทยได้หล่ะ” …………............ “อ่อ ผมเคยไปทำงานอยู่ที่ประเทศไทยมา3 ปี ผมพักอยู่ที่ถนนสุขุมวิท อาหารแถวๆนั้นอร่อยมากๆ ”
คุยกันไปคุยกันมาด้วยภาษาไทย เขาก็ถามเราว่ามาทำอะไรในMunich ซึ่งพวกเราก็ตอบกลับไปว่ามาเดินเล่นShoppingแล้วก็หาขาหมูเยอรมันกินกับเบียร์เป็นอาหารเย็น ……. “งั้นเดี๋ยวผมอาสาพาเดินชมเมืองเอง ^^” ชายเยอรมันสูงวัยท่านนั้นตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
ชายชราชาวเยอรมันท่านนี้มีชื่อ(ภาษาไทย)ว่า “คุณ กำพล” เราจึงเรียกเขาอย่างนั้น ….เริ่มทริปโดยการอธิบายประวัติศาสตร์ของโบสถ์ St. Michael แห่งนี้ เขาอธิบายการบูรณะโบสถ์หลังสงครามโลกครั้งที่2ให้เราฟังอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเปิด Guide Book ต่อมาเขาพาพวกเรา ไปโบสถ์เล็กๆอีกแห่งซึ่งตกแต่งภายในแบบโรมาเนสก์ แต่งต่างจากโบสถ์ที่พบได้ทั่วไปซึ่งมักจะตกแต่งแบบโกธิค การตกแต่งแบบโรมาเนสก์นั้นจะเน้นสีเงินๆทองๆและความหรูหราเป็นหลัก ข้างในตัวโบสถ์ระยิบระยับไปด้วยเครื่องเงินเครื่องทองสวยงามลานตามาก
สภาพภายในโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์
ต่อจากนั้นเขาพาเราไปเดินชมรอบๆ ตลาด Viktualienmarkt ตลาดที่ขายพืชผัก ผลไม้และอาหารท้องถิ่น, โบสถ์ขนาดใหญ่ที่เป็นโบสถ์ประจำเมืองอย่าง โบสถ์ Frauenkirche, Town hall ใหม่(อันที่ตกแต่งแบบโกธิคมียอดแหลมๆเยอะ) และเก่า ซึ่งอยู่ติดกับอันใหม่ ให้เข้าชมเฉพาะช่วง Christmas, รูปปั้นหญิงสาวข้าง Old Town hall ที่สามารถขอพรได้โดยการลูบเต้านมด้านซ้าย
ฝูงชนรอชมการแสดงระบำนาฬิกาที่ข้างหน้า New Town Hall
Old Town Hall ที่มีรูปปั้นหญิงสาวอยู่ข้างๆ
ที่ New Town hall มีการแสดงนาฬิการะบำทุกๆชั่วโมงเหมือนที่กรุงปราก แต่การแสดงของที่แห่งนี้น่าประทับใจกว่ามาก
คุณกำพล จบปิดท้ายการเยี่ยมชมเมือง Munich ด้วยการเดินพาชมร้าน Hofbrauhaus ร้านขาหมูเยอรมันเก่าแก่ อายุมากกว่า 400 ปี ขึ้นชื่อเรื่อง ขาหมู ไก่ย่าง มันบด และเบียร์สดจากถัง (ถึงแม้ว่าปัจจุบันคุณภาพจะตกต่ำลงไปอย่างมาก คุณกำพลเขาว่าอย่างนั้น)
ในอดีต ผมเคยมารับประทานอาหารที่ร้านแห่งนี้แล้ว 2 ครั้ง ดังนั้นผมจึงไม่ตื่นเต้นกับบรรยากาศที่วุ่นวายภายในร้านมากนัก แต่ถึงจะมาแล้ว2ครั้ง ผมก็ยังไม่รู้อีกหลายๆสิ่งเกี่ยวกับร้านแห่งนี้ อย่างแรกที่ผมไม่รู้คือ คนที่เป็นสมาชิกของร้านจะมีแก้วเบียร์เป็นของตัวเองเก็บอยู่ในLockerของร้าน ซึ่งหากใครเป็นสมาชิกนานกว่า25ปี ก็จะมีแก้วชนิดพิเศษซึ่งมีสีทองประดับตกแต่งตามขอบแก้ว อย่างที่สองคือ ร้านนี้มีทั้งหมด3ชั้น โดยชั้นที่3 ใช้สำหรับจัดพิธีการต่างๆ (วันนี้ก็ใช้จัดงานสักอย่างที่นายกจะเข้าร่วมด้วย) ส่วนชั้น 1 และ 2 เป็นโซนร้านอาหารสำหรับคนทั่วไป
แก้วเบียร์ของคุณกำพล ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกร้านมานานถึง 33ปี
โถงจัดเลี้ยงชั้น 3 ของ Hofbrauhaus
คุณกำพลกำลังช่วยคูรักชาวเกาหลีสั่งอาหารในร้าน Hofbrauhaus (เขาพูดได้5ภาษา คือ ไทย อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น เยอรมัน)
เดินเล่นใน Hofbrauhaus สักพัก เรา3คนก็ออกมาจากร้านและมุ่งหน้าไปยังร้านขาหมูอีกแห่ง ชื่อ Augustine อยู่ข้างๆ โบสถ์ Frauenkirche // คุณกำพลบอกว่าร้านนี้แหละทีเด็ดเลย เบียร์อร่อยขาหมูใหญ่ เป็นร้านที่มีประวัติศาสตร์นานกว่า Hofbrauhausคือนานถึง 500 ปี และยังเป็นร้านที่พลทหารชั้นสูงของนาซี นิยมมารับประทานในอดีต
ขณะนี้เวลา 18.00น. สมควรแก่เวลาอาหารเย็น เราจึงบอกคุณกำพลว่าขอรับประทานขาหมูที่ร้าน Augustine แห่งนี้เลยละกัน คุณกำพลจึงช่วยเราสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเราก็เลี้ยงเบียร์เขา1แก้วตอบแทนที่เขาพาเราเดินเล่นนานถึง 4 ชั่วโมง (จริงๆจะเลี้ยงมากกว่านี้ แต่เขายืนยันว่าจะกลับไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านที่เมือง Salzburg ประเทศAustria)
มื้อที่เป็นมื้อที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลยครับ เบียร์ที่นุ่มและหอมอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสจากที่ไหนมาก่อน บวกกับความJuicyของเนื้อต้นขาหมูตุ๋นในน้ำซอสรสเด็ด เค็มปะแล่มๆ
รูปเด็กฝึกงานเกาหลีที่เขารู้จัก (เขาทำงานอยู่บริษัท BMW)
นั่งรับประทานขาหมูและคุยกันอยู่หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเวลาต้องล่ำลา .... “ขอบคุณนะครับคุณกำพล ที่ทำให้วันหนึ่งวันใน Munich ของเรามีคุณค่า”
ก่อนจะกลับที่พัก ผมได้ไปซื้อกระเป๋าเป้ Backpack ยี่ห้อ Deuter ขนาด 80+10 เพื่อเตรียมตัวไปทริปใหญ่ๆหลังจากนี้
แต่ที่ร้านขายกระเป๋านั้น ผมกลับลืมถุง Chocolateที่ซื้อจากห้าง Karstadtไว้ซะอย่างนั้น TT
ร้านขายกระเป๋าที่กำลังSale อยู่ติดประตูเมือง Karlstor
21.00น.ผมกลับถึง โรงแรมที่พัก จัดการเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก่อนที่จะต้องกลับประเทศไทยในวันรุ่งขึ้น
ลาก่อนนะ Europe แล้วเจอกันใหม่
Karlplatz
[CR] EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 7::Germany(Part2)
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 0::การเตรียมตัว : http://pantip.com/topic/33824688
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 1::Malaysia : http://pantip.com/topic/33832841
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 2::Singapore : http://pantip.com/topic/33837026
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 3::Germany(Part1) : http://pantip.com/topic/33999802
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 4::Austria : http://pantip.com/topic/33999998
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 5::Hungary : http://pantip.com/topic/34017218
EU with 2 mens [ยุโรป+สิงคโปร์+มาเลเซีย:14วัน6ประเทศ]::Chapter 6::Czech Republic : http://pantip.com/topic/34029583
Chapter 7 : Time passed, Things change but memories will always stay. (ประเทศเยอรมัน Part 2)
16 มิถุนายน 2558 : ความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า (Smiling Munich)
ขึ้นรถบัส Express จากกรุงปราก รอบ 8.30น. ใช้เวลา 5 ชั่วโมงเพื่อเดินทางกลับไปยังจุดเริ่มต้นคือเมือง Munich ประเทศเยอรมัน
แผนการในวันนี้โดยคร่าวคือ เราจะรีบกลับไป Munichให้เร็วที่สุดเพื่อนั่งรถไฟต่อไปยังเมือง Garmisch เมืองใกล้ๆภูเขา Zugspitz ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมัน แต่เมื่อมาถึง Munich 12.00น. ผมกลับเสียเวลาในการหาทางไปโรงแรมอยู่นานถึง 2 ชั่วโมง เพราะรถบัสมันไม่ได้มาส่งเราที่ สถานีรถไฟกลาง แต่ส่งพวกผมลงที่สถานซึ่งห่างออกไป2ป้าย
ด้วยเหตุนี้ผมจึงพลาดรถไฟไปเมือง Garmisch รอบสุดท้ายของวัน และอดขึ้นภูเขาZugspitzในที่สุด
จึงเป็นเหตุให้เราตัดสินใจเดินเล่นในเมือง Munich แทน นั้นเอง
สภาพอากาศวันนี้ครึ้มเมฆฝนเล็กน้อย แต่ฝนไม่ตก แดดส่องผ่านหมู่เมฆลงมาเพียงเล็กน้อย ช่วยให้การเดินเล่นในเมืองMunichของเรานั้นไม่ร้อนเท่าไหร่นัก ก่อนอื่นพวกเรานั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานี Karlplatz ซึ่งอยู่ห่างไปไม่มากจากสถานีรถไฟกลาง (Munich Hbf) [จริงๆจะเดินไปจากโรงแรมก็ได้ครับ ใกล้นิดเดียว]
ประตูเมือง Karlstor
จากจุดๆนี้จะสังเกตเห็นห้างใหญ่ๆ1ห้างและประตูเมืองKarlstor อยู่ที่ฝั่งตรงกันข้ามกัน ถึงแม้ว่าจะมีเมฆฝนช่วยกันแดดอยู่บ้าง แต่ไอร้อนของยุโรปในหน้าร้อนเช่นช่วงนี้ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจของพวกผม เราจึงเริ่มวันนี้ด้วยการเดินเล่นในห้าง Karstadt ก่อน ซึ่ง ณ ห้างแห่งนี้จะมีสินค้าขายต้อนรับเทศกาล Summer Sale อยู่อย่างมากมาย โดนโซนขายสินค้าที่น่าสนใจที่สุดโซนหนึ่งก็คือ Chocolate
แม้ว่าประเทศเยอรมันจะมีชื่อเสียงเรื่องเบียร์และไส้กรอกมากกว่าขนมหวานอย่างChocolate แต่ประเทศเพื่อนบ้านของเยอรมัน"สวิสเซอร์แลนด์"นั้น มีชื่อเสียงเรื่อง Chocolate ที่หอมนุ่มละมุน ดังนั้นSwiss Chocolate ที่ขายอยู่ ณ ห้างแห่งนี้จึงมีราคาไม่แพงนักเพราะค่าขนส่งไม่แพงนั้นเอง
ข้างๆบริเวณขายช็อกโกแลต ก็มีบริเวณขายผลิตภัณฑ์เยลลี่ Haribo สินค้าอันขึ้นชื่อของเยอรมัน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเขียน Staedtler ขายอยู่ใกล้ๆอีกด้วย
เพลิดเพลินกับการShoppingได้สักพัก ผมก็เปลี่ยนมาเดินนอกตัวอาคารซะบ้าง เราเดินผ่านประตูเมือง ไปตามถนน Neuhauser ซึ่งมีร้านค้าเรียงรายอยู่อย่างมากมาย มีสินค้าลดราคา และมีร้าน5ยูโร ซึ่งมีรูปแบบการขายคล้ายๆร้าน100 yenของประเทศญี่ปุ่น หรือ ร้าน Daisoที่มาเปิดสาขาอยู่ในไทย คือ สินค้าจะมีราคาเท่าๆกัน เท่ากับ 5ยูโร [บางบริเวณแพงกว่า จะมีระบุไว้]
สินค้าหลายชนิดที่วางขายอยู่บนถนนแห่งนี้ไม่แตกต่างจากสินค้าที่ขายอยู่ทั่วๆไปในประเทศแถบยุโรปมากนัก เช่น ผลไม้จำพวกBerry ที่มีให้เลือกหลากหลายสายพันธ์ และ เครื่องหนังที่ผลิตออกมาหลายรูปแบบ
แผงลอยขาย Berry ถ้าเป็นบ้านเราคงจะขายหมูปิ้งและลูกชิ้นทอด
เดินเข้ามาจากประตู Karlstor เพียงไม่ไกลก็จะพบกับโบสถ์สีขาวชื่อ โบสถ์ St. Michael
ภายในโบสถ์St.Michael ตกแต่งแบบ minimal ...แตกต่างจากโบสถ์อื่นๆที่ไปเยี่ยมชมมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจะอลังการงานสร้าง ประดับประดาด้วยทองคำและสิ่งล้ำค่า แต่ถึงกระนั้นเราสองคนกลับรู้สึกสบายใจที่จะยืนอยู่ในโบสถ์แห่งนี้มากกว่าโบสถ์อื่นๆก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นเพราะจำนวนคนที่ไม่พลุกพล่าน ความไม่วุ่นวายของการตกแต่งที่ชวนให้จิตใจได้ผ่อนคลายจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย
ภายในโบสถ์ St. Michael
ขณะที่ผมกำลังยืนสงบนิ่งอยู่ภายในโบสถ์ อยู่ๆก็มีชายชาวเยอรมันสูงวัย อายุราวๆหกสิบปลายๆเดินเข้ามาทักทายเรา2 คน
เขาถามเราว่า “เป็นคนไทยหรอครับ” ด้วยภาษาไทย ทำให้ทำ2คนตกตะลึงเป็นอย่างมาก
“ใช่ครับ เราเป็นคนไทย ทำไมคุณถึงพูดภาษาไทยได้หล่ะ” …………............ “อ่อ ผมเคยไปทำงานอยู่ที่ประเทศไทยมา3 ปี ผมพักอยู่ที่ถนนสุขุมวิท อาหารแถวๆนั้นอร่อยมากๆ ”
คุยกันไปคุยกันมาด้วยภาษาไทย เขาก็ถามเราว่ามาทำอะไรในMunich ซึ่งพวกเราก็ตอบกลับไปว่ามาเดินเล่นShoppingแล้วก็หาขาหมูเยอรมันกินกับเบียร์เป็นอาหารเย็น ……. “งั้นเดี๋ยวผมอาสาพาเดินชมเมืองเอง ^^” ชายเยอรมันสูงวัยท่านนั้นตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
ชายชราชาวเยอรมันท่านนี้มีชื่อ(ภาษาไทย)ว่า “คุณ กำพล” เราจึงเรียกเขาอย่างนั้น ….เริ่มทริปโดยการอธิบายประวัติศาสตร์ของโบสถ์ St. Michael แห่งนี้ เขาอธิบายการบูรณะโบสถ์หลังสงครามโลกครั้งที่2ให้เราฟังอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเปิด Guide Book ต่อมาเขาพาพวกเรา ไปโบสถ์เล็กๆอีกแห่งซึ่งตกแต่งภายในแบบโรมาเนสก์ แต่งต่างจากโบสถ์ที่พบได้ทั่วไปซึ่งมักจะตกแต่งแบบโกธิค การตกแต่งแบบโรมาเนสก์นั้นจะเน้นสีเงินๆทองๆและความหรูหราเป็นหลัก ข้างในตัวโบสถ์ระยิบระยับไปด้วยเครื่องเงินเครื่องทองสวยงามลานตามาก
สภาพภายในโบสถ์สไตล์โรมาเนสก์
ต่อจากนั้นเขาพาเราไปเดินชมรอบๆ ตลาด Viktualienmarkt ตลาดที่ขายพืชผัก ผลไม้และอาหารท้องถิ่น, โบสถ์ขนาดใหญ่ที่เป็นโบสถ์ประจำเมืองอย่าง โบสถ์ Frauenkirche, Town hall ใหม่(อันที่ตกแต่งแบบโกธิคมียอดแหลมๆเยอะ) และเก่า ซึ่งอยู่ติดกับอันใหม่ ให้เข้าชมเฉพาะช่วง Christmas, รูปปั้นหญิงสาวข้าง Old Town hall ที่สามารถขอพรได้โดยการลูบเต้านมด้านซ้าย
ฝูงชนรอชมการแสดงระบำนาฬิกาที่ข้างหน้า New Town Hall
Old Town Hall ที่มีรูปปั้นหญิงสาวอยู่ข้างๆ
ที่ New Town hall มีการแสดงนาฬิการะบำทุกๆชั่วโมงเหมือนที่กรุงปราก แต่การแสดงของที่แห่งนี้น่าประทับใจกว่ามาก
คุณกำพล จบปิดท้ายการเยี่ยมชมเมือง Munich ด้วยการเดินพาชมร้าน Hofbrauhaus ร้านขาหมูเยอรมันเก่าแก่ อายุมากกว่า 400 ปี ขึ้นชื่อเรื่อง ขาหมู ไก่ย่าง มันบด และเบียร์สดจากถัง (ถึงแม้ว่าปัจจุบันคุณภาพจะตกต่ำลงไปอย่างมาก คุณกำพลเขาว่าอย่างนั้น)
ในอดีต ผมเคยมารับประทานอาหารที่ร้านแห่งนี้แล้ว 2 ครั้ง ดังนั้นผมจึงไม่ตื่นเต้นกับบรรยากาศที่วุ่นวายภายในร้านมากนัก แต่ถึงจะมาแล้ว2ครั้ง ผมก็ยังไม่รู้อีกหลายๆสิ่งเกี่ยวกับร้านแห่งนี้ อย่างแรกที่ผมไม่รู้คือ คนที่เป็นสมาชิกของร้านจะมีแก้วเบียร์เป็นของตัวเองเก็บอยู่ในLockerของร้าน ซึ่งหากใครเป็นสมาชิกนานกว่า25ปี ก็จะมีแก้วชนิดพิเศษซึ่งมีสีทองประดับตกแต่งตามขอบแก้ว อย่างที่สองคือ ร้านนี้มีทั้งหมด3ชั้น โดยชั้นที่3 ใช้สำหรับจัดพิธีการต่างๆ (วันนี้ก็ใช้จัดงานสักอย่างที่นายกจะเข้าร่วมด้วย) ส่วนชั้น 1 และ 2 เป็นโซนร้านอาหารสำหรับคนทั่วไป
แก้วเบียร์ของคุณกำพล ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกร้านมานานถึง 33ปี
โถงจัดเลี้ยงชั้น 3 ของ Hofbrauhaus
คุณกำพลกำลังช่วยคูรักชาวเกาหลีสั่งอาหารในร้าน Hofbrauhaus (เขาพูดได้5ภาษา คือ ไทย อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น เยอรมัน)
เดินเล่นใน Hofbrauhaus สักพัก เรา3คนก็ออกมาจากร้านและมุ่งหน้าไปยังร้านขาหมูอีกแห่ง ชื่อ Augustine อยู่ข้างๆ โบสถ์ Frauenkirche // คุณกำพลบอกว่าร้านนี้แหละทีเด็ดเลย เบียร์อร่อยขาหมูใหญ่ เป็นร้านที่มีประวัติศาสตร์นานกว่า Hofbrauhausคือนานถึง 500 ปี และยังเป็นร้านที่พลทหารชั้นสูงของนาซี นิยมมารับประทานในอดีต
ขณะนี้เวลา 18.00น. สมควรแก่เวลาอาหารเย็น เราจึงบอกคุณกำพลว่าขอรับประทานขาหมูที่ร้าน Augustine แห่งนี้เลยละกัน คุณกำพลจึงช่วยเราสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเราก็เลี้ยงเบียร์เขา1แก้วตอบแทนที่เขาพาเราเดินเล่นนานถึง 4 ชั่วโมง (จริงๆจะเลี้ยงมากกว่านี้ แต่เขายืนยันว่าจะกลับไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านที่เมือง Salzburg ประเทศAustria)
มื้อที่เป็นมื้อที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลยครับ เบียร์ที่นุ่มและหอมอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสจากที่ไหนมาก่อน บวกกับความJuicyของเนื้อต้นขาหมูตุ๋นในน้ำซอสรสเด็ด เค็มปะแล่มๆ
รูปเด็กฝึกงานเกาหลีที่เขารู้จัก (เขาทำงานอยู่บริษัท BMW)
นั่งรับประทานขาหมูและคุยกันอยู่หนึ่งชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเวลาต้องล่ำลา .... “ขอบคุณนะครับคุณกำพล ที่ทำให้วันหนึ่งวันใน Munich ของเรามีคุณค่า”
ก่อนจะกลับที่พัก ผมได้ไปซื้อกระเป๋าเป้ Backpack ยี่ห้อ Deuter ขนาด 80+10 เพื่อเตรียมตัวไปทริปใหญ่ๆหลังจากนี้
แต่ที่ร้านขายกระเป๋านั้น ผมกลับลืมถุง Chocolateที่ซื้อจากห้าง Karstadtไว้ซะอย่างนั้น TT
ร้านขายกระเป๋าที่กำลังSale อยู่ติดประตูเมือง Karlstor
21.00น.ผมกลับถึง โรงแรมที่พัก จัดการเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก่อนที่จะต้องกลับประเทศไทยในวันรุ่งขึ้น
ลาก่อนนะ Europe แล้วเจอกันใหม่
Karlplatz