ไปมาแย้ววครับ กับ Trip Hokkaido กับโปรฯ ลุ้นระทึก (ว่าจะบินได้หรือไม่) ดอนเมือง - ซัปโปโร flight D7620 - D7621

เห็นว่าท่านที่จองแล้วต้องลุ้นระทึกดูเป็นเดือนๆ ไปว่าจะบินได้หรือไม่ เพราะเนื่องจากปัญหากรมการบินพลเรือน ICAO ของบ้านเราที่ไม่ผ่านเกณฑ์ซึ่งตอนนี้ก็กำลังเร่งแก้ปัญหากันอยู่

ผมบินช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเลย เพิ่งกลับมาสดๆ ร้อนๆ
สำหรับ flight บิน ขาไปก็ไม่มีอะไร เป็น D7620 กำหนดการออกจากดอนเมือง 23.10 ถึงสนามบินปลายทาง (New Chitose) 07.50 น. การโหลดกระเป๋าเข้าอะไรก็ไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่ TAAX บริการดีมาก เอากระเป๋าโหลดรวมกันได้ไม่ serious แต่อย่าให้เกินน้ำหนักที่เราซื้อไว้  เครื่องออก delay นิดหน่อยตอนเครื่องขึ้นเพราะการจราจรทางอากาศที่ดอนเมืองกำลังคับคั่ง ก็บินข้ามคืน ถึงสนามบิน New Chitose 08.03 น. delay 13 นาที ถือว่าไม่ delay เลยละกัน วันนั้นหมอกลงจัดหมาก อากาศไม่ดี แต่เครื่องก็ลงได้ปกติ นุ่มนวล  


วันแรก (วันที่ 1 ไม่นับคืนที่เดินทาง)  รีบไปแลก JR Hokkaido Pass ตัวจริง คนเยอะมาก รีบกรอกข้อมูล รีบต่อแถว
กว่าจะถึงสวนโอโดริ Sapporo 11.00 น. อากาศดีมากๆ ลมเย็นๆ-ค่อนข้างหนาว ถ่ายรูปกับดอกทิวลิปสวยๆ และดอกไม้สวยๆ อื่นๆ
ซื้ออาหารมานั่งทานในสวนโอโดริกับบรรยากาศสบายๆ  ไป sapporo clock , ไปขึ้น sapporo Tower ถ่ายรูปมาตรฐานมุมสวยๆ ของ sapporo ที่ใครๆ ก็ถ่ายกัน

ประมาณบ่ายแก่ๆ นั่งรถไฟไป Asahikawa แล้วต่อไปเมือง Biei เดินเล่นในเมืองสักเล็กน้อย ชอบมากๆ เลยครับเมือง Biei น่ารัก เงียบสงบ ตึกสูงๆ ไม่มีเลย อากาศดีมาก รถน้อย  รอขึ้น Bus ไปพักแถว Shirogane  Onsen ประมาณ 18.00 น. ถึงที่พักแถว Shirogane Onsen วิวหลังที่พักสวยมาก มีน้ำตกใสๆ หิมะเต็มภูเขา  โรงแรมใหญ่ มี Onsen หลายบ่อ มีบ่อน้ำเย็นเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายด้วย  ทานอาหารค่ำในโรงแรม  อากาศหนาวกว่าซัปโปโรพอควรเลย ลมแรง


วันที่ 2    ตี 4 ก็สว่างแล้ว  เราเลยเริ่มลุกตามตะวัน กลัวเที่ยวไม่คุ้ม 555 เมืองแถวนี้ไม่ค่อยเห็นคนไทยเลย ตอนเช้าก็ไปเที่ยวน้ำตก ขึ้นบันไดไปจุดชมวิวบนเนินเขา  แล้วประมาณ 07.40 น.ก็ขึ้น Bus จาก Shirogane Onsen ไปลงป้าย Blue Pond ตอน 07.45 น. เดินเที่ยว Blue Pond ตอนที่ไปสระของจริงสีน้ำไม่สวยเหมือนในรูป แล้วก็เดินเที่ยวตามแรวแม่น้ำแถวนั้น ยาวไปถึงสะพาน วิวสวยมากๆ แล้วก็รอขึ้น Bus เที่ยวประมาณ 09.50 น. กลับมาที่ Shirogane Onsen เพื่อ Check Out

จากนั้นประมาณ 10.25 น. ก็เสียตังค์หอบกระเป๋าขึ้น Bus (เนื่องจากเราไปรถรับส่งฟรีของโรงแรมไม่ทันเพราะมัวแต่เที่ยว blue pond กันกับบรรยากาศแถวนั้นเพลิน) ไป Asahikawa ถึง Asahikawa ประมาณ 11.40 น.  ก็โยนกระเป๋าเข้า locker สถานี แล้วทานราเม็งที่สถานีกัน  12.35 น. ก็ขึ้น Bus ไป Asahidake ที่นี่หนาวมากๆ หิมะยังเยอะอยู่ ยังมีคนมาเล่น ski หิมะอยู่หลายคน ได้เล่นหิมะเดือนพฤษภาคมแล้วก็พอใจ 555  วิวสวยมากๆ กับบรรยากาศเหงาๆ จากนั้นก็ไปทานกาแฟกันที่โรงแรม La Vista Asahidake เพื่อรับไออุ่นจาก heater กาแฟอร่อยมาก โรงแรมสวย บริการดีมาก  เย็นๆ ก็ขึ้น Bus มา Asahikawa เดินเที่ยว Asahikawa กันเล็กน้อย อากาศหนาวพอสมควร แล้วก็ขึ้น Train กลับมาพักที่ Sapporo (อากาศไม่หนาวเท่า Asahikawa)


วันที่ 3 ขึ้นรถไฟเที่ยวเช้าๆ ไป Hakodate วิวระหว่างทางสวยมาก รถไฟวิ่งเลียบริมทะเล ข้างขวามือเป็นทะเล ข้างซ้ายเป็นภูเขาผ่านอุโมงค์เยอะมาก เกือบ 100 อุโมงค์ได้มั้ง  ถึง Hakodate ก็รีบเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม Kikuya ใกล้ๆ สถานี โชคดีเจ้าของใจดีให้ Check in ได้เลย ตอนเที่ยง ตลาดปลา Hakodate Asaichi ยังมีอยู่เลย พ่อค้าแม่ค้าเรียกนักท่องเที่ยวเข้าร้านเต็มไปหมด ก็ไปหาข้าวทานกัน เสร็จแล้วก็ซื้อตั๋ว Tram one day pass ไปเที่ยวโกเรียวคากุ, Yunokawa Onsen ไปดูลิงแช่ onsen ไปริมทะเล แล้วก็มาเที่ยวแถบโกดังแดง,  Bay Area  ค่ำๆ ก็ขึ้นกระเช้าไปยอดเขา Hakodate กัน ชมวิวมาตรฐานที่เค้าถ่ายกัน วิวสวยมาก  คนเยอะมากกกกกกกโดยเฉพาะทัวร์จีน เต็มจุดชมวิว เราเข้าแทบไม่ได้เลย  คนไทยก็เยอะ ลมแรงมาก
ประมาณ 20.00 น. ก็ลงมาถ่ายรูปกับ โบสถ์ออร์โธดอกซ์


วันที่ 4 ชอบวันนี้มาก ไปเดินตลาดปลาตอนเช้าหาของกินสดๆ ต่อ จากนั้นขึ้น Train ไปสถานี Kikonoi เพื่อลงต่อ Bus ไปยังปราสาท Matsumae บรรยากาศ Bus ขับเลียบริมทะเลไปสวยมาก  เดินเล่นเดิมชมซากุระที่ปราสาท Matsumae  มีร้านอาหารขายใต้ต้นซากุระอยู่หลายร้าน คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นก็มานั่งทานกัน  มีการแสดงและเปิดเพลงให้เข้ากับบรรยากาศทั้งวันด้วย ซากุระหลายพันธุ์ มีทั้งเลย peak ไปแล้ว และกำลังจะ peak ก็มี ซากุระที่นี่มีหลายสีหลายพันธุ์สวยๆ หลายต้นเลย อากาศดี ลมแรง เย็นตลอด เน้นเขาที่ปราสาทตั้งอยู่ถ่ายรูปเห็นวิวทะเลสวยงามมากๆ  จากนั้นก็มาเดินเล่นในเมือง Matsumae แล้วก็รอ Bus ตอนบ่ายแก่ๆ กลับมาที่ Kikanoi แล้วขึ้น ธrain กลับมาที่ Hakodate คืน  เดินชม Hakodate ต่อในบรรยากาศค่ำคืน


วันที่ 5  ออกจาก Hakodate เช้าๆ นั่ง Train ยาวมาเที่ยว Noborubetsu ก็เดินเที่ยว Jigoku Dani Valley  อยู่ไม่นานเพราะไม่ค่อยชอบเท่าไร เหม็นกำมะถัน ต้องเดินจากเมืองขึ้นเนินเขามาหน่อย วิวไม่สวย ความเห็นส่วนตัวผมคิดถูกที่ไม่ค้างที่นี่ เห็นราคาที่พักค่อนข้างแพงและเมืองไม่ค่อยสวย (ส่วนตัวไม่ชอบ) เลยมาค้างที่ทะเลสาปโทยะ วิวสวยมาก อากาศทะเลสาปโทยะดีมาก เดินเที่ยวริมทะเลยามสาปเย็นๆ รับลมพัด ชมวิวภูเขาโยเท(Mount Yotei) ที่เป็นฉายาฟูจิน้อยแห่งฮอกไกโด  ค่ำๆ ดูการจุดพลุริมทะเลสาปโทยะ

วันที่ 6 ล่องเรือชมบรรยากาศของทะเลสาปโทยะ ถ่ายรูปภูเขาโยเทในวันที่ไม่มีเมฆมาบัง ไปเกาะกลางน้ำ เดินเล่นเกาะกลางน้ำ  จากนั้นขึ้นรถไฟไปโอทารุ  เดินเล่นเมืองโอทารุ ชมทางรถไฟสายเก่าอัน classic มีซากุระหลายต้นให้รอถ่ายรูป  ค่ำๆ ล่องเรือชมบรรยากาศเมืองโอทารุกับแสงไฟบริเวณริมคลองสวยๆ  ถ่ายรูปกับซากุระตอนกลางคืน  ช๊อปปิ้งของราคาถูกตรงแยกติดกับ JR Otaru Station เลย หรือตรงข้าม Otaru Bus Station


วันที่ 7 นั่งรถบัสจาก Otaru ไป Misaki Onsen เป็น Onsen กลางแจ้งวิวมหาสมุทรที่สวยมากๆ จริงๆ มีในร่ม 2 บ่อ  กลางแจ้ง 2 บ่อ ลมทะเลพัดผ่านตลอดเวลาที่ onsen กลางแจ้งอยู่ น้ำที่นี่ไม่ร้อนเท่าไร  กำลุงดี มีห้องซาวน่าด้วย แต่อุปกรณ์ในห้อง onsen ไม่ครบไม่มี lotion ต้องเอามาเอง  
จากนั้นนั่ง Bus ต่อไป Kamui Cape วิวที่นี่สวยมากจริงๆ ต้องเดินตามทางเข้าไป สวยกว่าตรง Misaki Onsen อีก ฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ  ข้างๆ เป็นเหมือนไร่ข้าวบนเนินเขาสวยๆ น้ำทะเลตรงจุด kamui cape นี้ใสมาก ใสจริงๆ ใสไม่แพ้ทะเลอันดามันบ้านเราเลยตรงนี้   จากนั้นกลับไปนอนที่ Sapporo

วันที่ 8 เที่ยว Sapporo  เดเินเที่ยวในเมือง + ซื้อของฝาก ตอนเย็นๆ มานอนที่ Chitose ใกล้ๆ สนามบิน เมืองเงียบสงบดีมาก คนไม่พลุพล่าน อากาศเย็นสบายเหมือนเดิม

วันที่ 9 ขึ้นเครื่อง D7 621 กลับ ออกจากสนามบิน New Chitose 08.55 น. ถึงดอนเมืองไม่ Late เลย  14.10 น. ตามเวลาพอดี เครื่องส่ายกว่าขาไปนิดหน่อย เพราะอยู่ในช่วงที่ใกล้ๆกับ Noul Typhoon Storm ด้วยมั้ง  ขากลับบินต้านลม บิน 7 ชั่วโมง ขาไปบินตามลม ลมส่ง บิน 6 ชั่มโมง

สรุปว่าที่ไป  ชอบที่สุด (โดยรวมก็ชอบหมดเลย  ไม่ชอบแต่ Noborubetsu ที่เดียว)
อันดับ 1 เมือง Biei เล็กๆ แต่น่าอยู่มาก สวยไปหมด
อันดับ 2 บรรยากาศที่ Matsumae Castle ช่วงเวลาที่เค้าจัดงานเทศกาลซากุระ, ภูเขา Asahidake และบรรยากาศตอนไป,  Kamui Cape
อันดับ 3 Misaki Onsen, เมือง Hakodate,  Shirokane Onsen,  เมือง Otaru
อันดับ 5 Sapporo,  Asahikawa,  Toya Lake
  
ชอบน้อยที่สุด  Noborubetsu

แค่มาเล่าเรื่องราวเฉยๆ ครับว่าไปไหนมาบ้าง กับการเยือน Hokkaido ครั้งแรก โดยรถสาธารณะทั้งหมด ทั้ง JR, Bus, Tram สนุกดีครับ แต่ก็ยังไม่มีรูปเลย
จะมาบอกเพิ่มเติมว่า  สำหรับท่านใดที่ซื้อตั๋ว Air Asia ขากลับ flight 8.55 น. คืนก่อนเดินทางพักที่ Sapporo ก็ได้ครับ แล้วขึ้นรถไฟให้ทันเที่ยว 06.00 น. เที่ยวแรก ถึงสนามบินประมาณ 06.48 น. ถ้าช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนยังไงก็ทันครับ  ไม่ต้องพักเมือง chisote ก็ได้ เพราะเกทเปิดให้เดินเข้าได้ตอน 07.30 น.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่