= = = กลเทวา บทที่ 5 = = =

กระทู้สนทนา
บทนำ และบทที่ 1 : http://pantip.com/topic/33291401

บทที่ 2 : http://pantip.com/topic/33336819

บทที่ 3 : http://pantip.com/topic/33371077

บทที่ 4 : http://pantip.com/topic/33400940

================================

บทที่ 5


    น้ำเสียงเจ้าอารมณ์ของสราญรัตน์ที่ผ่านมาทางระบบฝากข้อความนั้นสร้างความระคายใจได้ไม่น้อยกว่าการสนทนาโดยตรงเลยทีเดียว อินทุภาคลึงขมับเพื่อคลายอาการปวดศีรษะที่มาพร้อมกับข้อความนั้น


    ...ฉันจะไปที่ไร่อุมา เธอเตรียมห้องไว้ให้ด้วย...


    หล่อนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความห่อเหี่ยว อิสระที่เพิ่งได้มาเพียงสองอาทิตย์ช่างน้อยนิดเสียเหลือเกิน อินทุภาเหลือบมองกระดาษปึกหนาที่หอบหิ้วมาด้วยสายตาว่างเปล่า หญิงสาวเพิ่งเขียนสรุปได้ไม่ถึงครึ่ง ตั้งใจว่าจะมาทำต่อให้เสร็จในคืนนี้ แต่...หมดอารมณ์เสียก่อน


    อินทุภาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเกมอยู่ชั่วครู่ หากดูเหมือนความตึงเครียดจะไม่สลายไปแม้แต่น้อย หล่อนจึงโยนมือถือลงบนข้างหมอน พยายามข่มตาลงแทน แต่ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน หญิงสาวพลิกกระสับกระส่ายอยู่เป็นนาน ก่อนลุกขึ้นไปเปิดไฟที่หัวเตียง


    ร่างน้อยนั่งเกยคางกอดเข่าตัวเอง เหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย แสงนวลที่สาดส่องไปทั่วห้องยิ่งทำให้รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก หล่อนเหลือบมองไปยังเอกสารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะตัวน้อย อินทุภาเม้มปากแน่น ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงาน มือเรียวหยิบปากกาขึ้นมาขีดเขียนต่อ หญิงสาวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตนเองถึงทำเช่นนี้


ทว่า...ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยมิใช่หรือ


    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้เพียงแต่เสียงไก่ขันยามเช้าปลุกให้อินทุภางัวเงียขึ้นมานั่ง หล่อนฟุบหลับไปเมื่อใดไม่ทันรู้ตัว หญิงสาวบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยขบ ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเพื่อปลุกตนเอง อินทุภาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพหยดน้ำพราวเต็มหน้า หญิงสาวรวบงานที่ทำเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนเป็นปึกเดียว ก่อนเดินออกจากห้องนอนเพื่อฝากให้ใครเอาไปให้ที่สำนักงาน


    “อ่าว คุณไนท์ วันนี้ตื่นเช้าเชียวค่ะ” นางลำดวนที่เพิ่งเสร็จจากการเตรียมอาหารใส่บาตรเอ่ยทักขึ้น “วันนี้จะใส่บาตรกับคุณยายหรือคะ”

    “ใช่ค่ะ” อินทุภารีบรับสมอ้างทันทีแม้ใจจะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ไหนๆก็ตื่นมาแต่เช้าทั้งที มีโอกาสทำคะแนนเพิ่มก็ต้องรีบฉวยกันบ้างล่ะ “ป้าลำดวนคะ ไนท์ฝากเอกสารนี่ให้คนไปส่งที่ออฟฟิศหน่อยได้ไหมคะ?”


    “อ่าว วันนี้คุณไนท์ไม่เข้าออฟฟิศเหรอคะ”


    “ไม่ล่ะค่ะ” หล่อนย่นจมูก “แค่นี้ที่นั่นเขาก็เบื่อหน้าไนท์จะแย่แล้ว”


    “ใครกันคะจะกล้าเบื่อหน้าคุณไนท์” นางลำดวนบ่น แต่ก็รับกระดาษปึกหนามาถือไว้ “เดี๋ยวป้าจัดการให้เองค่ะ คุณไนท์ไปใส่บาตรกับคุณยายเถอะ ท่านอยู่ตรงหน้าบ้านแล้วค่ะ”


    หลานสาวคุณนายอุมารับคำ เดินตรงไปยังลานหน้าบ้านอันเป็นเขตที่พระสงฆ์มารับบิณฑบาตรเป็นประจำ โต๊ะยาวปูผ้าสีขาวถูกตั้งไว้เรียบร้อยดังเช่นทุกวัน บนนั้นมีโถข้าว กับข้าวและของหวานจัดเรียงเป็นชุด คุณนายอุมาอยู่ในชุดเสื้อลูกไม้สีขาวนวลและผ้านุ่งสีน้ำเงินเข้ม มีผ้าผืนหนาคลุมไหล่เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ตนเอง หญิงชราหันมาเห็นหลานสาวจึงกวักมือเรียกให้มาใส่บาตรร่วมกัน


    หญิงสาวที่ค่อนข้างห่างวัดวา บรรจงวางถุงอาหารคาวและของหวานใส่บาตร การทำบุญช่วยให้ความว้าวุ่นสงบลงอย่างน่าแปลกใจ สองยายหลานทำบุญร่วมกันโดยไม่มีคำพูดใดๆ จนกระทั่งเครื่องคาวหวานชุดสุดท้ายถูกบรรจุลงในบาตร


    อินทุภาพนมมือรับพรจากพระภิกษุรูปสุดท้าย ก่อนหันมายิ้มให้คุณนายอุมาที่เอ่ยทักอย่างแปลกใจ
    “วันนี้ตื่นแต่เช้าเชียวไนท์”


    หญิงสาวยิ้มกว้างเป็นการตอบรับ ไม่ประหลาดใจกับคำทักทายของผู้เป็นยาย เพราะนอกจากวันแรกที่หล่อนตั้งใจตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรร่วมกับเจ้าของบ้านแล้ว อินทุภาก็ไม่ได้ลงมาอีกเลย แม้จะอยากทำตัวเป็นเด็กดีแค่ไหน แต่ความรักสบายในตัวหล่อนก็มีมากเกินกว่าจะฝืนตัวเองตื่นแต่หัวรุ่ง


    “บังเอิญตื่นหรอกค่ะคุณยาย” อินทุภาตอบขำขัน “วันนี้ไก่ของคุณยายมาขันอยู่ใกล้ๆห้องนอนไนท์ เลยสะลึมสะลือตื่นมาใส่บาตรกับคุณยายได้นี่ล่ะค่ะ”


    คุณนายอุมาหัวเราะเบาๆกับคำตอบนั้น หลานสาวที่เพิ่งสังเกตเครื่องแต่งกายของผู้สูงวัยเอ่ยทักขึ้น
    “แล้วนี่คุณยายจะไปไหนหรือคะ? แต่งตัวสวยเชียว”


    ปกติแล้วเจ้าของไร่ชรามักจะใส่เสื้อเรียบๆกับผ้าถุงตามประสาคนแก่ หากวันนี้นางอยู่ในชุดพร้อมจะออกไปข้างนอก


    “ยายจะไปวัดน่ะ วันนี้มีงานบวชของ...” คุณนายอุมาเอ่ยชื่อชาวบ้านที่อินทุภาไม่รู้จัก “เขามาส่งการ์ดเชิญตั้งแต่เดือนที่แล้ว ไนท์จะไปด้วยกันไหม?”


    “ไม่ดีกว่าค่ะ” อินทุภาปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด งานบวชต่างจังหวัดเนี่ยนะ จะให้หล่อนไปทำอะไรกัน “ไนท์ไม่รู้จักเขา เดี๋ยวจะไปเกะกะงานเขาเปล่าๆ”
    หญิงชรานิ่วหน้ากับคำพูดของหลานสาว


    “เกะกะอะไรกัน? ร่วมงานบุญน่ะไม่มีเกะกะหรอกนะ”


    “ไนท์หมายความว่า ไนท์ทำอะไรไม่เป็นน่ะค่ะ ไปร่วมงานก็ช่วยอะไรไม่ได้” หญิงสาวรีบแก้ตัว หาข้ออ้างที่จะไม่ไปร่วมงานบุญ “อยู่ทางนี้น่าจะช่วยอะไรได้มากกว่า พอดีไนท์กำลังช่วยคุณเบสแปลเอกสารอยู่น่ะค่ะ” อินทุภายกงานแปลที่เพิ่งทำเสร็จไปสดๆร้อนๆขึ้นมาอ้าง


    “อย่างนั้นหรือ?”


    “ค่ะ” หล่อนรีบสาธยายต่อ “อีกอย่างไนท์ไม่รู้จะทำตัวยังไงด้วย ไม่เคยไปร่วมงานบวชกับเขาสักที”


    คุณนายอุมาตั้งท่าจะเอ่ยอะไรต่อ แต่ก็เปลี่ยนใจไม่พูด อินทุภาที่เพิ่งนึกเรื่องของสราญรัตน์ขึ้นมาได้ รีบเอ่ยขออนุญาตขึ้นมาในทันทีเพื่อหาทางเปลี่ยนเรื่อง
    “คุณยายคะ ไนท์มีเรื่องจะขออนุญาตค่ะ”


    “หือ?” ผู้ชราที่ไม่ทันตั้งตัวกับการเปลี่ยนเรื่องกะทันหันครางในลำคอด้วยความแปลกใจ “มีเรื่องอะไรหรือ?”


    “เรื่อง...” ครั้นจะต้องเอ่ยขึ้นมาจริงๆ อินทุภาก็รู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมา “เรื่องคุณสราญน่ะค่ะ” หล่อนตัดใจเอ่ยปาก “แม่เลี้ยงไนท์เขาโทร.มาหา บอกว่าจะมาเยี่ยมไนท์ แล้วก็ขอมาเที่ยวที่นี่สักสามสี่วัน”


    “อ้อ...” เจ้าของไร่พยักหน้ารับ “เขาคงเป็นห่วงเราล่ะสิ” คุณนายอุมาคาดคะเน “ก็เอาสิ จะมากี่วัน กี่คนก็ได้ มาเมื่อไหร่ ไนท์ก็บอกลำดวนไว้แล้วกัน เขาจะได้เตรียมห้องหับไว้ให้”


    อินทุภาที่แอบลุ้นในใจว่าผู้เป็นยายจะไม่อนุญาต ได้แต่พยักหน้ารับอย่างหงอยๆ
    “ขอบคุณค่ะคุณยาย”


    หญิงชราเห็นท่าทางของหลานสาวก็อดเอื้อมมือไปลูบหัวไม่ได้


    “ทำไมล่ะ แม่จะมาเยี่ยม ไม่ดีใจหรือไง?”


    “แม่ไนท์ที่ไหนล่ะคะ?” หล่อนอดเถียงไม่ได้


    “เขาก็เลี้ยงเราอย่างลูกมาหลายปีไม่ใช่หรือไนท์” นางเอ่ยอ่อนโยน “ไม่ใช่แม่แท้ๆก็เหมือนแม่ล่ะ โตป่านนี้แล้วยังจะตั้งแง่อะไรอีก หืม...”


    อินทุภาก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรอีก ผู้มากวัยจึงเอ่ยชวนหลานสาวไปรับประทานอาหารเช้าแทน


    “เราไปกินข้าวเช้ากันดีกว่า เห็นลำดวนว่า วันนี้มีปลาอินทรีย์ทอดที่ไนท์ชอบด้วยนะ”


    นางพูดเอาใจพลางจูงมือหญิงสาวเข้าเรือน อินทุภาเดินตามไปอย่างว่าง่าย หากใจหนักอึ้งไปด้วยความกังวลว่า จะเกิดอะไรขึ้นยามสราญรัตน์มาที่ไร่อุมา...
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่