กระทู้นี้ไม่ได้มาอวยหรือโจมตีแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมขอรับกระผม และกระทู้นี้จะเจาะจงไปที่ระบบแอนดรอย์เท่านั้น
กระทู้นี้เป็นความอัดอั้นตันใจของผมเนื่องมาจากซื้อมือถือเครื่องใหม่ ซึ่งก็คือ nexus 4 ด้วยเงินส่วนตัวที่ใช้เวลานานกว่าจะเก็บได้จากเงินเดือนอันน้อยนิดของผม
เอากลับมาถึงบ้าน : คนในบ้านถาม "ทำไมไม่เก็บตังอีกไปซื้อซัมซุง โซนี่ OPPO ฯลฯ มีฟังก์ชันนู่นนี่นั่นเพียบ" ส่วนตัวผม เงียบ
มาถึงออฟฟิช : คนในออฟฟิชถาม "ซื้อมาทำไมเนี่ย กล้องภาพก็แย่ จอก็ซีด เสียงเพลงก็งั้นๆ" พร้อมกับยกชูมือถือตัวเก่งของเขามาเทียบ และผมก็เงียบเหมือนเดิม
คำถามนี้แสดงถึงว่าคนเราสนใจใช้มือถือกันแค่ฟีเจอร์มาอวดกันเท่านั้น และไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด
จากนั้นอีกหลายวัน
คนในออฟฟิชถาม : น้องๆ ทำไมเครื่องพี่แอพ นู่นนี่นั่น เด้งบ่อยจริง เครื่องรุ่นอื่นไม่เห็นเป็นเลย
ผมก็ตอบ : ลองอัพเวอร์ชันใหม่แล้วลองรีเซ็ตเครื่องดูครับ
เขาก็ถามกลับอีก : เครื่องรุ่นนี้ศูนย์มันบอกอัพไม่ได้แล้ว ลองรีเซ็ตดูแล้วก็ยังไม่หาย
ผมก็ตอบ : คงต้องรอให้คนทำทำแอพมันอัพเดตแก้เท่านั้นแหละ
ซึ่งเครื่องผมใช้แอพเดียวกันไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ในตอนนี้ผมได้รู้ว่าปัญหาแอพในระบบแอนดรอย์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้เกิดจาก
- การ customize ตัวระบบ
- บริษัทผู้ผลิตลอยแพ
ดังนั้นผมจึงเลือกใช้ nexus เพราะมันไม่มีการ customize และมีการอัพเดตจากกูเกิลโดยตรง
เอาล่ะ ออกไปไกลแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า
ความแตกต่างของระบบในตัวเครื่อง nexus กับรุ่นอื่นๆ
1. ประสิทธิภาพ : จากข้อกล่าวขานที่ได้กล่าวไปข้างต้นก็บ่งบอกได้อยู่แล้วว่า แอนดรอยด์ที่อยู่ในเครื่อง nexus มีประสิทธิภาพแย่กว่ารุ่นอื่นๆในสเปคเดียวกัน หรือราคาเท่ากัน ทั้งในเรื่องความแรงที่ทำแบบกั๊กๆ กล้องถ่ายก็ไม่ค่อยสวย(คหสต คิดว่าก็พอใช้ได้นะ) เสียงเพลงก็งั้นๆ สาเหตุอันเนื่องมาจากระบบมันเป็น opensource แต่ตัวไดรเวอร์ที่จะทำให้มันทำงานได้เต็มที่มันเป็นลิขสิทธิ์ บริษัทผู้ผลิตเครื่อง nexus จึงพัฒนาไดรเวอร์แบบ opensource ซึ่งใช้ความสามารถของตัวอุปกรณ์ได้ไม่เต็มที่ครับ และด้วยตัวลิขสิทธิ์ไดรเวอร์จึงมีผู้พัฒนาที่ทำ modify rom ที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์ซักเท่าไหร่
2.แอพ : เนื่องมาจากระบบแอนดรอยด์ที่อยู่ในเครื่อง nexus เป็นแอนดรอยด์แบบดั้งเดิมคือไม่มีการปรับแต่งใดๆ ก็หมายความว่าแอพที่พัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาก็จะนำเครื่อง nexus มาทดสอบเป็นอันดับแรกๆ แล้วก็นำแอพขึ้น play store ดังนั้นแอพที่ขึ้น play store เกือบทั้งหมดสามารถใช้งานได้ในเครื่อง nexus ซึ่งเป็นที่กล่าวกันคือ nexus เป็นมือถือสำหรับผู้พัฒนานั่นเอง ส่วนรุ่นอื่นนั้นมีการปรับแต่งการทำงานหลายส่วน ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของแอพบางตัว โดยแสดงอาการ force close บ้าง ,ค้างบ้าง แอพเด้งบ้าง ซึ่งเป็นภาระของผู้พัฒนาที่จะต้องทำแอพให้ใช้ได้ทุกเครื่องบนโลก ดังนั้นเราจึงเห็นแอพที่ไม่ค่อยจะสมประกอบกันซักเท่าไหร่นัก
3.ตัวระบบและการสนับสนุน : ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมให้ความสำคัญ ถ้ามีสิ่งนี้ ปัญหาแอพก็จะหมดไป ก็คือตัวการอัพเกรดเวอร์ชัน หลายคนอาจจะคิดแค่ว่า อัพไปทำไม อัพแล้วเครื่องอืด แค่โทรได้ก็พอไม่ต้องอัพหรอก ประมาณนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด การที่แต่ละรุ่นมีเวลาการอัพเวอร์ชันไม่เท่ากันอันเนื่องมาจากการที่ต้องไปปรับแก้ระบบเพื่อให้เป็นจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งจะนานไม่นานก็ขึ้นอยู่กับจำนวนรุ่นและฟีเจอร์ที่ต้องการใส่เพิ่ม ซึ่งจะเกิดปัญหาความล่าช้าจนผู้ผลิตมองว่าถ้าอัพทุกรุ่นก็คงทำกันหลายปี ก็เลยตัดสินใจ "ลอยแพ" ของเครื่องรุ่นเก่า หรือรุ่นที่ไม่ได้รับความนิยมออกไป แล้วก็ปล่อยรุ่นใหม่ เพื่อให้มีเวลามากขึ้น บางคนซื้อมาปุ๊บ ก็โดนลอยแพทันที หรือได้อัพแค่เวอร์ชันเดียวก็จอด การที่เครื่องถูก "ลอยแพ" เป็นสิ่งที่กูเกิลต้องคิดหนัก เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาของเวอร์ชันเก่าๆ รวมทั้งจะทำให้คนทำแอพทำงานง่ายขึ้นด้วย
เอารูปจำนวนรุ่นที่ได้อัพจาก เวอร์ชัน 2.2 -> 2.3 ครับ (ตอนที่อัพจาก 2.3 -> 4.0 ยิ่งกว่านี้อีก)
สรุป
สำหรับคนที่สนใจจะหามือถือหรือตระกูล nexus แล้วมาเทียบกับรุ่นอื่น เราก็ขอสรุปดังต่อไปนี้
- เป็นนักพัฒนา
- ชอบเครื่องเร็ว เล่นได้เกือบทุกแอพ
- อยากได้อัพระบบก่อนใคร และมากกว่าใคร
- ไม่เน้นถ่ายรูป ฟังเพลง
- ไม่ซีเรียสเรื่องตัวเครื่องที่ต้องบางสุด สเปคเทพสุด จอชัดสุด ฯลฯ
บุคคลใดที่ต้องการใช้มือถือดังข้างตัน ก็บรรจงถอย nexus ไปได้เลยครับ
แต่ถ้าต้องการแบบนี้
- หน้าจอต้องสวย ละเอียดยิบ
- กล้องถ่ายรูปชัดเป๊ะ
- ฟังเพลงเสียงระดับหูทองคำ
- เครื่องต้องแรงสุดๆ เปิดแอพเสร็จก่อนใคร
- แบตอึด ทนทรหด (แล้วแต่รุ่น ส่วนใหญ่จะอึดกว่า nexus ในสเปคเดียวกัน)
- มีลูกเล่นในเครื่องแพรวพราว มีแอพแถมมาให้เสร็จสรรพ
แบบนี้ ให้เลือกเครื่องที่เทียบกับ nexus ไปได้เลยครับ
เอาเท่านี้ก่อนครับ มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับแอนดรอยด์ก็ลองมาสอบถามได้ครับ ตอบได้ก็จะตอบ ไม่ได้ก็ตอบว่าไม่ได้ จากประสบการณ์ที่เล่นกับแอนดรอย์มาตั้งแต่เวอร์ชันแรกๆก็ 4-5 ปีแล้วครับ
ทำไมถึงใช้ NEXUS
กระทู้นี้เป็นความอัดอั้นตันใจของผมเนื่องมาจากซื้อมือถือเครื่องใหม่ ซึ่งก็คือ nexus 4 ด้วยเงินส่วนตัวที่ใช้เวลานานกว่าจะเก็บได้จากเงินเดือนอันน้อยนิดของผม
เอากลับมาถึงบ้าน : คนในบ้านถาม "ทำไมไม่เก็บตังอีกไปซื้อซัมซุง โซนี่ OPPO ฯลฯ มีฟังก์ชันนู่นนี่นั่นเพียบ" ส่วนตัวผม เงียบ
มาถึงออฟฟิช : คนในออฟฟิชถาม "ซื้อมาทำไมเนี่ย กล้องภาพก็แย่ จอก็ซีด เสียงเพลงก็งั้นๆ" พร้อมกับยกชูมือถือตัวเก่งของเขามาเทียบ และผมก็เงียบเหมือนเดิม
คำถามนี้แสดงถึงว่าคนเราสนใจใช้มือถือกันแค่ฟีเจอร์มาอวดกันเท่านั้น และไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด
จากนั้นอีกหลายวัน
คนในออฟฟิชถาม : น้องๆ ทำไมเครื่องพี่แอพ นู่นนี่นั่น เด้งบ่อยจริง เครื่องรุ่นอื่นไม่เห็นเป็นเลย
ผมก็ตอบ : ลองอัพเวอร์ชันใหม่แล้วลองรีเซ็ตเครื่องดูครับ
เขาก็ถามกลับอีก : เครื่องรุ่นนี้ศูนย์มันบอกอัพไม่ได้แล้ว ลองรีเซ็ตดูแล้วก็ยังไม่หาย
ผมก็ตอบ : คงต้องรอให้คนทำทำแอพมันอัพเดตแก้เท่านั้นแหละ
ซึ่งเครื่องผมใช้แอพเดียวกันไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ในตอนนี้ผมได้รู้ว่าปัญหาแอพในระบบแอนดรอย์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้เกิดจาก
- การ customize ตัวระบบ
- บริษัทผู้ผลิตลอยแพ
ดังนั้นผมจึงเลือกใช้ nexus เพราะมันไม่มีการ customize และมีการอัพเดตจากกูเกิลโดยตรง
เอาล่ะ ออกไปไกลแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า
ความแตกต่างของระบบในตัวเครื่อง nexus กับรุ่นอื่นๆ
1. ประสิทธิภาพ : จากข้อกล่าวขานที่ได้กล่าวไปข้างต้นก็บ่งบอกได้อยู่แล้วว่า แอนดรอยด์ที่อยู่ในเครื่อง nexus มีประสิทธิภาพแย่กว่ารุ่นอื่นๆในสเปคเดียวกัน หรือราคาเท่ากัน ทั้งในเรื่องความแรงที่ทำแบบกั๊กๆ กล้องถ่ายก็ไม่ค่อยสวย(คหสต คิดว่าก็พอใช้ได้นะ) เสียงเพลงก็งั้นๆ สาเหตุอันเนื่องมาจากระบบมันเป็น opensource แต่ตัวไดรเวอร์ที่จะทำให้มันทำงานได้เต็มที่มันเป็นลิขสิทธิ์ บริษัทผู้ผลิตเครื่อง nexus จึงพัฒนาไดรเวอร์แบบ opensource ซึ่งใช้ความสามารถของตัวอุปกรณ์ได้ไม่เต็มที่ครับ และด้วยตัวลิขสิทธิ์ไดรเวอร์จึงมีผู้พัฒนาที่ทำ modify rom ที่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์ซักเท่าไหร่
2.แอพ : เนื่องมาจากระบบแอนดรอยด์ที่อยู่ในเครื่อง nexus เป็นแอนดรอยด์แบบดั้งเดิมคือไม่มีการปรับแต่งใดๆ ก็หมายความว่าแอพที่พัฒนาขึ้นมา ผู้พัฒนาก็จะนำเครื่อง nexus มาทดสอบเป็นอันดับแรกๆ แล้วก็นำแอพขึ้น play store ดังนั้นแอพที่ขึ้น play store เกือบทั้งหมดสามารถใช้งานได้ในเครื่อง nexus ซึ่งเป็นที่กล่าวกันคือ nexus เป็นมือถือสำหรับผู้พัฒนานั่นเอง ส่วนรุ่นอื่นนั้นมีการปรับแต่งการทำงานหลายส่วน ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของแอพบางตัว โดยแสดงอาการ force close บ้าง ,ค้างบ้าง แอพเด้งบ้าง ซึ่งเป็นภาระของผู้พัฒนาที่จะต้องทำแอพให้ใช้ได้ทุกเครื่องบนโลก ดังนั้นเราจึงเห็นแอพที่ไม่ค่อยจะสมประกอบกันซักเท่าไหร่นัก
3.ตัวระบบและการสนับสนุน : ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมให้ความสำคัญ ถ้ามีสิ่งนี้ ปัญหาแอพก็จะหมดไป ก็คือตัวการอัพเกรดเวอร์ชัน หลายคนอาจจะคิดแค่ว่า อัพไปทำไม อัพแล้วเครื่องอืด แค่โทรได้ก็พอไม่ต้องอัพหรอก ประมาณนี้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด การที่แต่ละรุ่นมีเวลาการอัพเวอร์ชันไม่เท่ากันอันเนื่องมาจากการที่ต้องไปปรับแก้ระบบเพื่อให้เป็นจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งจะนานไม่นานก็ขึ้นอยู่กับจำนวนรุ่นและฟีเจอร์ที่ต้องการใส่เพิ่ม ซึ่งจะเกิดปัญหาความล่าช้าจนผู้ผลิตมองว่าถ้าอัพทุกรุ่นก็คงทำกันหลายปี ก็เลยตัดสินใจ "ลอยแพ" ของเครื่องรุ่นเก่า หรือรุ่นที่ไม่ได้รับความนิยมออกไป แล้วก็ปล่อยรุ่นใหม่ เพื่อให้มีเวลามากขึ้น บางคนซื้อมาปุ๊บ ก็โดนลอยแพทันที หรือได้อัพแค่เวอร์ชันเดียวก็จอด การที่เครื่องถูก "ลอยแพ" เป็นสิ่งที่กูเกิลต้องคิดหนัก เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาของเวอร์ชันเก่าๆ รวมทั้งจะทำให้คนทำแอพทำงานง่ายขึ้นด้วย
เอารูปจำนวนรุ่นที่ได้อัพจาก เวอร์ชัน 2.2 -> 2.3 ครับ (ตอนที่อัพจาก 2.3 -> 4.0 ยิ่งกว่านี้อีก)
สรุป
สำหรับคนที่สนใจจะหามือถือหรือตระกูล nexus แล้วมาเทียบกับรุ่นอื่น เราก็ขอสรุปดังต่อไปนี้
- เป็นนักพัฒนา
- ชอบเครื่องเร็ว เล่นได้เกือบทุกแอพ
- อยากได้อัพระบบก่อนใคร และมากกว่าใคร
- ไม่เน้นถ่ายรูป ฟังเพลง
- ไม่ซีเรียสเรื่องตัวเครื่องที่ต้องบางสุด สเปคเทพสุด จอชัดสุด ฯลฯ
บุคคลใดที่ต้องการใช้มือถือดังข้างตัน ก็บรรจงถอย nexus ไปได้เลยครับ
แต่ถ้าต้องการแบบนี้
- หน้าจอต้องสวย ละเอียดยิบ
- กล้องถ่ายรูปชัดเป๊ะ
- ฟังเพลงเสียงระดับหูทองคำ
- เครื่องต้องแรงสุดๆ เปิดแอพเสร็จก่อนใคร
- แบตอึด ทนทรหด (แล้วแต่รุ่น ส่วนใหญ่จะอึดกว่า nexus ในสเปคเดียวกัน)
- มีลูกเล่นในเครื่องแพรวพราว มีแอพแถมมาให้เสร็จสรรพ
แบบนี้ ให้เลือกเครื่องที่เทียบกับ nexus ไปได้เลยครับ
เอาเท่านี้ก่อนครับ มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับแอนดรอยด์ก็ลองมาสอบถามได้ครับ ตอบได้ก็จะตอบ ไม่ได้ก็ตอบว่าไม่ได้ จากประสบการณ์ที่เล่นกับแอนดรอย์มาตั้งแต่เวอร์ชันแรกๆก็ 4-5 ปีแล้วครับ