ผมสนับสนุนโครงการ 2.2 ล้านล้านของรัฐบาล ด้วยเหตุผลแบบทึ่มๆบ้านๆไร้มาตรฐานทางวิชาการใดๆ

กระทู้สนทนา



ประการแรก
ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่จะทำ เห็นด้วยให้พัฒนารถไฟ ถนน ท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์์ ผมว่ามันจำเป็นมากๆและคิดว่าเราทำช้าไปมากเสียด้วยซ้ำ

ไม่ต้องยกเหตุผลทางเศรษฐกิจ ความเจริญ GDP การจ้างงาน บลาๆๆ มาประกอบ อันนั้นหาอ่านเอาได้ตามคำโฆษณาของรัฐบาล ผมคิดง่ายๆแค่ลองนึกภาพว่าต่อไปช่วงปีใหม่-สงกรานต์ เราไม่ต้องมาคุยกันเรื่องการอัดคนขึ้นรถบัส จำนวนรถบนถนนจะลดลง อุบัติเหตุลดลง ยอดคนตายลดลง แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวผมว่าก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว อันที่จริงถ้าใครเดินทางต่างประเทศบ่อยๆจะรู้ดีว่ามาตรวัดอย่างง่ายๆเวลาดูว่าประเทศไหน “เจริญ” แค่ไหน เขาก็ดูกันที่โครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมนี่แหละ

ประการต่อมา
ด้วยความที่ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่จะทำ ผมจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นหนี้ และต่อให้เป็นหนี้มากกว่านี้ ผมก็ยินดีจะแบกและจะให้ลูกหลานต้องแบกต่อไป ตราบใดที่มันการันตีว่าลูกหลานผมจะได้ใช้รถไฟ ถนน การขนส่งสินค้า ที่พัฒนากว่านี้

มันก็เหมือนการกู้เงินส่งลูกเรียน หรือกู้เงินซื้อรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ มันไม่ใช่สิ่งที่จะมาคิดว่า “ทำดีไหม” เพราะยังไงมันต้องทำ ต้องพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ประเด็นควรอยู่แค่ว่า “ทำไมเพิ่งจะเร่ิมทำ” และ “เมื่อไหร่จะเสร็จ” มากกว่า

คิดง่ายๆว่าถ้าเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ที่บ้านไม่มีคอมพิวเตอร์ไว้ทำมาหากินสักเครื่อง ผมคงไม่มานั่งคิดว่ากูจะเป็นหนี้ 0% 10 เดือนดีไหมเพื่อผ่อนคอมพิวเตอร์สักเครื่องเพื่อเอามาทำมาหากิน ผมคงดีใจว่าโลกนี้มีเงินให้ผมกู้มาซื้อคอมฯ และเมื่อไหร่จะได้ไปซื้อมาใช้เขียนโปรแกรมหากินเสียที

ประเด็นถัดไป
ถามว่าผมห่วงคอรัปชั่นไหม? ก็ตอบตรงๆว่าไม่ห่วง ผมเชื่อว่ากินกันกระจายแน่นอน

ใครจะด่าว่าผมไร้จริยธรรมยังไงไม่รู้ แต่ด้วยสภาพเงื่อนไขการเมืองไทยวันนี้ ด้วยระบบอุปถัมภ์แบบนี้ ด้วย rule of law แบบไทยๆ ถ้าผมต้องเลือกระหว่างตั้งโครงการมากินกันเฉยๆ ไม่ได้ผลลัพธ์อะไรกับตัวผมหรือลูกหลานผมเลย กับได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจับต้องได้ ผมตอบอย่างหน้าไม่อายว่าขอเลือกอย่างหลัง

คือจะกินกันก็กินไป แต่ขอกูและลูกกูได้กินบ้าง
ไอติมมันละลายแน่ แต่ขอให้เหลือถึงปากกูหน่อย อย่าให้เหลือแต่ไม้ไอติม

การบอกว่าเชื่อว่ามีคอรัปชั่นแน่ๆ ไม่ได้แปลว่าผมสนับสนุนให้โกงกิน ถ้าผมเลือกได้ ผมก็ไม่อยากให้โกงกิน ถ้าผมเลือกให้มีฝ่ายค้านที่เก่งๆได้ ผมก็อยากเลือก ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งให้ตรวจสอบการทำงาน การใช้เงิน การจัดซื้อ บลาๆๆ ถ้างบมันจะใช้ไม่ถึง 2.2 ล้านล้าน อาจใช้แค่ 2.0 หรือ 1.7 หรือ 1.2 ล้านล้าน ก็ยิ่งดี ยิ่งซื้อของถูกก็ยิ่งดี

ถ้าโครงการผ่านออกมาแล้ว ฝ่ายค้าน (ทั้งในและนอกสภา) พบว่าเรื่องไหนกรณีใดทุจริต ขอให้ลากไส้ รมต. และเจ้าหน้าที่พวกนั้นออกมาให้หมดและจับไปลงโทษอย่าได้ละเว้น ถอดถอนหรือทำอะไรก็ซัดไปอย่าได้ยั้ง อย่าให้เหมือนกรณี CTX ที่สุวรรณภูมิที่สุดท้ายก็เป็นแค่ลมปากด่ากันเอามันส์ แล้ว ปปช. ยกคำร้องเองซะงั้น หรืออย่าให้เหมือนกรณีกล้ายาง และอีกสารพัด “ข้อกล่าวหา” ที่สุดท้ายก็จับมือจูบปากซูเอี๋ยเป็นมิตรกันไปไม่มีใครผิด

แล้วก็ต้องแยกแยะด้วยว่าการตรวจสอบ ไม่เหมือนกับการจ้องล้มโครงการ หรือจ้องล้มรัฐบาล นั่นมันบานปลายเลอะเทอะ พวกผมไม่อยากได้เสาโฮปเวลล์ หรือเสาโรงพักตำรวจอีกแล้ว ขอให้พวกผมได้ใช้รถไฟ ใช้ถนนดีๆบ้างเถิด แพงหน่อยผมก็ยอมจ่าย ได้โปรดอย่าเล่นเกมกันแล้วพาลไปล้มโครงการเลย

ประการต่อไป ทำไมต้องกู้พิเศษ?
ผมเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่มีความรู้ ก็คิดง่ายๆแค่ว่าในเมื่อโครงการอื่นๆอย่างไทยเข้มแข็ง (ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเอาเงินมาสร้างอะไร) ยังทำได้ โครงการอื่นๆก็ต้องทำได้บ้างสิ แล้วยิ่งถ้าเป็นการเขียนโครงการชัดเจน ประกาศชัดเจนว่าจะทำอะไร เสร็จเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร ผมว่ามันก็ชัดเจนดีกว่าปล่อยให้ขึ้นๆลงๆตามปีงบประมาณ ตามทิศทางรัฐบาล ไอ้แบบนั้นเผลอๆยิ่งกินกันง่ายเข้าไปอีก ปีหน้าก็อ้างเรื่องโน่นนี่มาของบเพิ่ม

แต่ถ้าตั้งโครงการกันให้ชัดแต่แรกอย่างนี้ ไม่ต้องถึงขั้นของบเพิ่มหรอก เอาแค่ล่าช้าจากแผน ผมว่ามีคนรุมด่า รุมกระทืบกันทั้งแผ่นดินแน่นอน

ประเด็นเรื่องแหล่งที่มาของเงิน
อันนี้ผมไม่รู้หรอกว่าในทางเทคนิค capitalization ของโครงการแบบนี้ การกู้มาเต็มๆแล้วสร้างเอง กับการร่วมทุนกับเอกชนทั้งต่างประเทศและในประเทศอันไหนจะคุ้มค่าดีกว่ากัน คงต้องปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญว่ากันไป แต่เรื่องพวกนี้มันควรคิดกันได้สัก 30 ปีก่อนแล้วมั้ง (ก็เห็นมีให้เรียนกันในตำรา MBA ทุกโรงเรียนแล้ว) อย่ามาเถียงกันตอนนี้แล้วไม่เป็นอันทำอะไรกันต่อ

ถ้ามองจากแง่มุมการเมือง สมมติว่า ปชป. เชื่อในแนวทางร่วมทุนกับต่างชาติ ปชป. เองก็มีโอกาส (หรือจะอ้างอย่างไม่อายฟ้าดินว่ามีอำนาจจากประชาชนก็ได้เอ๊า) เป็นรัฐบาลแล้วนี่ ก็ไม่เข็น ไม่ทำให้เกิดเอง จะโทษใครได้

แล้วในเมื่อรัฐบาลชุดนี้ได้อำนาจจากประชาชนเจ้าของประเทศมาทำงาน เขาก็ทำงานในแนวทางที่เขาเชื่อ คุณไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ หน้าที่คุณก็คือไปคอยตรวจสอบ ถ่วงดุล อย่างที่พูดไปแล้ว แต่ไม่ใช่ไปล้มโครงการหรือล้มรัฐบาล

ส่วนเรื่องแหล่งเงินกู้ ผมค่อนข้างชอบไอเดียที่จะกู้ในประเทศ มันไม่ต้องมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน แถมยังช่วยดูดซับสภาพคล่องที่ล้นเกินในทุกวันนี้ด้วย ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายต่อ

เรื่องฉลาดๆแบบนี้อยากให้พรรคการเมืองแข่งกันคิด แข่งกันทำมากๆ อย่ามัวแต่ทำเรื่องโง่ๆกันเลย

--------------
จากเฟซบุคของคุณ รุจ ธนรักษ์ เห็นว่าเขียนดึเลยเอามาฝากกันค่ะ
เขาคือใคร คลิกอ่านที่นี่ค่ะ http://www.roodthanarak.com/about/
https://www.facebook.com/rood.thanarak
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง รัฐบาล