[CR] [b][u]ทริปออสเตรเลีย วันแรก เที่ยว Melbourne นั่งรถราง เที่ยวชมเมือง ชมนกเพนกวินตามธรรมชาติตัวเป็นๆ[/u][/b]

ต่อเนื่องจากกระทู้แรก แบกเป้เที่ยวแดนจิงโจ้ 6 วัน 2 เมือง Melbourne & Sydney ที่ http://pantip.com/topic/34703077

ทริปนี้เราเริ่มต้นเดินทางออกจาก กทม ด้วยเครื่องของสายการบินประจำชาติออสเตรเลีย โดยออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 18.15 ของวันที่ 26 ธค 2557 โดยไปเปลี่ยนเครื่องที่ซิดนีย์ก่อน แล้วจึงนั่งเครื่อง transfer ไปที่เมลล์เบิรน์ซึ่งออกทุกครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 13 ชั่วโมง

ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน Taramari ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเมลล์เบิร์น สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ อากาศร้อนแฮะ ไม่เหมือนที่คิดไว้เวลาไปเมืองนอกมักจะเจอแต่ที่ที่อากาศเย็นหรือหนาว และอีกอย่างที่รู้สึกได้เลย คือท้องฟ้าที่นี่เคลียร์มาก ฟ้าเป็นฟ้า แทบไม่มีก้อนเมฆเลย



ออกมาจากสนามบินก็ติดต่อซื้อตั๋วรถโดยสารเข้าไปในเมือง หลายๆท่านแนะนำให้ใช้รถบัสของ SkyBus โดยไปลงที่สถานี Southern Cross Station เพื่อไปต่อรถตู้ไปส่งที่โรงแรมอีกที แต่หลังจากที่ไปเดินสำรวจด้วยตัวเอง ผมขอแนะนำอีกวิธีนึงที่สะดวกกว่า คือใช้บริการรถตู้จากสนามบินไปโรงแรมเลย ไม่ต้องไปต่ออีกที ราคาก็เท่ากัน แถมซื้อแบบไปกลับ ราคาถูกกว่าแบบซื้อแยก และสามารถแจ้งวันเวลาขากลับให้รถตู้มารับที่โรงแรมได้เลยด้วย สะดวกดี

ที่เราใช้เป็นของ Star Bus รถสีส้มๆ เด่นดี มองเห็นได้แต่ไกลเลย (ชื่อคล้ายๆกันกับ SkyBus เลย ^^)



รถตู้ของที่นี่แปลกดี คือมีตู้พ่วงด้านหลังไว้ใส่กระเป๋าเดินทาง ทำให้ข้างในนั่งได้โดยสะดวกไม่ต้องเกะกะกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆเลย

ทีนี้มาดูแผนการท่องเที่ยวกันหน่อย เนื่องจากเรามีเวลาเดินเที่ยวในเมืองแค่ช่วงบ่ายของวัน เลยต้องวางแผนการใช้เวลาให้ดี เราแบ่งโซนการเดินเที่ยวออกเป็นกลุ่มๆดังนี้



1. โซนใจกลางเมือง ได้แก่ ห้างดัง Myer Mall และ Mebourne Central Shopping Mall ใกล้ๆกันเป็นเขต China Town เอาไว้ฝากท้องในช่วงค่ำของแต่ละวัน

2. Queen Victoria Market ซึ่งเป็นโซนห้ามพลาดของเมือง เป็นตลาดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีที่ยังอยู่มาจนถึงปัจจุบัน มีของขายทุกประเภท เหมือนตลาดจตุจักรของบ้านเราก็ว่าได้

3. Carlton Garden เป็นอาคารเก่าแก่ประจำเมือง ด้านหน้าเป็นสวนและน้ำพุขนาดใหญ่ สวยมาก ไม่ควรพลาดสำหรับการไปเก็บรูปเป็นที่ระลึก

4. โซนรัฐสภา Parliament โบสถ์ St.Patricks และสวน Fitzroy Gardens แต่ละสถานที่มีความสวยงาม และมีประวัติศาสตร์ของตัวเอง

5. โซนที่พักผ่อนหย่อนใจบริเวณริมแม่น้ำ Yarra ประกอบไปด้วย สถานีรถไฟ Flinder Street Station อาคารสไตล์โมเดิร์น Federation Square สะพานข้ามแม่น้ำ Yarra เก๋ๆ Art Center เรียกได้ว่าโซนนี้เป็นโซนที่สามารถผสมผสานความแตกต่างของสถาปัตยกรรมและศิลปะที่ต่างยุคตั้งแต่สมัยโบราณมาจนยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

จะเห็นว่าที่เที่ยวเยอะมาก จนไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเที่ยวได้วันเดียวหมด แต่จริงๆแล้วแต่ละที่อยู่ใกล้กันมาก สามารถเดินหากันได้ หรือจะใช้รถรางที่วิ่งให้บริการรอบเมือง (เส้นประสีม่วง) ก็สะดวกดี พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลย

ก่อนอื่นก็เชิคอินเข้าโรงแรมกันก่อน เมื่อมองออกมาทางหน้าต่างจะเห็นทิวทัศน์ของเมืองแบบนี้



ดูเป็นเมืองที่เจริญมากๆ มีแต่ตึกสมัยใหม่ อาคารกระจกล้วนๆ ดูไม่เหมือนเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เห็นโดมสามเหลี่ยมรูปร่างแปลกตา มาดูกันว่ามันคืออะไร

ออกมานอกโรงแรม เราเดินผ่านห้าง Myer และเข้าไปในห้าง Melbourne Mall เพื่อไปดูสัญลักษณ์สำคัญของเมืองกัน



นั่นก็คือป้อมปราการสมัยโบราณ อายุนับร้อยปีที่อนุรักษ์ไว้ ณ ตำแหน่งเดิม โดยการสร้างโดมกระจกครอบไว้และเป็นส่วนหนึงของห้าง Melbourne Mall ไปเลย โดมกระจกนี้เองเป็นสิ่งที่เรามองเห็นออกมาจากหน้าต่างของโรงแรม

High Light อีกอย่างหนึ่งที่คนมา Melbourne ไม่ควรพลาดมาถ่ายรูป คือนาฬิกาขนาดยักษ์ ที่แขวนประจันหน้ากับป้อมโบราณ เทียบกับความสูงคนที่ยืนข้างๆ น่าจะมีความสูงไม่ต่ำกว่า 5 เมตร



ตอนนี้เป็นเวลาบ่าย 3 กว่า ท้องร้องแล้วเลยรีบเดินออกด้านหลังห้าง มุ่งหนัาไปยังตลาดจตุจักรของ Melbourne กัน เราไปฝากท้องที่ตลาด Queen Victoria Market ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่ของเมือง เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี คศ.1878 นับถึงตอนนี้ปี 2016 ก็ประมาณ 138 ปีเข้าไปแล้ว โดยประเดิมมื้อแรกด้วย Fish&Ship รสชาดดี อาหารทะเลชิ้นใหญ่ แต่ที่ขัดใจคือ Ketchup ต้องซื้อ ในราคาซองละ 0.50 AUD!!!

จากของคาว เราก็ออกมาเดินหาผลไม้ตบท้ายกัน ตลาดนี้มีของขายแทบทุกอย่าง โดยมีการแบ่งออกเป็นโซนๆ โซนเนื่อ โซนผัก โซนเสื้อผ้า และที่สำคัญที่เรามาตามหากัน คือโซนผลไม้

วันนี้เป็นวันเสาร์ ตลาดปิดตอนบ่าย 3 ตอนที่เราไป ตลาดปิดเกือบหมดแล้ว โชคดีที่ร้านนี้ยังเปิดอยู่



ผลไม้ที่นี่หลากหลายมาก สีสันสดใส มีทั้ง ส้ม แอปเปิ้ล มะม่วง กล้วย แพร์ พีช เลมอน อโวคาโด และที่ตามหา เชอร์รี่สีแดงเข้ม ที่นี่ขายกิโลละ 6 AUD = 150 บาท เท่านั้น

หลังจากอิ่มเอม เราออกเดินไปเก็บรูปหน้าประตูทางเข้าตลาดทางด้านถนน Elizabeth St. ซึ่งยังอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน



ออกจากตลาด เราเดินลงมาตามถนน Queen Street และไปรอขึ้นรถรางนำเที่ยวฟรีของเมือง บริเวณจุดตัดถนน Latrobe St กับ Swanston St. ระหว่างรอก็ชมวิวไปด้วย

ฝั่งแทยงมุม เป็นอาคารหอสมุดสร้างด้วยสถาปัตยกรรมสมัย Victoria



ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารรูปทรงและสีสันสะดุดตา ด้านบนเป็นบาร์นั่งดื่มเบียร์ชมวิวตอนกลางคืน



จุดที่เรายึนรอรถเป็นจุดตัดระหว่างรถราง 2 สาย 2 ยุคสมัย รถรางไฟฟ้าทรงทันสมัยอย่างที่เห็นเป็นรถรางที่วิ่งออกไปนอกตัวเมือง



อีกแบบ เป็นรถรางรูปทรงโบราณ เรียกว่า CITY CIRCLE TRAM ถือเป็น High Light อีกอย่างหนึ่งซึ่งคงความคลาสิคของเมือง ให้บริการวิ่งวนเป็นวงกลมสองทิศทางสวนกัน ขึ้นๆ ลงๆ ได้ตามใจชอบ และที่สำคัญคือ ฟรี



เรานั่งรถรางไปตามถนน Latrobe St. ไปประมาณ 3 บล็อค ลงตรงหัวโค้งเพื่อข้ามถนนไปชม สวนขนาดใหญ่ Carlton Garden ซึ่งต้อนรับเราด้วยความเขียว ร่มรื่น ของต้นเมเปิลขนาดใหญ่ 2 ข้างทาง



จะเห็นอาคาร Royal Exhibition Building ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ภายหลังน้ำพุขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาอย่างอ่อนช้อยสวยงาม



จากนั้นเราเดินออกมา แล้วเลี้ยวออกไปทางด้านถนน Gistorne St. เพิ่อไปชมความงามของโบสถ์ St.Patricks ลักษณะพิเศษของโบสถ์แห่งนี้คือ นอกจากจะมียอดแหลมของ 2 โดมทางด้านหน้าแล้ว ยังมีอีก 1 ยอดทางด้านหลังด้วย เมื่อมองจากด้านหน้า จะเห็นเป็นยอดแหลม 3 ยอด



ด้านหลังติดกับโบสถ์ St.Patricks เป็นสวน Fitzroy Garden ซึ่งมีกระท่อมของกัปตันคุก ที่ขนมาจากประเทศอังกฤษ เราไม่ได้เข้าไปดู เสียดายเหมือนกัน

เราวกกลับไปบนถนน Spring St. เพื่อไปชมความงามของอาคารรัฐสภาแห่งรัฐวิคตอเรีย (Parliament of Victoria) ซึ่งยังใช้งานอยู่ในปัจจุบัน





ตรงหน้าอาคารรัฐสภานี้เป็นจุดจอดของรถรางด้วย จึงพักการเดินและขึ้นรถรางไปต่อกัน

เรามาลงรถรางที่จุดชุมนุมผู้คนแหล่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของเมือง นั่นคือสี่แยกจุดตัดของถนน Flinder St. และถนน Swanston St.

ที่จุดตัดนี้มีสถานที่สำคัญอยู่ แห่งแรกคือสถานีรถไฟ Flinder Street Station สถานีรถไฟที่สมัยโบราณที่ยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน



ฝั่งตรงข้ามถนน Swanston St. คือ Federation Square ด้านในอาคารเป็นศูนย์แสดงนิทรรศการซึ่งจะเน้นทางด้านศิลปะเป็นหลัก ภายนอกอาคารมีรูปทรงทันสมัย แปลกตา มีความผสมผสานระหว่าง Art & Science



เราเข้าไปซื้อบัตรโดยสาร Myki Card ที่ 7-11 ด้านหน้าอาคาร Federation Square เพื่อขึ้นรถรางออกไปนอกเมืองไปชมนกเพนกวินที่ St.Kilda Pier กัน

เราขึ้นรถรางสาย 96 ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ไปลงรถที่หน้าสวนสนุก Luna Park เดินเรียบรั้วสวนสนุกไปจนเจอชายหาดทอดตัวยาวสุดลูกตา หาดทรายสะอาดตา ไม่เห็นขยะสักชิ้น ผู้คนที่มาเดินเล่นพูดคุยหยอกล้อกัน หรือมาวิ่งออกกำลังกาย บ้างก็พาสุนัขตัวใหญ่ๆออกกำลังกาย ผู้คนที่นี่ช่างมีความสุขกันเหลือเกิน น่าอิจฉาจริงๆ



คำถามสำคัญที่เวลามาถึงที่นี่เป็นครั้งแรกคือ แล้วเราต้องไปทางไหน? ซ้ายหรือขวา คำตอบคือไปทางขวาครับ ที่เห็นเป็นสะพานทอดตัวยาวเข้าไปในทะเลนั่นแหละ



เราเดินทอดน่องบนสะพานไปเรื่อยๆ ทำตัวเสมือนเป็นชาวเมืองร่วมกับเค้า ซึมซับบรรยากาศริมขาดหาดอย่างมีความสุข
เห็นพระอาทิตย์ตกดิน ต่อหน้าต่อตา เอ้ะตกน้ำสินะ



ภาพเมือง St.Kilda ยามอาทิตย์อัศดง มีโฟร์กราวด์เป็นเรือยอร์ชหลากหลาย สวยงามจริงๆ เหมือนภาพที่เห็นในโปสการ์ดเลย ว่ามั้ย?



ในที่สุดเราก็มาถึงปลาย Pier มีคนมารอชมเพนกวินก่อนเราเยอะเลย



เรามาถึงที่ปลาย Pier ประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่นกเพนกวินเริ่มทยอยว่ายน้ำเข้ามาที่กองหินขนาดใหญ่ที่สร้างไว้กันคลื่นทะเล พอนกว่ายน้ำเข้ามาตัวนึง ผู้ชมก็ตื่นเต้นฮือฮากัน ต่างพากันไปมุงดู ถ่ายรูปกันสนุกสนาน ส่วนเจ้านกก็ช่างไม่กลัวผู้คน กลับออเซาะคู่ชองตัวอวดสายตาซะเลย



ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่คอยห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปนกเพนกวินโดยใช้แฟลซ เพราะจะทำให้นกตาบอดได้ เลยจะได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่คอยดุช่างภาพตลอดเวลา



ยลโฉมนกเพนกวินอยู่จนถึงประมาณ 3 ทุ่มก็ได้เวลาเดินกลับไปตามทางเดิม ที่ต่างกับขามาคือ อากาศหนาวเย็นมาก ลมก็แรง คิดว่าอุณหภูมิน่าจะประมาณเลขตัวเดียว กว่าจะเดินกลับไปถึงจุดขึ้นรถรางหน้า Luna Park ได้ เกือบแข็งตาย บรื๋อ

เรานั่งรถรางสายเดิมกลับเข้าเมืองไปลงที่ Flinder Street Station เช่นเดิม แล้วก็เดินขึ้นไปตามถนน Swanston แต่ก่อนเข้าโรงแรม ขอเดินเข้า China Town ไปเติมพลังทดแทนที่ใช้ไปทั้งวันก่อน

มื้อนี้เราสั่งโจกหมูใส่ไข่เยี่ยวม้า และบะหมี่เกี้ยวหมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง





รสชาดกลางๆสไตล์อาหารจีนเมืองนอก แต่วัตถุดิบค่อนข้างดี อาหารที่นี่จานใหญ่มาก มื้อนี้จ่ายไปประมาณ 20 AUD อิ่มท้องแล้วก็ไปนอนดีกว่า
เตรียมผจญภัยนอกเมืองในวันพรุ่งนี้

ขอเชิญไปติดตามต่อกันนะครับ
ชื่อสินค้า:   Australia: Melbourne: Sydney: Countdown 2015
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่