ท่านที่เคารพรักครับ ท่านคงต้องใช้ความอดทนพอสมควร ในการไล่สายตา อ่านตัวอักษรต่อไปนี้
เพราะมันเป็นเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความรันทดอดสู เป็นความจริงที่เจ็บปวด ขื่นขม ไม่มีความรื่นรมย์
ไม่มีลูกผู้ดีมีปานดำปานแดงที่สะโพก จะได้รับมรดกร้อยล้าน ไม่มีเรื่องหนุ่มนักเรียนนอกจบกลับมาพบกับคู่หมั้น
ไม่มีเมียหลวง เมียน้อย ไม่มีซ้อหกตบตีกับซ้อเจ็ด ไม่มีแม่ผัวกีดกันลูกสะใภ้ ไม่มีเรื่องราวประโลมโลกย์
ไม่มีการนอนถูน้ำแข็งแผ่นหลังให้กัน
ที่สำคัญนี่คือบททดสอบว่า หลังจากท่านที่เคารพรัก อ่านจบ ท่านจะมีปฏิกริยาอย่างไร
เรื่องมันเริ่มจากก่อนหน้านี้ น.ส.มาลีรัตน์ หนึ่งในอดีตแกนนำพันธมิตรฯ และเป็นหนึ่งในจำเลยคดีนี้ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
“ ฉันอาจถูกศาลสั่งล้มละลาย ยอมรับว่าตัวเองแทบช็อกเมื่อทราบว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
และคณะ 13 คนรวมดิฉันด้วย ต้องชดใช้เงินจำนวน 600 ล้าน (น่าจะเป็นจำนวนเงินต้นบวกดอกเบี้ย)
แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรณีชุมนุมที่ชานชาลา ลานจอดรถสนามบินดอนเมือง
และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นวิกฤติชีวิตครั้งใหญ่ของดิฉันและอีกหลายคนแน่นอน "
อ่านมาถึงตอนนี้ท่านหยุดคิดตรงคำว่า " เป็นวิกฤติชีวิตครั้งใหญ่ของดิฉันและอีกหลายคนแน่นอน "
ทำให้ย้อนกลับไปคิดถึงเรื่อง " หลายชีวิต " ของท่านคึกฤทธิ์ ที่ไม่น่าเชื่อว่า คนจำนวน 13 คนจะมาประสบกับชะตากรรมเดียวกัน
ในเรื่องหลายชีวิตนั้น คนจำนวนหนึ่ง 11 คน ต้องมาเสียชีวิตกับเรือล่ม แต่เหตุการณ์คนทั้ง 13 คนนี้ กำลังจะล้มละลาย
จากการกระทำที่ร่วมกันทำลงไปในอดีต ซึ่งท่านคงอยากจะถามเสียเหลือเกินว่า
เวลาที่ทำนั้น คิดถึงผลกระทบที่เกิดแก่คนอื่นๆ จำนวนมหาศาลหรือไม่ คิดหรือไม่ว่า ผลเสียที่เกิดขึ้น
มันไม่ใช่แค่ของ บริษัทท่าอากาศยานอย่างเดียว แต่มันกระทบชีวิต เศรษฐกิจ ความมั่นคง ที่ประเมินความเสียหายไม่ได้เลย
ข้อความต่อไป มีอีกว่า
" หลังจากเราเลิกชุมนุมในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 คดี ทอท.ฟ้องแพ่งแกนนำและคณะ 13 คน
ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง 25 มีนาคม 2554 ศาลชั้นต้นสั่งให้ชดใช้เงิน 522 ล้าน ทนายสุวัตรและทีมสู้อย่างเด็ดเดี่ยว
ขออุทธรณ์แบบอนาถา (เพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล) เพราะ
แต่ละคนไม่มีงานประจำ
ศาลอนุญาตเพียง 1 ใน 3 ดังนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาให้ชดใช้เงินจำนวน 600 ล้าน
จึงทำให้ทั้ง 13 คน เดินเข้าใกล้เส้นทางเป็นบุคคลล้มละลายเข้าไปทุกขณะ”
หลังจากท่านอ่านจบ เราทั้งหลายคงต้องนิ่งไว้อาลัย สัก 1 นาทีครับ มันเต็มตื้น พูดอะไรไม่ออก คิดภาพคนทั้ง 13 คน
ที่ล้วนเต็มไปด้วยความอหังการ์ เต็มไปด้วยลีลาหน้าเวที
คนเหล่านี้ ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไร จะชี้ จะแนะ จะเล็ง จะติง จะต่อต้าน จะทำเรื่องต่างๆซึ่งล้วนสร้างความเดือดร้อนต่อสังคมทั้งสิ้น
และท้ายที่สุดของเรื่องนี้ หากท่านที่เคารพ อ่านเรื่องนี้จบลง สังเกตตรงคำว่า
" เพราะแต่ละคน ไม่มีงานประจำ " แล้วอ่านข้อความนี้สักสามรอบ ท่านจะมีปฏิกริยาอย่างไร ก็ตามแต่ท่านสะดวกครับ
แต่สำหรับผมแล้ว ได้แต่ส่ายหน้า
เพราะคนไม่มีงานประจำพวกนี้ ทุกวันนี้ ยังชี้ ยังแนะ ยังติง ยังเล็ง ยังต่อต้าน ไม่รู้จบรู้สิ้น
แทนที่จะเอาเวลา ไปทำมาหากินครับ
จากเหมยถึงกาสะลอง จากโกวเล้งถึงคุณยิ่งลักษณ์ ( พันธมิตร นปช กปปส ตอนที่ 1 )
เพราะมันเป็นเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความรันทดอดสู เป็นความจริงที่เจ็บปวด ขื่นขม ไม่มีความรื่นรมย์
ไม่มีลูกผู้ดีมีปานดำปานแดงที่สะโพก จะได้รับมรดกร้อยล้าน ไม่มีเรื่องหนุ่มนักเรียนนอกจบกลับมาพบกับคู่หมั้น
ไม่มีเมียหลวง เมียน้อย ไม่มีซ้อหกตบตีกับซ้อเจ็ด ไม่มีแม่ผัวกีดกันลูกสะใภ้ ไม่มีเรื่องราวประโลมโลกย์
ไม่มีการนอนถูน้ำแข็งแผ่นหลังให้กัน
ที่สำคัญนี่คือบททดสอบว่า หลังจากท่านที่เคารพรัก อ่านจบ ท่านจะมีปฏิกริยาอย่างไร
เรื่องมันเริ่มจากก่อนหน้านี้ น.ส.มาลีรัตน์ หนึ่งในอดีตแกนนำพันธมิตรฯ และเป็นหนึ่งในจำเลยคดีนี้ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
“ ฉันอาจถูกศาลสั่งล้มละลาย ยอมรับว่าตัวเองแทบช็อกเมื่อทราบว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
และคณะ 13 คนรวมดิฉันด้วย ต้องชดใช้เงินจำนวน 600 ล้าน (น่าจะเป็นจำนวนเงินต้นบวกดอกเบี้ย)
แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรณีชุมนุมที่ชานชาลา ลานจอดรถสนามบินดอนเมือง
และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นวิกฤติชีวิตครั้งใหญ่ของดิฉันและอีกหลายคนแน่นอน "
อ่านมาถึงตอนนี้ท่านหยุดคิดตรงคำว่า " เป็นวิกฤติชีวิตครั้งใหญ่ของดิฉันและอีกหลายคนแน่นอน "
ทำให้ย้อนกลับไปคิดถึงเรื่อง " หลายชีวิต " ของท่านคึกฤทธิ์ ที่ไม่น่าเชื่อว่า คนจำนวน 13 คนจะมาประสบกับชะตากรรมเดียวกัน
ในเรื่องหลายชีวิตนั้น คนจำนวนหนึ่ง 11 คน ต้องมาเสียชีวิตกับเรือล่ม แต่เหตุการณ์คนทั้ง 13 คนนี้ กำลังจะล้มละลาย
จากการกระทำที่ร่วมกันทำลงไปในอดีต ซึ่งท่านคงอยากจะถามเสียเหลือเกินว่า
เวลาที่ทำนั้น คิดถึงผลกระทบที่เกิดแก่คนอื่นๆ จำนวนมหาศาลหรือไม่ คิดหรือไม่ว่า ผลเสียที่เกิดขึ้น
มันไม่ใช่แค่ของ บริษัทท่าอากาศยานอย่างเดียว แต่มันกระทบชีวิต เศรษฐกิจ ความมั่นคง ที่ประเมินความเสียหายไม่ได้เลย
ข้อความต่อไป มีอีกว่า
" หลังจากเราเลิกชุมนุมในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 คดี ทอท.ฟ้องแพ่งแกนนำและคณะ 13 คน
ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง 25 มีนาคม 2554 ศาลชั้นต้นสั่งให้ชดใช้เงิน 522 ล้าน ทนายสุวัตรและทีมสู้อย่างเด็ดเดี่ยว
ขออุทธรณ์แบบอนาถา (เพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล) เพราะ แต่ละคนไม่มีงานประจำ
ศาลอนุญาตเพียง 1 ใน 3 ดังนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาให้ชดใช้เงินจำนวน 600 ล้าน
จึงทำให้ทั้ง 13 คน เดินเข้าใกล้เส้นทางเป็นบุคคลล้มละลายเข้าไปทุกขณะ”
หลังจากท่านอ่านจบ เราทั้งหลายคงต้องนิ่งไว้อาลัย สัก 1 นาทีครับ มันเต็มตื้น พูดอะไรไม่ออก คิดภาพคนทั้ง 13 คน
ที่ล้วนเต็มไปด้วยความอหังการ์ เต็มไปด้วยลีลาหน้าเวที
คนเหล่านี้ ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไร จะชี้ จะแนะ จะเล็ง จะติง จะต่อต้าน จะทำเรื่องต่างๆซึ่งล้วนสร้างความเดือดร้อนต่อสังคมทั้งสิ้น
และท้ายที่สุดของเรื่องนี้ หากท่านที่เคารพ อ่านเรื่องนี้จบลง สังเกตตรงคำว่า
" เพราะแต่ละคน ไม่มีงานประจำ " แล้วอ่านข้อความนี้สักสามรอบ ท่านจะมีปฏิกริยาอย่างไร ก็ตามแต่ท่านสะดวกครับ
แต่สำหรับผมแล้ว ได้แต่ส่ายหน้า
เพราะคนไม่มีงานประจำพวกนี้ ทุกวันนี้ ยังชี้ ยังแนะ ยังติง ยังเล็ง ยังต่อต้าน ไม่รู้จบรู้สิ้น
แทนที่จะเอาเวลา ไปทำมาหากินครับ