วันปิยะมหาราช

ขอแชร์ค่ะ: Visa USA B2 ขั้นตอนเตรียมเอกสาร กรอกข้อมูลและการสัมภาษณ์ค่ะ

กระทู้สนทนา
ขอแชร์ประสบการณ์การไปสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาค่ะ (B2)

ย้อนกลับเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร เตรียมเองทั้งหมดค่ะ อ่านจากในพันทิปนี่เลยค่ะ หรือถ้าอยากให้ชัวร์แบบเอาไปยันกับสถานฑูตได้ก็ตามเว็บไซต์นี่เลยค่ะ http://bangkok.usembassy.gov/mobile/niv_howtoapply.html แต่จริงๆในพันทิปก็มีสมาชิกมาบอกข้อมูลไว้เยอะมาก ขอขอบคุณจริงๆค่ะ มาเริ่มกันเลยค่ะ เริ่มแรกคือกรอก DS-160 ทางออนไลน์ ใช้เวลากรอกนานมากกกกกกก จริงๆก็ไม่ได้นานขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ต้องค้นข้อมูลมาใส่ เลขที่พาสปอร์ต แถมยังมีวีซ่าเก่าที่เคยได้เมื่อ 6 ปีที่แล้วเป็นวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน ต้องไปค้นพาสปอร์ตเก่าที่หมดอายุไปแล้วมาเพื่อดูเลขที่วีซ่า สรุปว่า เยอะค่ะ แต่เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากพอๆกับตอนสัมภาษณ์เลยนะคะ ก่อนกรอกต้องมี 1. พาสปอร์ตเล่มเก่าเล่มใหม่เอามาให้หมดค่ะ (1) เล่มเก่าเอามาดูว่าวีซ่าครั้งที่แล้วเลขที่อะไร เค้ามีให้กรอกค่ะ 2. รูปเห็นใบหูชัดๆเน้นๆ เลือกร้านที่เดินเข้าไปบอกเค้าว่าถ่ายรูปวีซ่าอเมริกาแล้วเค้าพยักหน้าเข้าใจแบบมั่นใจอะค่ะ 55 คุณจะได้ไฟล์รูปมาที่เห็นใบหูชัดเจน หน้าสดแบบไร้การตกแต่งทางคอมพิวเตอร์ใดๆ แล้วก็รูปที่อัดออกมา คือจริงๆตอนกรอกใช้แค่ไฟล์ค่ะ อัพโหลดรูปขึ้นไป ของเราตอนแรกอัพไม่ขึ้นค่ะ มันบอกว่าผิดสัดส่วน อย่าหวั่นค่ะ มีออพชั่นสอง ไปที่นี่เลยค่ะ http://travel.state.gov/_res/flash/cropper/FIG_cropper.html ครอปรูปให้เท่ากับสัดส่วนของหน้าใน tool อันนี้ เท่านั้น เป็นอันเรียบร้อย อัพได้เลยค่ะ ถ้าหน้าเหมือนตัวจริงเห็นใบหู(เน้นมาก 55) ก็หมดกังวลเรื่องรูปได้เลยค่ะ แต่ก็เอารูปแบบที่อัดแล้วไปเผื่อวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ เผื่อเค้าเรียกดูเพิ่ม (2) กลับไปกรอกข้อมูลต่อ ข้อมูลที่กรอกต้องมั่นใจว่า 1.เป็นข้อมูลจริง 2. ถูกต้อง 3. ควรกรอกด้วยตัวเองค่ะหรือถ้าให้คนอื่นกรอกให้เช่นลูกหลานกรอกก็ต้องทราบว่าที่กรอกไปกรอกอะไรไปบ้างนะคะ แล้วก็เลือกภาษาไทยได้ค่ะ เอาเม้าส์ไปวางก็จะมีแปลเป็นภาษาไทยให้ เผื่อบางคำถามที่อ่านภาษาอังกฤษแล้วเข้าใจไม่เคลียร์จะได้ไม่ต้องเดาให้งงแถมเผลอๆตอบผิดอีก

กรอก DS 160 เสร็จก็ print ทุกอย่างออกมาค่ะ คือเราปริ้นท์ทุกอย่างเพราะถือคติว่าเกินดีกว่าขาด 55 จริงๆคือใช้แค่ใบที่เป็น confirmation ที่มีรูปหน้าเราติดอยู่น่ะค่ะ (3) คราวนี้ก็จด application number ไปซื้อ PIN number ค่ะ ไปซื้อที่นี่เลย https://thailand.us-visaservices.com/Forms/DetermineTCN.aspx USD12 ค่ะ จ่ายผ่านบัตรเครดิต ปุ๊ปได้พินมาปั๊ปใช้ได้ทันทีค่ะ ได้ยินมาว่าถ้าซื้อที่ไปรษณีย์จะยังใช้ไม่ได้ค่ะต้องรอวันนึงหรือยังไงไม่แน่ใจนะคะ เพราะงั้นซื้อออนไลน์ทางเวบไซต์เร็วและง่ายที่สุดค่ะ ทีนี้ก็จองวันสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ คือพอซื้อเสร็จปุ๊ปหน้าเว็บก็จะเด้งไปหน้าจองนัดวันสัมภาษณ์เลยค่ะ คราวนี้ก็ดูในปฏิทินที่ขึ้นมา สีเขียวๆคือว่างค่ะ แล้วก็ไปผูกกับวันธงชัย เอ้ยไม่ใช่ ไปดูว่าเราว่างวันไหนเอกสารจะเตรียมทันมั๊ย เสร็จแล้วก็คลิกนัด จบเสร็จปุ๊ปจะมีหน้าใบนัดสัมภาษณ์ (4) ที่มีชื่อมีเวลาสัมภาษณ์บอกเสร็จสรรพ ก็ปริ้นท์ใบนี้ออกมาค่ะเพราะต้องเอาไปวันสัมภาษณ์ด้วยค่ะ

พอได้วันสัมภาษณ์ปุ๊ป ไปต่อเลยค่ะ ชำระค่าธรรมเนียมเกือบๆ 5 พันบาทที่ไปรษณีย์ค่ะ ไม่แน่ใจว่าทุกสาขารึเปล่านะคะ เสร็จปุ๊ปจะได้ใบเสร็จที่มีสีใบสีชมพูกับใบสีขาวแม๊กติดกัน (5) มาค่ะ เก็บไว้แนบอกเลยค่ะ

สรุปนะคะเอกสาร(1)-(5) คือ
1. พาสปอร์ตเล่มเก่าและเล่มใหม่
2. รูปที่อัดมาแล้วขนาด 2*2 เปิดหูสองข้างชัดๆ เห็นหน้าเน้นๆตามสัดส่วนที่เค้ากำหนด
3. ใบconfirmation
4. ใบนัดสัมภาษณ์
5. ใบเสร็จค่าธรรมเนียม (อันที่เกือบ 5 พันบาท)

เอกสาร (1), (2), (3), (4) และ(5) นี่เป็นห้าทหารเสือเลยค่ะ เป็นด่านแรกที่ต้องมี ยังค่ะยังไม่พอยังมีเอกสารอื่นๆที่ต้องใช้ในการ "ยืนยันตัวตนและแสดงให้เห็นว่าจะกลับมาไทย" (6) ลองถามตัวเองนะคะว่า "คุณเป็นใคร ทำอะไร ฐ่านะเป็นยังไง กลับจากเที่ยวมาจะทำอะไร" หาเอกสารอะไรก็ได้มาตอบคำถาม 4 ข้อนี้ค่ะ เอกสารทุกอย่างต้องเป็นตัวจริง มีลายลักษณ์อักษร/ตราประทับจากผู้ที่ออกให้เราชัดเจนค่ะ ยกตัวอย่างของเรานะคะ

เป็นใคร?
- บัตรประชาชน (จริงๆเอาไว้ใช้แค่ตอนฝากของก่อนเข้าไปล่ะ แต่ต้องเอาไปนะคะ)
- ใบประกาศนียบัตร รางวัลอะไรใดๆ เอาไปหมดค่ะ นี่คือมหกรรมการแสดงตัวตน แสดงความพราวที่แท้จริงค่ะ แบกไปเผื่อเลยค่ะ
- ทะเบียนบ้าน เพื่อบอกว่าเป็นคนมีหลักแหล่งนะคะ จะทิ้งบ้านทิ้งช่องไปทำไม นี่ก็เผื่อเฉยๆค่ะ

ทำอะไร?
- เป็นพนักงานบริษัท - ใบรับรองการทำงาน บอกชัดว่าทำงานมาแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ ลางานไปวันไหน กลับมาทำงานต่อวันไหน ลายเซนต์ครบ วันที่ออกก็เร็วๆนี้ (คือไม่รู้จริงๆว่าไม่ควรเกินกี่อาทิตย์ ของเราขอก่อนไปสัมภาษณ์ 2 อาทิตย์ค่ะ) อันนี้สำคัญมากระดับกาแล็กซี่เลยนะตัวเอง
- เป็นนักศึกษาป โท - ใบรับรองสภาพความเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

ฐานะเป็นยังไง?
- book bank ทุกเล่มที่มีค่ะ สำคัญสุดคือเล่มที่มีเงินเดือนเข้า มีเงินหมุน เพื่อยันกับเค้าว่าไอ้ใบรับรองข้างบนนั่น ชั้นไม่ได้โม้นะยะ มีเงินเข้ามาจริงๆจากนายจ้าง ส่วนเล่มอื่นๆก็เรียกได้ว่าแบกไปเผื่อค่ะ เผื่อเบ่ง เช่น เล่มที่ซื้อ ltf ว่าชั้นมีเงินในนี้นะ คงไม่ไปล้างจานที่นู่นทิ้งเงินมากมาย (หรออออ ? 55) ไว้ที่นี่หรอกย่ะ ทำนองนั้น

กลับจากเที่ยวมาจะมาทำอะไร?
- จริงๆคือแค่จะหาอะไรก็ได้มายันว่าอั๊วกลับชัวร์ไม่ไปล้างจานแน่นอน อย่างของเราก็เป็นวันที่ลาที่ระบุในใบรับรองการทำงานและในนั้นก็ระบุชัดเจนว่าเราจะกลับมาทำงานต่อค่ะ

เตรียมเอกสารเสร็จปุ๊ปคราวนี้ก็ทำใจร่มๆค่ะ มั่นใจในตัวเองค่ะว่าที่กรอกเอกสารไปเป็นความจริงไม่ได้จะไปก่อการร้าย ไม่ได้จะแอบไปอยู่ที่นู่น บริสุทธิ์ใจค่ะต้องมั่นใจ เอกสารก็ครบขนาดนี้ยืนยันตัวตนชัดเจนขนาดนี้ ตอนสัมภาษณ์ก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วค่ะเพราะเอกสารครบ ยืนยันได้ว่าไม่ได้พูดลอยๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องประหม่านะคะ ต้องมั่นใจค่ะ ตื่นเต้นได้แต่อย่าประหม่าค่ะ

สรุปว่าเอาเอกสารรวมใส่แฟ้มค่ะ แยก(1)-(5) ไว้คลิปนึงค่ะ ส่วน (6) อีกคลิปนึง

และแล้ววันสัมภาษณ์ก็มาถึง เราไปถึงก่อน 1 ชั่วโมงก่อนเวลาสัมภาษณ์ที่นัดไว้ค่ะ เพื่อนๆในนี้เคยบอกว่า first impression เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าหน้าผม ต้องเป๊ะค่ะจัดไปเลยค่ะ เอาแบบตีมหรูหราไฮโซแต่ไม่เว่อและสุภาพเรียบร้อยค่ะ (ควรแท็กห้องแป้งมั๊ย 55) เราโชคดีค่ะไปถึงคนน้อยมากๆคือไม่มีแถวยาวออกมาเลย ของที่เอาไปได้ก็มีมือถือ 1 เครื่อง อุปกรณ์อิเลกทรอนิกอื่นๆวางไว้ที่บ้านเลยค่ะ พาวเวอร์แบงค์ก็ไม่ได้นะคะ กระเป๋าถือเอาไปได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นเป้แบบสะพายหลังไม่ได้ค่ะ ถามยามมาแล้วตอนรอคิว จากนั้นพี่ยามจะให้เราปิดมือถือ ปิดแบบ turn off เลยค่ะ รอสักพักจะมีเจ้าหน้าที่สองคนออกมาตรวจเอกสารใบ confirmation (3) และใบนัดสัมภาษณ์ (4) ที่เราปรินท์มา เพราะงั้นตอนจัดเอกสารไปสัมภาษณ์เอาสองใบนี้ขึ้นหน้าเลยค่ะจะได้ไม่ต้องรื้อเอกสารหา จากนั้นแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะแจกบัตรคิวค่ะ

เสร็จแล้วก็เข้าประตูไปค่ะจะเจอพี่เจ้าหน้าที่รับฝากกระเป๋าท่าทางไม่เป็นมิตร ก็ไม่ต้องสนใจค่ะเค้าให้ทำอะไรก็ทำค่ะ ใช้บัตรประชาชนฝากของค่ะ ฝากเสร็จปุ๊ป เค้าจะขอบัตรคิวที่แจกเมื่อกี๊คืนค่ะ จากนั้นก็เดินไปกางแขนให้พี่เจ้าหน้าที่อีกคนเอาเครื่องมาสแกนค่ะ ผ่านจุดนี้ปุ๊ปก็ไปต่อเลยค่ะ ผลักประตูออกไป ผ่านสวนสวยงาม (อุตส่าห์จะรับชมทัศนียภาพด้วยความเพลิดเพลิน 55) ฝั่งซ้ายจะเจอเจ้าหน้าที่สองคน ยื่นทุกสิ่งที่มีให้เค้าไปค่ะ หมายถึงเอกสาร (1)-(6) ค่ะให้เค้าไปหมดเลย เค้าจะแยก (1)-(5) ออกมาก่อน แล้วเค้าก็จะถามว่าทำอะไรอยู่เรียนจบรึยัง เป็นพนักงานบริษัทใช่มั๊ย ย้อนกลับไปดูคำถามข้างบนเลยค่ะว่า "เราเป็นใคร" เอาเอกสารที่ตอบคำถามนี้ออกมาให้เค้าเลยค่ะ เค้าก็จะเอาไปคลิปรวมกับ (1)-(5) แล้วใส่แฟ้มให้เราค่ะ(*) แล้วเค้าจะบอกว่าไปต่อคิวหน้าต่าง15 ถือแฟ้ม (*) นี้ไว้ให้มั่นแล้วไปด่านต่อไปเลยค่ะ

เดินเข้าไปเบี่ยงขวาขึ้นบันไดเข้าไปห้องสัมภาษณ์ค่ะ จะเป็่นช่องๆยืนรอเหมือนห้องจ่ายยา ไปถึงช่อง 15 จะเจอเจ้าหน้าที่คนไทยค่ะ ยื่นแฟ้ม(*) ให้เค้าเลยค่ะ เค้าถามคำถามว่าชื่ออะไร ทำอะไรอยู่ เคยได้วีซ่าใช่มั๊ย ครั้งนั้นผ่านได้ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั๊ย รูปนี้ถ่ายล่าสุดเลยรึเปล่า(ดูจากในแฟ้มกับพาสปอร์ตที่ยื่นให้) ไปทำอะไรคะ (เที่ยวค่ะ) ไปนานเท่าไหร่ ไปคนเดียวหรอ (ใช่ค่ะ) ใครออกค่าใช้จ่าย (เราออกเอง) จากนั้นก็ให้พิมพ์ลายนิ้วมือค่ะ แล้วจะให้บัตรคิวมา แล้วให้ไปต่อช่อง 9  อ้อ ที่ช่องนี้มีความครื้นเครงเล็กๆด้วยนะคะ มีชวนคุยเรื่องรูปไรงี้บอกว่าพาสปอร์ตเล่มใหม่รูปดูดีขึ้นกว่าเล่มเก่า เราเลยยิ้มหวานให้ทีนึง เค้าก็ยิ้มให้ดูใจดีค่ะ

ณ ช่อง 9 ไม่มีอะไรค่ะช่องนี้ ยื่นแฟ้ม(*)ออกไปเหมือนเดิม เค้าจะให้พิมพ์ลายนิ้วมืออีกรอบเพื่อยืนยันลายนิ้วมือ จากนั้นเค้าก็จะบอกว่าให้ไปต่อช่องไหน ของเราไปช่อง 13 ค่ะ (คือเริ่มจะเหนื่อย เหมือนเก็บอาร์ซีตามช่องสัมภาษณ์เลย55)

ไปต่อแถวช่อง 13 คุณพระคุณเจ้าช่วยกล้วยทอด นี่คือคุณแหม่มผมบลอนด์ในตำนานนี่หน่า แถวช่องนี้ยาวสุดเลยค่ะ เพราะคุณเจ้าหน้าที่ท่านนี้สัมภาษณ์แบบละเอียดมาก รายนึงมีเกิน 10 นาทีแน่นอน โอ้แม่เจ้า ความมั่นใจทั้งหลายเริ่มสั่นไหวเมื่อเห็นคนแล้วคนเล่าเดินถือพาสปอร์ตเดินออกมาคอตกเป็นทิวแถว ในใจก็คิดว่า "เฮ้ยเอาน่าาา ตรูบริสุทธิ์ใจ ตรูตอบได้หมด อับดุลตอบได้ ถามมาเล้ยย" ผ่านไปคนแล้วคนเล่า รอตรงนี้นานมาก นี่คือด่านสุดท้ายแล้ว ช่อง 11 และ 12 นี่ก็โหเดินออกมาหน้าแฉล้มกันทุกคน แถมคนสัมภาษณ์ช่อง 12 นี่อย่างหล่อ แถมดูใจดีเป็นมิตรมากๆ คุณคนช่อง 11 ก็หน้าดูเป็นผู้หญิงเอเซียผู้นั้นที่โด่งดัง ทั้งสองช่องด้านซ้ายนั่นคนเดินออกมาแล้วดูมีอนาคตก้าวไกลมาก หันกลับมามองช่อง 13 โอ้แม่จ้าวววววว คุณแหม่มผมบลอนด์กำลังขอดูใบรับรองบริษัทและ book bank และจากนั้นก็ปฏิเสธวีซ่าคนนึงอยู่ที่ห่างออกไปอีกสามคิว อยากจะกรีดร้องมากค่ะ

ใกล้เข้ามาแล้วค่ะ ยืนรออยู่คนที่สองของแถว คราวนี้คนแรกของแถวโดนเจ้าหน้าที่ช่อง 12 กวักมือเรียกไป เพราะแถวช่อง 12 ไม่มีคนต่อแล้ว โหห ความหวังเรืองรองขึ้นมาทันทีค่ะว่าไม่ต้องเจอคุณผมบลอนด์สุดโหดแล้ว เดินขึ้นหน้าไปรอคนแรกของแถว ลุ้นค่ะ "ช่อง 12 คะ ได้โปรดสัมภาษณ์เร็วๆเสร็จก่อนช่อง 13 แล้วรับเราไว้ในอ้อมใจเอ้ย เรียกเราไปสัมภาษณ์ด้วยเถิด" ระหว่างภาวนา คนข้างหลังก็สะกิดบอกว่าช่อง 11 เรียกเราไป โหหห คือแทบวิ่ง 4*100 เข้าไปเลยค่ะ กลัวช่อง 13 เสร็จก่อนแล้วเรียกก่อนพุ่งตัวออกไป 555

ณ ช่อง 13 เจ้าหน้าที่ผู้หญิงน่าจะเป็นคนเอเซียค่ะ ยื่นแฟ้มเดอะสตาร์ (*) เล่มเดิมออกไปค่ะ จากนั้นก็สัมภาษณ์ค่ะ เริ่มว่าไปไหน อยู่กี่วัน ตอนนี้ทำงานอะไรที่ไหน ทำงานมากี่ปีแล้ว ตอบเสร็จปุ๊ป เค้าก็ยื่นใบฟ้าให้เป็นใบที่เขียนชื่อที่อยู่บอกให้เอาไปยื่นไปรษณีย์ด้านนอกแล้วยึดพาสปอร์ตเราไป.... เฮ้ยยยย ผ่านแล้ววววว ง่ายๆงี้เลย ไม่ขอดูไรทั้งสิ้น รีบพุ่งตัวไปจ่ายตังค์ไปรษณีย์แบบ 4*100 แบบ ยูอย่าเรียกไอกลับไปถามไรต่อนะ ให้แล้วให้เลย ไอเหนื่อยยแล้วววว 55
แสดงความคิดเห็น
Preview