อาญาซาตาน-อยู่คนละฟากฟ้า (กันเกรา

กระทู้คำถาม
“โรงพยาบาลนี่ดีนะหล่อน ใครเจ็บบางตายส่งมาที่นี่รอดทุกราย เรื่องค่ารักษาไว้ค่อยคิดทีหลัง เอาชีวิตคนไว้ก่อน ลูกชายเพื่อนฉันเกิดอุบัติเหตุเมื่อสามเดือนก่อน จะตายแหล่ไม่ตายแหล่แล้ว พวกกู้ภัยหามมาส่งที่นี่รอดอย่างปาฏิหาริย์ จำไว้นะหล่อนถ้าคนในบ้านเป็นอะไรเอามาที่นี่เลย อ้อ!!! ห้างนั้นก็จะมีซัมเมอร์เซลพรุ่งนี้นะหล่อน อย่าลืมเตรียมเงินไว้ล่ะ ร้านข้าวต้มนั่นก็อร่อยมาก ฉันกินประจำไว้วันหลังเรามากินกันนะ...”
    กัณหา ปานประธีป กับชาลี ยอดสกุล สองพี่น้องคนละพ่อต่างหันไปยิ้มให้กันน้อยๆ เมื่ออาเจ้ในรถสองแถวจ้อไม่หยุด จนคนในรถหูชาไปตามๆ กัน
    “เฮ้อ!!! สบายหูจังเลยน้อพี่นิ่ม เบื่อจริงเวลานั่งรถมาเจอยายสองเจ่นั่นน่ะ”
ลงจากสองแถวได้ชาลีวัยยี่สิบปีเต็มก็บ่นน้อยๆ พลางยื่นมือไปช่วยพี่สาวถือถุงอาหารสดกับข้าวของสำหรับให้ยายทำขนมไว้ขายวันต่อไป สองพี่น้องเดินตามตรอกเล็กๆ ความมืดเริ่มเคลื่อนเข้ามาเรื่อยๆ เพราะใกล้จะหนึ่งทุ่ม
เกือบห้าร้อยเมตรก็ถึงย่านชุมชนที่ทั้งสองก้าวเดินไปตามสะพานไม้เก่าๆ อย่างคล่องแคล่ว ลัดเลาะไปเรื่อยอีกห้าร้อยเมตรก็ถึงบ้านหลังน้อยที่เป็นวิมานสำหรับสามชีวิตได้อยู่อาศัยมาหลายปีดีดัก จนชาชินกับกลิ่นน้ำคลำเหม็นๆ ไปโดยปริยาย  
“ยายไปไหนนะ ทำไมเปิดบ้านทิ้งไว้ ไม่กลัวใครเข้ามาฆ่าข่มขืนเลยหรือไง”
ชาลีบ่นไปตามเรื่องเมื่อก้าวขึ้นระเบียงไม้เก่าๆ ไม่เห็นยายนั่งตัดใบตองรออยู่เหมือนทุกวัน
“สงสัยจะทำกับข้าวอยู่ในครัวมั้ง กลิ่นแกงเผ็ดหอมฟุ้งเชียว”
กัณหาวางกระเป๋าสะพายไว้โต๊ะกลางหน้าทีวี แล้วชะโงกคอไปหลังบ้านที่จัดสรรเป็นครัวไว้หุงหาอาหาร เพราะจำได้ว่าเย็นนี้ยายจะทำเมนูโปรดของน้องรอ ร่างสูงร้อยเจ็ดสิบในชุดกางเกงขาเดฟผ้ามันสีเทากับเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายทางสีฟ้าอ่อนต้องนิ่งอยู่กับที่เมื่อเดินเข้าครัวแล้วเห็นแกงในหม้อตั้งไฟเดือดปุดๆ อยู่
“ยาย!!! หนุ่ม! เร็วเข้า ยายเป็นอะไรไม่รู้!!!”
แล้วเห็นยายนอนฟุบอยู่กับพื้น ปากจึงร้องเรียกน้องส่วนตัวรีบวิ่งเข้าไปพลิกยายให้หงายขึ้นอย่างยากลำบาก หากไม่มีน้องวิ่งมาช่วย
“ยาย!!! จะทำไงดีล่ะพี่นิ่ม” ชาลีตกใจไม่น้อยไปกว่าพี่ และคิดไม่ออกว่าจะต้องทำยังไง
“พาไปโรงพยาบาลเร็วเข้าหนุ่ม ปิดเตาแล้วไปตามลุงเลื่อนมาช่วยเร็วๆ นะ”
แล้วบ้านหลังน้อยของสามยายหลาน ก็มีเพื่อนบ้านในระแวกใกล้เคียงต่างวิ่งมาช่วยกัณหามยายจำปาที่ไม่ได้สติส่งโรงพยาบาลที่กัณหามักจะได้ยินสองเจ้บรรยายสรรพคุณให้ฟังในสองแถวหลายรอบทันที เพราะใกล้ที่สุดและด้วยความเป็นห่วงในชีวิตยาย โดยไม่ได้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะตามมาเลย
“คนไข้เส้นเลือดในสมองแตกต้องผ่าตัดด่วนครับ ญาติช่วยเซ็นเอกสารยินยอมด้วยนะครับ”
กัณหารีบทำตามที่แพทย์บอกทันที ปล่อยหน้าที่การเดินไปส่งเพื่อนบ้านให้เป็นของน้อง ส่วนตัวเองนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความกังวล
“นิ่ม!!! ยายเป็นยังไงบ้าง”
ธีระนัย นิยม รีบเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่น้อยทันที เมื่อมาถึงหน้าห้อง
“เป็นไปได้ยังไงน่ะนิ่ม เมื่อเช้ายังทำขนมอยู่ดีๆ เลย”
ชลธิชา แสงชัย ที่เดินหน้าตื่นมาพร้อมกันอดสงสัยไม่ได้เมื่อกัณหาถ่ายทอดคำบอกของแพทย์ทุกอย่างไปให้คนรักและเพื่อนรู้
“ไม่รู้เหมือนกันชล มันวุ่นวายไปหมดเรายังไม่ทันได้ถามอะไรหมอเลย ยายก็ถูกพาเข้าห้องผ่าตัดแล้ว ตอนนี้ต้องรออย่างเดียวเท่านั้น” น้ำตาแห่งความหวาดกลัวว่ายายจะจากไปไหลออกมาอีกขณะบอกเล่า
“ทำใจดีๆ ไว้นะนิ่ม ทุกอย่างต้องเรียบร้อย”  
ธีระนัยทรุดตัวลงนั่งข้างแฟน ดึงมือทั้งสองขึ้นมากุมไว้เพื่อให้กำลังใจ เพียงเท่านั้นกัณหาก็โผลเข้าไปซบอกเขาแล้วร้องไห้ออกมาอย่างยากจะเก็บกดเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว วงแขนแข็งแรงโอบกอดคนรักด้วยความสงสาร มือก็ลูบแผ่นหลังไปมาเพื่อปลอบประโลม
ชาลีกับชลธิชาหันไปมองกันด้วยใบหน้าเศร้าเมื่อเห็นอาการของคู่รักที่ไม่เคยทอดทิ้งกันนับตั้งแต่ ทั้งสองเรียนอาชีวจนจบต่อปริญญาในภาคเสาร์อาทิตย์และต้องทำงานหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนไปด้วย รวมเวลาที่คบกันมาก็เข้าปีที่สี่แล้ว
“ผลการผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ ต้องรอให้คนไข้ฟื้นก่อนหมอถึงจะตอบได้ว่าอาการเป็นยังไง ญาติกลับบ้านไปพักก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรด่วนทางโรงพยาบาลจะโทรแจ้ง”
ตีสองแล้วยายจำปาถูกพาเข้าไปอยู่ในห้องไอซียู แพทย์ถึงได้ออกมาแจ้งผล ธีระนัยกับชลธิชาไปส่งสองพี่น้อง และค้างที่บ้านด้วยเลย วันรุ่งขึ้นหลังกินมื้อเช้าแล้วทุกคนตรงมาโรงพยาบาลทันที เพราะเป็นวันหยุดพอดีจึงไม่ต้องไปทำงาน ส่วนชาลีก็ไม่ได้ไปเรียน แต่ต้องไปทำงานที่คาร์แคร์ ซึ่งเป็นการหารายได้พิเศษของเขาอยู่แล้ว
“ตอนนี้ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ห้าแสนเก้าค่ะ ยังไม่คิดค่ารักษาวันนี้นะคะ ไม่ทราบว่าญาติสะดวกจะชำระเลย หรือว่าจะรอให้ถึงวันเช็คเอ้าท์ทีเดียวคะ”
“เอ่อ! งั้นรอก่อนดีกว่าค่ะ”
กัณหาส่งยิ้มจางๆ ให้พยาบาลก่อนจะเดินนำทุกคนนั่งหน้าห้องไอซียูดังเดิม ชาลีเป็นกังวลไม่น้อยในอาการยายและค่ารักษาที่เขารู้ดีว่าพี่ไม่มีเงินมาจ่ายเป็นแน่
“หนุ่มจะไปทำงานก่อนนะพี่นิ่ม แล้วจะลองขอยืมเงินเถ้าแก่ด้วย เผื่อจะได้มาเพิ่มกัน”
กัณหาพยักหน้าให้น้องอย่างเสียไม่ได้ ด้วยรู้ดีว่าไม่มีทางที่น้องจะทำอย่างที่บอกไว้ได้ หรือถ้าได้เถ้าแก่ก็คงจะให้ยืมไม่กี่หมื่นบาทเป็นแน่
“เรามีเงินสดตอนนี้แปดหมื่นนะนิ่ม กลับไปจะขอยืมพ่อกับแม่เพิ่มอีก นิ่มไม่ต้องห่วงนะเราต้องผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้แน่”
ธีระนัยบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและไม่คิดจะเสียดายเงินที่เก็บมาตั้งแต่เริ่มทำงานควบคู่ไปกับการเรียส ปวส. และปริญญาตรี ซึ่งพอๆ กับกัณหาที่ทำแบบเดียวกัน และก็มีเงินเก็บจำนวนไม่มากเกินกันสักเท่าไหร่
“เรามีห้าหมื่นมั้งนิ่ม เอาของเราไปก่อนได้ไม่ต้องเกรงใจ”
ชลธิชาเองก็ไม่คิดจะเหนียวหรือแล้งน้ำใจกับเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่เรียน ปวช. ด้วยกันแล้ว และนี่ทำให้กัณหาซาบซึ้งใจจนพูดอะไรไม่ออก นอกจากโผลเข้าไปกอดเพื่อนแล้วร้องไห้ออกมา
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่