ฟุตบอล...
มันน่าเศร้า พอๆกับที่มัน สวยงามนั่นแหละ
Football is beautiful but, Sometime football make me cry so hard.
ฟุตบอลมันช่างสวยงาม แต่ บางครั้งมันก็ทำให้เราร้องไห้อย่างหนักหน่วงได้เหมือนกัน
มาริโอ เกิธเซ เล่นฟุตบอลแบบสังกัดทีมตั้งแต่ 5 ขวบ
8 ขวบเขาถูกดึงมาอยู่ใน ดอทมุนต์ อคาเดมี่ .. และได้สังกัดทีมเยาวชนดอทมุนต์ตอน 10 ขวบ
เขาติดทีมชาติชุดเยาวชนตั้งแต่ 15 และ ต่อมาในทีมชาติเยาวชนอายุ 17 เกิทเซ สารภาพว่า
มันน่าหลงใหลมาก

"ผมเห็นตัวเองอยู่บนจอทีวีครั้งแรก ได้พูดคุยกับสื่อ มีคนมาสัมภาษณ์ ได้เตะกับนักเตะทีมชาติคนอื่นๆอย่าง บราซิลหรือ อาเจนติน่า ก่อนหน้านั้น ผมเคยได้แต่สัมผัสมันบนจอทีวี มันเป็นเรื่องดีจริงๆที่ เปิดโอกาสให้นักเตะอายุน้อยๆได้สัมผัสกับการเล่นให้ทีมชาติตั้งแต่เนิ่นๆ ..."
ตอนเกิทเซย้ายขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ในปี 2009 ในตำแหน่งมิดฟิลล์ ตอนนั้นเกิทเซอายุ 15 ขณะที่ เจอเก็น คล็อปป ย้ายมาทำทีมได้ฤดูกาลหนึ่งแล้ว
สำหรับคล็อปป ภาพที่เขาเห็นคือ เด็กไฮสคูล ที่เล่นบอลเก่งเกินคนทั่วไป และ อาจจะเป็น หนึ่งในรอบหลายสิบปี ที่เยอรมันจะพบเด็กที่มหัศจรรย์ขนาดนี้
เวลาต่อมา "ซุปเปอร์มาริโอ้" ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เขาเป็น "สุดยอดอินทรีเหล็กรุ่นเยาว์" ที่หาได้ยากในรอบหลายสิบปี ผู้อาวุโสของวงการฟุตบอลเยอรมันบางคนก็ว่าไว้ว่า "ในรอบศตวรรษ" เลยทีเดียว
"จริงๆผมชอบ มิดฟิลล์ตัวรุกมากที่สุดนะ มันเป็นตำแหน่งที่ผมถนัด ถึงผมจะเล่นได้ทั้งปีกซ้ายและขวา หรือกระทั่งการยืนเป็นหน้าเป้า ว่ากันจริงๆแล้วมันไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่หรอกครับ ผมค่อนข้างแฮปปี้นะ ที่เล่นได้ในหลายๆตำแหน่ง เดี๋ยวนี้มีนักเตะแบบนี้เยอะครับ สำหรับผมเอง มันเกิดจากตอนที่อยู่อคาเดมี่น่ะครับ มีการวางแผนเรื่องการเล่นได้ทุกตำแหน่งของผมไว้ตั้งแต่ตอนนั้น และ ตอนนี้มันมีประโยชน์มากเลยครับ.."
นั่นเป็นสิ่งที่ "กอทซินโย" หรือ "เกิทเซ" ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกส์ไม่นาน ก่อนที่ข้อเสนอต่างๆจะเริ่มรุมเร้า และ สถานการณ์ต่างๆเริ่มบีบคั้น...
รอบตัดเชือกในศึกยูฟ่าแชมเปียนลึกส์ 2013 ดอทมุนต์เปิดบ้านรับโคตรทีมจากสเปน เรอัล มาดริด
ชัยชนะอันยิ่งใหญ่จาก เลวานดอฟสกี้ ที่กดเน้นๆไป 4 เม็ดตุนแต้มไว้ให้ดอทมุนต์อุ่นใจ
พวกเขามีงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่
ก่อนที่วันต่อมา จะมีประกาศช็อคแฟนบอล จาก "ลูกรัก" ของ แฟนเสือเหลือง
มาริโอ เกิทเซ ประกาศ ขอย้ายไปอยู่ บาเยิร์น มิวนิคในฤดูกาลหน้า
บาร์เยิร์น มิวนิค ทีมคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมานมนาน...
เด็กอคาเดมี่ ผู้เป็นที่รักคนนี้ ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับฝั่งนั้น...
ไม่มีใครไม่ช็อคกับเหตุการณ์นี้ ทุกคนต่างถามว่าเกิดอะไรขึ้น เกิทเซ ผู้โลดแล่นบนสนามในเสื้อสีเหลือง กำลังจะย้ายฝั่งไปสวมเสื้อสีแดง แล้วกลับมาบุกทำประตูฝั่งเราแทน

"ไอ้เด็กเนรคุณ มึ-ทำแบบนี้กับทีมที่ชุบเลี้ยงมึ-มาตั้งแต่ 8 ขวบได้ยังไง!"
เสียงคำรามจากแฟนบอลที่เคยรัก "ซุปเปอร์มาริโอ้" ในเสื้อสีเหลืองสุดหัวใจ ตะโกนด่าอย่างกราดเกรี้ยว
และแฟนบอลส่วนใหญ่ก็คิดคล้ายๆกัน ว่า "เกิทเซ ทำได้ยังไง"
หากเขาอยากย้าย ทำไมไม่ย้ายไปนอกลีกส์ไปเลย ย้ายไปอยู่ทีมคู่แข่ง แล้วทิ้งทีมที่ชุบเลี้ยง บ่มเพาะทักษะฟุตบอลมาให้ได้ยังไง
เกิทเซได้ลงเล่นในแมตต่อมาที่เบอนาเบว รอบสนามที่เคยเต็มไปด้วยป้ายเชียร์ของเขา กลับมีป้ายไล่เพิ่มขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน เกิทเซได้ลงเล่น แต่ก็ดูเหมือนทำอะไรไม่ได้มากนัก ก่อนถูกเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง ซึ่งในนัดนี้แม้เรอัล มาริด จะเอาชนะดอทมุนต์ได้ในบ้าน แต่ลูกได้เสียไม่เพียงพอให้สามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ดอทมุนต์ได้รับตั๋วใบสุดท้าย ไปชิงชนะเลิศในยูฟ่า แชมเปียนลีกส์ 2013
3 ปีก่อนหน้าพวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่ม และในประวัติศาสตร์ทีม เคยได้แชมป์เพียงครั้งเดียว ตั๋วนัดชิงนัดนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งกับ ดอทมุนต์
และ ... ในนัดชิง พวกเขาจะไม่มี มาริโอ เกิทเซ สุดยอดเพลย์เมคเกอร์ ที่คอยขับเคลื่อนเกม จนพาทีมแชมป์บุนเดสลีกามา 2 สมัย ด้วยเหตุผลว่า เกิทเซบาดเจ็บมาตั้งแต่นัดเจอเรอัลมาดริด และ ยังมาบาดเจ็บซ้ำในการซ้อมก่อนแข่งไม่นาน แพทย์ให้ความเห็นว่าเขาไม่สามารถลงเล่นใน "นัดชิง" ได้
"ผมเสียใจ ผมลำบากมามากในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมอยากลงเล่นในนัดชิง แต่ถึงผมจะทำไม่ได้ แต่ผมก็จะยังไปเชียร์เพื่อนๆที่สนามอยู่ดีครับ..." เกิทเซบอกมาในเอกสารแถลงไว้เช่นนั้น...

แต่สำหรับแฟนบอลบางกลุ่ม มันเหมือนกับการตอกย้ำว่าเขามัน "ไอ้เนรคุณตัวจริง"
ไม่ยอมเล่นแมตสุดท้าย เพราะไม่อยากยิง "เสือใต้" ทีมในอนาคตของตัวเอง
ไอ้เนรคุณเห็นแก่เงิน เห็นแก่ตำแหน่งแชมป์


"แสวงหาเงินตรา เราได้เห็นหัวใจของคุณแล้ว ไสหัวไปเกิทเซ"
ขณะที่แฟนบางส่วน แค่ยังต้องการให้เขาได้ร่วมศึกสุดท้าย ในฐานะ "เสือเหลือง"
ต่อสถานการณ์เช่นตอนนี้ มันอาจคิดเป็นเช่นนั้นได้...
แต่หากมองแบบลดความอคติลงสักหน่อย
ตอนที่เกิทเซสวมเสื้อสีเหลือง เขาก็ไปแตะถ้วยลีกส์มาแล้ว 2 ครั้งในฤดูกาลล่าสุด
และหากห่วงค่าเหนื่อยจริง เขาควรย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ค่าเหนื่อยในอัตราที่สูงกว่า ..
แต่เกิทเซเลือก บาร์เยิร์น
"หลังจบเกมกับมาดริด ฝ่ายนั้นยื่นข้อเสนอสุดท้ายมา ก่อนหน้านี้พวกเขาติดต่อมานานแล้ว แต่ไอ้หนูของเรายังไม่ได้ตัดสินใจ เรารู้ว่าพวกเขาต้องการเกิทเซนานแล้ว พวกเขายื่นคำขาด นี่คือครั้งสุดท้าย เอาหรือไม่เอา ... แล้วไอ้หนูก็ตกลง ..."
ผู้ใหญ่หลายคนในวงการ มองว่านี่ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เกิทเซเลือกย้ายทีมในฤดูกาลนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับข้อเสนอมาแล้ว ปีนี้พวกเขาไม่ได้ตัวไป ปีหน้าพวกเขาก็จะกลับมา และในปีต่อๆไปเช่นกัน .. สโมสรทำถูกแล้ว ที่ตัดสินใจปล่อยตัวเขาไป ในราคาที่สูงที่สุดในประวัติการซื้อขายของนักเตะเยอรมันแบบนี้..

"ถ้าใครจะผิด ก็คงเป็นผม เราให้ค่าเหนื่อยไม่ได้เท่าที่นักเตะต้องการ ผมลดความสูงตัวเองไม่ได้ และ ไม่อยากพูดภาษาสเปนด้วย! ผมไม่อาจสอนทิกิทากะให้กับเขาได้ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไป..."
คล็อปปเอ่ยอย่างเศร้าๆระคนเจ็บใจ แต่ดูเหมือน เขาจะไม่นึกโทษ "ไอ้หนูซุปเปอร์มาริโอ้" เลยสักนิดเดียว...
หลายกระแสมองว่า ที่เกิทเซไป เพราะที่นั่น เป็ป กวาดิโอล่า ผู้จัดการทีมคนโปรดของเขากำลังจะย้ายเข้ามาคุมทีม และตัวเป็ปเอง ก็ยื่นใบสั่งมาก่อนที่เข้าคุมทีมแล้วว่า "ต้องเอาเกิทเซมาให้ได้"
"ที่ผมคิด คือ ผมอาจไปได้ไกลกว่า หากอยู่ที่นั่น... แค่นั้นเอง"
เกิธเซกล่าว น้อยคำ แต่ดูจริงใจ
เราอาจลืมไปว่า เกิทเซ พึ่งอายุ 20 เขาพึ่งก้าวเข้ามาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้เพียง 5 ปี ตอนที่เขาเริ่มต้น เขาอายุแค่ 15 ยังเต็มไปด้วยความฝัน และ การแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ที่เขามองอาจไม่ใช่แค่แชมป์ แต่อาจเป็น "ฟุตบอลในแบบที่เขาอยากเล่น"
"ผมอยากเก่งกว่านี้..."

Mario Götze | Memmingen, Germany | 20 years old (1992)
ในวันที่เราต้องไกลห่าง : อนาคตหรือความภักดี จาก .. โรบิน ฟาน เพอซี ถึง มาริโอ้ เกิทเซ ..
ฟุตบอล...
มันน่าเศร้า พอๆกับที่มัน สวยงามนั่นแหละ
Football is beautiful but, Sometime football make me cry so hard.
ฟุตบอลมันช่างสวยงาม แต่ บางครั้งมันก็ทำให้เราร้องไห้อย่างหนักหน่วงได้เหมือนกัน
มาริโอ เกิธเซ เล่นฟุตบอลแบบสังกัดทีมตั้งแต่ 5 ขวบ
8 ขวบเขาถูกดึงมาอยู่ใน ดอทมุนต์ อคาเดมี่ .. และได้สังกัดทีมเยาวชนดอทมุนต์ตอน 10 ขวบ
เขาติดทีมชาติชุดเยาวชนตั้งแต่ 15 และ ต่อมาในทีมชาติเยาวชนอายุ 17 เกิทเซ สารภาพว่า
มันน่าหลงใหลมาก

"ผมเห็นตัวเองอยู่บนจอทีวีครั้งแรก ได้พูดคุยกับสื่อ มีคนมาสัมภาษณ์ ได้เตะกับนักเตะทีมชาติคนอื่นๆอย่าง บราซิลหรือ อาเจนติน่า ก่อนหน้านั้น ผมเคยได้แต่สัมผัสมันบนจอทีวี มันเป็นเรื่องดีจริงๆที่ เปิดโอกาสให้นักเตะอายุน้อยๆได้สัมผัสกับการเล่นให้ทีมชาติตั้งแต่เนิ่นๆ ..."
ตอนเกิทเซย้ายขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ในปี 2009 ในตำแหน่งมิดฟิลล์ ตอนนั้นเกิทเซอายุ 15 ขณะที่ เจอเก็น คล็อปป ย้ายมาทำทีมได้ฤดูกาลหนึ่งแล้ว
สำหรับคล็อปป ภาพที่เขาเห็นคือ เด็กไฮสคูล ที่เล่นบอลเก่งเกินคนทั่วไป และ อาจจะเป็น หนึ่งในรอบหลายสิบปี ที่เยอรมันจะพบเด็กที่มหัศจรรย์ขนาดนี้
เวลาต่อมา "ซุปเปอร์มาริโอ้" ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า เขาเป็น "สุดยอดอินทรีเหล็กรุ่นเยาว์" ที่หาได้ยากในรอบหลายสิบปี ผู้อาวุโสของวงการฟุตบอลเยอรมันบางคนก็ว่าไว้ว่า "ในรอบศตวรรษ" เลยทีเดียว
"จริงๆผมชอบ มิดฟิลล์ตัวรุกมากที่สุดนะ มันเป็นตำแหน่งที่ผมถนัด ถึงผมจะเล่นได้ทั้งปีกซ้ายและขวา หรือกระทั่งการยืนเป็นหน้าเป้า ว่ากันจริงๆแล้วมันไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่หรอกครับ ผมค่อนข้างแฮปปี้นะ ที่เล่นได้ในหลายๆตำแหน่ง เดี๋ยวนี้มีนักเตะแบบนี้เยอะครับ สำหรับผมเอง มันเกิดจากตอนที่อยู่อคาเดมี่น่ะครับ มีการวางแผนเรื่องการเล่นได้ทุกตำแหน่งของผมไว้ตั้งแต่ตอนนั้น และ ตอนนี้มันมีประโยชน์มากเลยครับ.."
นั่นเป็นสิ่งที่ "กอทซินโย" หรือ "เกิทเซ" ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกส์ไม่นาน ก่อนที่ข้อเสนอต่างๆจะเริ่มรุมเร้า และ สถานการณ์ต่างๆเริ่มบีบคั้น...
รอบตัดเชือกในศึกยูฟ่าแชมเปียนลึกส์ 2013 ดอทมุนต์เปิดบ้านรับโคตรทีมจากสเปน เรอัล มาดริด
ชัยชนะอันยิ่งใหญ่จาก เลวานดอฟสกี้ ที่กดเน้นๆไป 4 เม็ดตุนแต้มไว้ให้ดอทมุนต์อุ่นใจ
พวกเขามีงานฉลองอย่างยิ่งใหญ่
ก่อนที่วันต่อมา จะมีประกาศช็อคแฟนบอล จาก "ลูกรัก" ของ แฟนเสือเหลือง
มาริโอ เกิทเซ ประกาศ ขอย้ายไปอยู่ บาเยิร์น มิวนิคในฤดูกาลหน้า
บาร์เยิร์น มิวนิค ทีมคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมานมนาน...
เด็กอคาเดมี่ ผู้เป็นที่รักคนนี้ ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับฝั่งนั้น...
ไม่มีใครไม่ช็อคกับเหตุการณ์นี้ ทุกคนต่างถามว่าเกิดอะไรขึ้น เกิทเซ ผู้โลดแล่นบนสนามในเสื้อสีเหลือง กำลังจะย้ายฝั่งไปสวมเสื้อสีแดง แล้วกลับมาบุกทำประตูฝั่งเราแทน
"ไอ้เด็กเนรคุณ มึ-ทำแบบนี้กับทีมที่ชุบเลี้ยงมึ-มาตั้งแต่ 8 ขวบได้ยังไง!"
เสียงคำรามจากแฟนบอลที่เคยรัก "ซุปเปอร์มาริโอ้" ในเสื้อสีเหลืองสุดหัวใจ ตะโกนด่าอย่างกราดเกรี้ยว
และแฟนบอลส่วนใหญ่ก็คิดคล้ายๆกัน ว่า "เกิทเซ ทำได้ยังไง"
หากเขาอยากย้าย ทำไมไม่ย้ายไปนอกลีกส์ไปเลย ย้ายไปอยู่ทีมคู่แข่ง แล้วทิ้งทีมที่ชุบเลี้ยง บ่มเพาะทักษะฟุตบอลมาให้ได้ยังไง
เกิทเซได้ลงเล่นในแมตต่อมาที่เบอนาเบว รอบสนามที่เคยเต็มไปด้วยป้ายเชียร์ของเขา กลับมีป้ายไล่เพิ่มขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน เกิทเซได้ลงเล่น แต่ก็ดูเหมือนทำอะไรไม่ได้มากนัก ก่อนถูกเปลี่ยนออกในครึ่งหลัง ซึ่งในนัดนี้แม้เรอัล มาริด จะเอาชนะดอทมุนต์ได้ในบ้าน แต่ลูกได้เสียไม่เพียงพอให้สามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ดอทมุนต์ได้รับตั๋วใบสุดท้าย ไปชิงชนะเลิศในยูฟ่า แชมเปียนลีกส์ 2013
3 ปีก่อนหน้าพวกเขาตกรอบแบ่งกลุ่ม และในประวัติศาสตร์ทีม เคยได้แชมป์เพียงครั้งเดียว ตั๋วนัดชิงนัดนี้จึงสำคัญอย่างยิ่งกับ ดอทมุนต์
และ ... ในนัดชิง พวกเขาจะไม่มี มาริโอ เกิทเซ สุดยอดเพลย์เมคเกอร์ ที่คอยขับเคลื่อนเกม จนพาทีมแชมป์บุนเดสลีกามา 2 สมัย ด้วยเหตุผลว่า เกิทเซบาดเจ็บมาตั้งแต่นัดเจอเรอัลมาดริด และ ยังมาบาดเจ็บซ้ำในการซ้อมก่อนแข่งไม่นาน แพทย์ให้ความเห็นว่าเขาไม่สามารถลงเล่นใน "นัดชิง" ได้
"ผมเสียใจ ผมลำบากมามากในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมอยากลงเล่นในนัดชิง แต่ถึงผมจะทำไม่ได้ แต่ผมก็จะยังไปเชียร์เพื่อนๆที่สนามอยู่ดีครับ..." เกิทเซบอกมาในเอกสารแถลงไว้เช่นนั้น...
แต่สำหรับแฟนบอลบางกลุ่ม มันเหมือนกับการตอกย้ำว่าเขามัน "ไอ้เนรคุณตัวจริง"
ไม่ยอมเล่นแมตสุดท้าย เพราะไม่อยากยิง "เสือใต้" ทีมในอนาคตของตัวเอง
ไอ้เนรคุณเห็นแก่เงิน เห็นแก่ตำแหน่งแชมป์
"แสวงหาเงินตรา เราได้เห็นหัวใจของคุณแล้ว ไสหัวไปเกิทเซ"
ขณะที่แฟนบางส่วน แค่ยังต้องการให้เขาได้ร่วมศึกสุดท้าย ในฐานะ "เสือเหลือง"
ต่อสถานการณ์เช่นตอนนี้ มันอาจคิดเป็นเช่นนั้นได้...
แต่หากมองแบบลดความอคติลงสักหน่อย
ตอนที่เกิทเซสวมเสื้อสีเหลือง เขาก็ไปแตะถ้วยลีกส์มาแล้ว 2 ครั้งในฤดูกาลล่าสุด
และหากห่วงค่าเหนื่อยจริง เขาควรย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ค่าเหนื่อยในอัตราที่สูงกว่า ..
แต่เกิทเซเลือก บาร์เยิร์น
"หลังจบเกมกับมาดริด ฝ่ายนั้นยื่นข้อเสนอสุดท้ายมา ก่อนหน้านี้พวกเขาติดต่อมานานแล้ว แต่ไอ้หนูของเรายังไม่ได้ตัดสินใจ เรารู้ว่าพวกเขาต้องการเกิทเซนานแล้ว พวกเขายื่นคำขาด นี่คือครั้งสุดท้าย เอาหรือไม่เอา ... แล้วไอ้หนูก็ตกลง ..."
ผู้ใหญ่หลายคนในวงการ มองว่านี่ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เกิทเซเลือกย้ายทีมในฤดูกาลนี้ ก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับข้อเสนอมาแล้ว ปีนี้พวกเขาไม่ได้ตัวไป ปีหน้าพวกเขาก็จะกลับมา และในปีต่อๆไปเช่นกัน .. สโมสรทำถูกแล้ว ที่ตัดสินใจปล่อยตัวเขาไป ในราคาที่สูงที่สุดในประวัติการซื้อขายของนักเตะเยอรมันแบบนี้..
"ถ้าใครจะผิด ก็คงเป็นผม เราให้ค่าเหนื่อยไม่ได้เท่าที่นักเตะต้องการ ผมลดความสูงตัวเองไม่ได้ และ ไม่อยากพูดภาษาสเปนด้วย! ผมไม่อาจสอนทิกิทากะให้กับเขาได้ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาไป..."
คล็อปปเอ่ยอย่างเศร้าๆระคนเจ็บใจ แต่ดูเหมือน เขาจะไม่นึกโทษ "ไอ้หนูซุปเปอร์มาริโอ้" เลยสักนิดเดียว...
หลายกระแสมองว่า ที่เกิทเซไป เพราะที่นั่น เป็ป กวาดิโอล่า ผู้จัดการทีมคนโปรดของเขากำลังจะย้ายเข้ามาคุมทีม และตัวเป็ปเอง ก็ยื่นใบสั่งมาก่อนที่เข้าคุมทีมแล้วว่า "ต้องเอาเกิทเซมาให้ได้"
"ที่ผมคิด คือ ผมอาจไปได้ไกลกว่า หากอยู่ที่นั่น... แค่นั้นเอง"
เกิธเซกล่าว น้อยคำ แต่ดูจริงใจ
เราอาจลืมไปว่า เกิทเซ พึ่งอายุ 20 เขาพึ่งก้าวเข้ามาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้เพียง 5 ปี ตอนที่เขาเริ่มต้น เขาอายุแค่ 15 ยังเต็มไปด้วยความฝัน และ การแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ที่เขามองอาจไม่ใช่แค่แชมป์ แต่อาจเป็น "ฟุตบอลในแบบที่เขาอยากเล่น"
"ผมอยากเก่งกว่านี้..."

Mario Götze | Memmingen, Germany | 20 years old (1992)