เที่ยว “ภูพยัคฆ์” ชมแหล่งปลูกผลหม่อนรสเลิศ ผลใหญ่ ตามโครงการพระราชดำริ

กระทู้ข่าว
......................หลายครั้งหลายคราวที่ได้ลิ้มรสน้ำผัก หรือน้ำผลไม้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้ม สัปปะรด ผลไม้รวม ผักรวม หรือแม้กระทั่งผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่กำลังเป็นที่นิยม อย่างล่าสุดได้มีโอกาสดื่มน้ำมัลเบอร์รี่สด แหม... รสชาติช่างหอมหวานเสียจริง หลังจากที่ได้ดื่มน้ำมัลเบอรร์รี่หอมหวานเสร็จแล้ว ก็เลยหันมาอ่านฉลากข้างกล่องถึงกับบางอ้อว่า น้ำมัลเบอร์รี่จริงๆ ก็คือน้ำของผลหม่อนนั่นเอง

***ผลหม่อนสด ณ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์


                      มาลองหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า ในบ้านเรานั้นมีแหล่งเพาะปลูกผลหม่อนที่สำคัญ ก็คือ โครงการพระราชดำริ ที่ตั้งอยู่ใน จ.น่าน และเมื่อมีโอกาสมาเยือนถึงถิ่นแล้ว ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปเยี่ยมชม "สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์" ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทางกรมประชาสัมพันธ์ สนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
       
                     "เที่ยวภูพยัคฆ์ กินผักปลอดสาร ชมตำนานผู้กล้า ชิมกาแฟรสเลิศ พิชิตยอดภู" สโลแกนของภูพยัคฆ์ แหล่งพำนักของอดีตคอมมิวนิสต์ ที่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งผลิตผลหม่อนสดรสเลิศผลใหญ่

***“ภูพยัคฆ์” แหล่งปลูกหม่อน ใน จ.น่าน


                      สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงภูพยัคฆ์ ตั้งอยู่ที่ บ้านน้ำรี หมู่ 12 ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ในสมัยก่อนภูพยัคฆ์ ชื่อว่า ภูผายักษ์ บนยอดภูมีลักษณะเป็นผาสวยงาม มีสภาพเป็นป่าดิบและเป็นดงเสือ ภูพยัคฆ์อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร เคยเป็นที่ปลูกฝิ่นของชาวไทยภูเขา และเคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างทหารไทยกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
       
                      ปัจจุบันภูพยัคฆ์ได้เปลี่ยนจากสมรภูมิรบเป็นสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพรราชดำริ พัฒนาเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย

***ชาวเขากำลังเก็บมัลเบอร์รี่สดจากต้น เพื่อนำไปแปรรูป


                       ภูพยัคฆ์ ถูกก่อตั้งโดยสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2546 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่ป่าไม้ภูพยัคฆ์ และทรงพบว่าป่าไม้นับพันไร่ถูกบุกรุกทำให้ป่าเสื่อมโทรมไปมาก จึงได้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านได้มีการเข้ารับการอบรมการเกษตร เเละใช้พื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
       
                       ปัจจุบันสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ โดยได้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่ และการเกษตรที่ยั่งยืน รวมถึงการทำการเกษตรปลอดสารและครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตและการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรได้มาก

***ทัศนียภาพภายในสถานีเกษตรที่สูงภูพยัคฆ์


                      โดยนายฉัตรชัย บัวแสน ชาวบ้านบ้านน้ำรีพัฒนา ได้บอกกับเราว่า ตนได้รับความช่วยเหลือและเรียนรู้จากโครงการด้วยการมาเป็นลูกจ้าง นอกจากทางโครงการจะให้เงินค่าจ้างแล้วยังให้ความรู้กับตน และชาวบ้านมาแล้ว 6 ปี ตนจึงได้นำความรู้มาพัฒนาที่ดินของตน ซึ่งตอนนี้ก็ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุน กล้าผัก กาแฟ และหม่อน จากทางโครงการ ทำให้ตนสามารถทำเกษตรได้ จนทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อีกด้วย
       
                       และต้นหม่อนที่ทางสถานีฯนำมาปลูกก็คือ หม่อนผลสด หรือ มัลเบอรรี่ (Fruiting Mulberry Morus spp.Moraceae) ซึ่งเป็นหม่อนคนละชนิดกับหม่อนที่นำไปเลี้ยงไหม ปัจจุบันได้มีการค้นพบว่าผลมัลเบอร์รี่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งพบสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟินอล (Polyphenols) แอนโทไซยานิดิน (Anthocyanidin) และกรดโฟลิก (Folic acid) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่แพ้เบอร์รี่ชนิดอื่นอีกด้วย

***ขั้นตอนในการแปรรูปจากผลหม่อนสด เป็นน้ำมัลเบอร์รี่ ก่อนจะบรรจุและนำไปขาย


                      นอกจากนี้ภายในสถานีฯ ยังมีโรงงานแปรรูปหม่อนผลสดเป็นน้ำหม่อนเข้มข้น และน้ำหม่อนพร้อมดื่ม เป็นโรงงานขนาดเล็ก ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา โดยทางโครงการจะรับซื้อผลมัลเบอร์รี่สดจากชาวบ้านทั้งหมด ส่วนหนึ่งนำไปบรรจุเป็นผลแช่แข็ง ส่งไปทำไวน์ที่ จ.ลำพูน และส่งไปทำส่วนผสมในน้ำผลไม้ของดอยคำ และอีกส่วนหนึ่งทางสถานีฯจะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมัลเบอร์รี่ และน้ำสกัดมัลเบอร์รี่เข้มข้น ภายใต้แบรนด์ "ภูพยัคฆ์" และนำไปวางขายในร้านกาแฟภูพยัคฆ์ ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง จ.น่าน และร้านโกลเด้นเพลส กรุงเทพฯ
       
                      และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการพระราชดำริ ที่ช่วยให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกิน และสามารถสร้างรายได้จากการปลูกผลหม่อน ถ้าหากใครมีโอกาสไปเยือนจังหวัดน่าน ก็อย่าลืมแวะเวียนไปอุดหนุนน้ำมัลเบอร์รี่สดกันได้

***น้ำมัลเบอร์รี่สกัด ภายใต้แบรนด์ “ภูพยัคฆ์”



ที่มา  http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000042971
แสดงความคิดเห็น
Preview